การเงิน

มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี ต้องวางแผนอย่างไร

มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี

ตอนเด็กผมคิดเสมอว่า เงินล้านเป็นเรื่องไกลตัว เงินล้านเป็นเรื่องของคนรวย หรือเจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่พอโตขึ้นมาถึงวัยทำงาน ผมก็พบว่า การมีเงินล้านก็เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพียงแต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีการวางแผน และความมุ่งมั่นที่ชัดเจน วันนี้เราจึงอยากชวนคนมีฝันทุกคนมาวางแผนด้วยกันว่า มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี ต้องวางแผนอย่างไร

 

เป้าหมายมีเงินล้านภายใน 10 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนบางคนอาจเป็นเรื่องที่ง่ายมาก โดยเฉพาะคนที่มีเงินเดือนเกินหกหลัก ดังนั้น เพื่อความยุติธรรม วันนี้เราจะมาคุยกันถึงการสร้างเงินล้านจากเงินเดือนเริ่มต้นที่เงินเดือนพื้นฐาน คือ 15,000 บาทต่อเดือน

 

แนวทางการสร้างเงินล้านของเรา คือ การทยอยสะสมเงินทุกเดือน และนำเงินออมไปลงทุนต่อตามความเหมาะสม ดังนั้น ก่อนอื่นเราต้องมีเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนว่าเราจะต้องออมเงินเดือนละเท่าไหร่ถึงจะไปถึงจุดหมายได้ภายใน 10 ปี

 

มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี

 

ตอนนี้อาจจะเกิดคำถามว่าเราควรจะตั้งเป้าผลตอบแทนทบต้นที่กี่เปอร์เซ็นต์ดีถึงจะเหมาะสม ผมแนะนำแบบนี้คือ หากเราลงทุนในกองทุนรวมเป็นหลัก เราควรตั้งเป้าหมายอยู่ในช่วง 5 – 8 เปอร์เซ็นต์ แต่ในกรณีที่เราลงทุนในหุ้นรายตัวด้วยตนเอง เราอาจตั้งเป้าหมายได้สูงถึง 8 – 12 เปอร์เซ็นต์ นักลงทุนบางคนอาจทำได้มากกว่านั้น แต่ไม่แนะนำให้ตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป เพราะอาจทำให้เครียดและกดดันในระยะยาว

 

ผมขออนุญาตใช้เลขตรงกลางคือประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเป้าหมายในการออมของเราคือประมาณ 5,750 บาทต่อเดือน ฟังดูเยอะสำหรับคนเงินเดือน 15,000 เลยใช่ไหม แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เราค่อยๆ วางแผนไปด้วยกัน

 

มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี แผนไปสู่เงินล้านของเรามี 3 ขั้นตอน คือ เพิ่มรายได้ – ลดรายจ่าย – ลงทุนต่อ เรามาทำความเข้าใจในทีละส่วนไปด้วยกันเลย

 

1 เพิ่มรายได้

 

รายได้หลักของเราคือเงินเดือน (หรืออาจจะเป็นรายได้อื่นสำหรับอาชีพที่รายได้ไม่เป็นไปตามเงินเดือน เราสามารถปรับได้ตามความเหมาะสม) ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยประเทศแล้ว เงินเดือนจะปรับขึ้นประมาณปีละ 5% โดยเราจะตั้งเป้าเพิ่มเงินเดือน 15% ทุก 4 ปี ซึ่งอาจจะมาจากการย้ายงานหรือเจรจาขอขึ้นเงินเดือนแล้วแต่ความเหมาะสม

 

มนุษย์เงินเดือนอยากมีเงิน 1,000,000 ใน 10 ปี

 

อัตราการปรับฐานเงินเดือนดังกล่าวอิงจากค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนงานหรือมีการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนค่อนข้างมากประมาณปีละ 4 ครั้งซึ่งถือเป็นระยะเวลาการย้ายงานของคนปรกติ สังเกตว่าในช่วงต้นของ 10 ปีแรกการออมจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมาย ดังนั้น ช่วงประมาณ 5 ปีแรกเราจะตั้งเป้าการหารายได้พิเศษให้ได้เดือนละประมาณ 5,000 บาท เพื่อทำให้รายได้รวมของเราอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท เมื่อออม 5,750 บาทก็ยังเหลือ 14,250 บาทสำหรับใช้จ่าย

 

ในช่วงแรกของสิบปี เราจำเป็นต้องเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายค่อนข้างมาก เพื่อทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินเดือนเพิ่มสูงมากขึ้น เราก็จะทำงานหนักน้อยลงและสามารถใช้จ่ายได้เพิ่มสูงขึ้นตามอัตภาพ

 

แนวทางการหารายได้ให้ได้ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

 

  • โบนัสประมาณ 1 เดือนต่อปี หรือเทียบเท่า 1,250 บาทต่อเดือน
  • โอทีช่วงเย็น 150 บาทต่อวัน 10 วันต่อเดือน เท่ากับ 1,500 บาทต่อเดือน
  • สอนพิเศษชั่วโมงละ 200 บาทต่อชั่วโมง สอน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน
  • รับทำงานกราฟฟิกดีไซน์ 1,000 บาทต่อชิ้น 4 ชิ้นต่อเดือน เทียบเท่า 4,000 บาทต่อเดือน
  • รับเขียนบทความ 50 บาทต่อบทความ 50 บทความต่อเดือน เท่ากับ 2,500 บาทต่อเดือน
  • ขายของออนไลน์ กำไร 5,000 บาทต่อเดือน

 

หรือเราสามารถหาแนวทางการหารายได้เพิ่มของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีความเฉพาะเจาะจงสูงและได้ค่าตอบแทนมาก เช่น การรับเวรเพิ่มของบุคลากรทางการแพทย์ การรับถ่ายงานสำหรับช่างภาพ การรับงานที่ปรึกษาเฉพาะทางสำหรับวิชาชีพตนเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องหาจุดแข็งของเราให้เจอ แต่ถึงแม้เราจะไม่มีคุณสมบัติโดดเด่น แต่งานรายได้ดีจำนวนมากก็ไม่ได้ต้องการความรู้เฉพาะทาง เช่น การขายของออนไลน์ การขายของตลาดนัด สิ่งสำคัญอยู่ที่ความพยายามและความมุ่งมั่นมากกว่า

 

ความจริงอีกอย่างคือเราสามารถทยอยลงทุนน้อยในตอนต้นของสิบปีและลงทุนมากขึ้นตอนปลายของสิบปีตามการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนได้ แต่การคิดเงินออมเฉลี่ยต่อเดือนจะเปลี่ยนไปตามบุคคล ซึ่งหากเราชอบวิธีนี้ อาจจะต้องเขียนแผนการออมของตนเองขึ้นมา

 

2 ลดรายจ่าย

 

รายจ่ายนั้นถือเป็นแนวต้านสำคัญที่ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น หากมุ่งมั่นจะมีเงินล้านอย่างแท้จริงแล้ว เราจำเป็นต้องลดรายจ่ายให้มากเท่าที่เราจะออมตามเป้าได้ หากเงินออมถึงเป้าแล้วอาจเพิ่มรายจ่ายเพื่อสร้างความสุขได้ตามเหมาะสม

 

แนวทางการลดรายจ่ายเพื่อเป้าหมายเงินล้าน

 

  • อย่าเพิ่งซื้อรถ

 

ยกเว้นในกรณีที่การซื้อรถสามารถสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้เรามากกว่าค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น งานปรกติเราได้เงินเดือน 15,000 บาท แต่ถ้าขยับไปเป็นเซลล์จะมีรายได้รวม 50,000 บาทแต่ต้องใช้รถตัวเอง ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 420,000 บาทต่อปี ในขณะที่รถที่สนใจจะซื้อเป็นรถมือสองคันละ 600,000 บาท ตั้งใจใช้ 5 ปี และตีราคาหากขายต่ออยู่ที่ 300,000 บาท แบบนี้คือต้นทุนรถต่อปีเราอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาทต่อ 5 ปี หรือ 60,000 บาทต่อปี ค่าน้ำมันและค่าดูแลเฉลี่ยเดือนละ 7,000 บาท ตกเป็นรายจ่ายต่อปีที่ 144,000 บาทซึ่งก็ยังถือว่าน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น แบบนี้การซื้อรถจะคุ้มค่าเป็นการลงทุน แต่ถ้าการซื้อรถเพิ่มรายได้ให้ไม่คุ้มค่า การใช้รถสาธารณะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้เราไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่า

 

  • อย่าเพิ่งซื้อบ้าน

 

การซื้อบ้านถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่มากที่จะกัดกินเงินออมของเรา ในช่วงแรกที่เรายังมุ่งเน้นการหารายได้เพิ่ม การซื้อบ้านอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะสมด้วยหลายประการ เช่น ไม่เหมาะต่อการเดินทางไปทำงาน อาจจำเป็นต้องซื้อรถทำให้เกิดรายจ่ายเพิ่ม ค่าผ่อนบ้านแพงกว่าค่าเช่ามาก ค่าซ่อมค่าตกแต่งต่อเติมมีจำนวนมาก รวมไปถึงหากยังไม่ได้แต่งงานมีลูก การใช้พื้นที่บ้านอาจไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก การเช่าบ้านอยู่จะช่วยประหยัดและเพิ่มความยืดหยุ่นในชีวิตได้มาก ที่สำคัญการลดรายจ่ายก้อนใหญ่จะช่วยเพิ่มเงินออมและไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น

 

  • อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

 

เราอาจต้องกลับมาถามตัวเองว่าเราจะประหยัดได้มากที่สุดแค่ไหน เพื่อทำให้เราไปถึงจุดหมายได้ การลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยถือว่าช่วยสร้างเงินออมได้อย่างมากเช่นกัน ก่อนใช้จ่ายทุกครั้ง เราต้องลองถามตัวเองว่าค่าใช้จ่ายครั้งนี้จำเป็นไหม ถ้าจำเป็น จำเป็นมากกว่าความฝันอยากมีเงินล้านของเราหรือเปล่า

 

3 ลงทุนต่อ

 

การลงทุนต่อจะช่วยเป็นเครื่องผ่อนแรงไปสู่เป้าหมายเงินล้านของเรา โดยการลงทุนอาจทำได้หลายอย่าง แต่ด้วยเงื่อนไขที่ไม่มีเงินทุนมาก เราจะแนะนำการลงทุนในกองทุนและหุ้นเป็นหลัก เนื่องจากผลตอบแทนปานกลาง ความเสี่ยงไม่สูงมาก และใช้เงินทุนตั้งต้นไม่เยอะ

 

กองทุนรวมที่แนะนำในแผนระยะยาว 10 ปีอาจจะเน้นไปที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (เป้า 5% ต่อปี) และกองทุนรวมหุ้น (เป้า 8% ต่อปี) โดยเราจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ในการเลือกสรรกองทุนรวมเพิ่มเติมเพื่อเลือกกองทุนรวมที่ดีที่สุดในขอบเขตกองทุนรวมที่เรารับได้และสนใจ

 

แต่ถ้าหากเรามีความรู้ ความสนใจ และเวลาที่มากพอ การลงทุนในหุ้นรายตัวก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะโดยปรกติ การลงทุนในหุ้นรายตัวมักให้ผลตอบแทนในช่วงที่กว้างกว่ากองทุนรวม นั่นคือ อาจจะกำไรมากกว่าหรือขาดทุนมากกว่าก็ได้ ดังนั้น การลงทุนในกรอบระยะเวลาค่อนข้างยาวนานถึง 10 ปี การลงทุนในหุ้นรายตัวก็เป็นแขนงการลงทุนที่ควรศึกษา เพราะนอกจากจะมีเวลาศึกษามากแล้ว ระยะเวลาที่ยาวนานจะช่วยสร้างผลตอบแทนทบต้นอย่างเท่าทวีคูณ

 

ถึงแม้ว่าบทความนี้จะไม่ใช่สูตรสำเร็จสร้างเงินล้านให้ทุกคน แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะพอช่วยเป็นแนวทางและกรอบความคิดในการออมและลงทุนของทั้งมนุษย์เงินเดือนและไม่เงินเดือนได้ เงินล้านไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย หากเรามีเป้าหมายที่ชัดและความพยายามที่มากพอ

 

คำถามคือวันนี้เป้าหมายเราชัดและความพยายามเรามากพอหรือยัง ไม่แน่นะ เราอาจจะมีเงินล้านได้ก่อน 10 ปีตามที่จั่วหัวอยู่บทความนี้ก็เป็นได้

 

ความมั่งคั่งไม่ได้ถูกสงวนไว้ให้คนที่เกิดมารวย แต่ความมั่งคั่งถูกสงวนไว้ให้คนที่มีความพยายามที่มากพอ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy