การเงิน

ขึ้นคานตลอดไป เตรียมพร้อมอย่างไรดี

ขึ้นคานตลอดไป

ขึ้นคานตลอดไป ดูจะเป็นเรื่องที่ธรรมดาไปแล้วสำหรับยุคสมัยนี้ จากสถิติสำมะโนประชากรพบว่า ประชากรไทยมีแนวโน้มการอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเก็บข้อมูลในปี 2513 มาจนถึงปัจจุบัน โดยงานวิจัยพบว่าประชากรที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมีโอกาสอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตมากกว่าเขตชนบท และผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะโสดตลอดไปมากกว่าผู้ชาย

 

แล้วถ้าจะโสดตลอดไปต้องทำอย่างไรดี?

 

คำถามนี้อาจจะดูไกลตัวสำหรับคนวัยยี่สิบต้นๆ ไปสักหน่อย แต่เชื่อว่าคนที่อายุใกล้จะแตะเลขสามหรือเลยไปแล้วหลายคนคงเริ่มคำนึงถึงประเด็นนี้ เนื่องจากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมหลายอย่างอาจเริ่มส่งสัญญาณว่าการมีครอบครัวนั้นอาจจะไม่ง่ายเท่าไหร่นัก เช่น ลักษณะงานที่อาจจะได้พบผู้คนน้อยกว่าปรกติ ลักษณะการใช้ชีวิตที่ไม่เอื้อต่อการมีคู่ หรือลักษณะทัศนคติส่วนบุคคลที่ไม่ได้ตั้งความรักเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิต

 

มา “เตรียมพร้อม” สู่การโสดไปตลอดชีวิตกันดีกว่า

 

อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่คิดว่าตนเองมีโอกาสเกินครึ่งที่จะโสดไปตลอดชีวิตควรต้องมองถึงการวางแผนอนาคตให้มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรูปแบบชีวิตของความ “โสด” นั้นมีต้นแบบให้เห็นอยู่น้อย ไม่เหมือนกับรูปแบบของความเป็น “ครอบครัว” ที่มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างมาก คนมีคู่มักเริ่มต้นชีวิตแต่งงานด้วยการซื้อบ้าน ซื้อรถ มีลูกและเลี้ยงเขาจนเติบโต และใช้ชีวิตในวัยเกษียณ

 

แล้วคนโสดจะทำอะไรดี?

 

คำตอบคือทำอะไรก็ได้เท่าที่คุณอยากจะทำ ตอบอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคนมีคู่จะไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้ เพียงแต่บอกว่าคนโสดนั้นมีอิสระมากกว่า อยู่คนเดียวที่พักก็คงไม่ต้องใหญ่โตนัก รถก็ไม่ต้องซื้อเผื่อมีเจ้าตัวเล็ก และการไม่มีลูกอาจหมายถึงเงินที่จะเหลือในบัญชีหลายล้านบาทและเวลาอีกมากมายมหาศาล

 

แต่คุณต้องหันมาเตรียมพร้อม 3 อย่างด้วยกัน

 

1 เตรียมเงิน

 

น่าเสียดายที่โลกในตอนนี้เป็นทุนนิยม ดังนั้นการจะคำนึงถึงเรื่องเงินมาเป็นอันดับแรกในยุคนี้คงไม่แปลกเท่าไหร่นัก แต่แน่นอนว่าทุกคนต่างเลือกได้ว่าอยากให้น้ำหนักเรื่องเงินกับชีวิตขนาดไหน อยากมีมากก็ขยันหาเงินมาก ไม่อยากมีมากก็ขยันหาเงินน้อย แต่แน่นอนว่าไม่ว่าอยากไรก็ต้องขยันหาเงินมาอยู่ดี

 

ปัจจัยด้านการเงินนั้นถือว่าสำคัญมากสำหรับคนโสด เพราะการมีครอบครัวนั้นกระจายความเสี่ยงด้านการเงินไปมาก ทั้งการมีรายได้หลายทางมากขึ้น การมีสินทรัพย์หลายทางมากขึ้น การมีโอกาสจะได้รับเงินสนับสนุนจากลูกหลานเมื่อแก่ตัวลง ในขณะนี้คนโสดแทบจะไม่มีแง่มุมเหล่านี้เลย เงินทองที่ใช้จึงหมายถึงเงินที่จะต้องเก็บหอมรอมริบมาด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ การวางแผนการเงินจึงสำคัญมาก

 

หากจะให้บรรยายอย่างละเอียดคงยาวกว่าสิบเล่มสมุดไทย แต่กล่าวโดยสรุปคือคนที่จะโสดตลอดไปต้องวางแผนเตรียมเงินไว้ใช้ยามเกษียณเป็นสำคัญ จำนวนที่ต้องเก็บไว้อาจประมาณได้จากเงินที่คิดว่าจะใช้ต่อเดือน เช่น 15,000 บาท 30,000 บาทไปเลย หรืออีกวิธีหนึ่งที่นิยมคือประมาณคร่าวๆ ไว้ที่ 70% ของเงินเดือนล่าสุดก่อนเกษียณ เช่น หากประมาณการณ์แล้วว่าสายอาชีพของตนน่าจะขึ้นไปสูงสุดได้ที่เงินเดือน 50,000 บาทก่อนเกษียณ เราอาจประมาณง่ายๆ ได้ว่าควรเตรียมเงินไว้ 35,000 บาทต่อเดือนสำหรับชีวิตหลังเกษียณ โดยประมาณอายุขัยตัวเองว่าจะอยู่ได้อีกกี่ปีก็คูณจำนวนเดือนเข้าไป คำเตือนคืออย่าดูถูกความอึดของชีวิตตนเองมากเกินไป ตายก่อนเงินหมดนั้นดีกว่าเงินหมดแต่ยังไม่ตายแน่นอน

 

ข่าวดีคือคนโสดมักมีเวลามากและสามารถทุ่มเทกับการงานได้มาก จากประสบการณ์ส่วนตัว คนกลุ่มนี้มักมีเงินเหลือเป็นถุงเป็นถัง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอาจไม่รู้ว่าเอาเงินไปใช้กับใครก็เป็นได้

 

พอได้ยอดเงินมาแล้วก็สามารถวางแผนการเก็บเงินได้ โดยหาข้อมูลดูว่าตนเองจะได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน LTF RMF รวมไปถึงประกันแบบสะสมทรัพย์ต่างๆ เท่าไหร่ ส่วนที่ยังขาดอยู่ก็มาออมเพิ่ม และอาจลงทุนได้ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

 

สำคัญมากคือคนโสดควรวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพให้ดี เพราะมันจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายหลังในวัยชรา และการทำประกันก็ช่วยลดความเสี่ยงด้านนี้ได้ดี

 

2 เตรียมกาย

 

อย่างที่บอกว่าคนโสดนั้นต้องอยู่คนเดียวเป็นหลักไปตลอดชีวิต ดังนั้น ถ้าคนโสดมาป่วยออดแอดยามแก่ชรานั้นก็จะเป็นภาระอย่างมากในการดูแลตัวเอง หวังจะพึ่งลูกก็คงไม่มี หวังจะพึ่งหลานก็ลำบาก สุดท้ายอาจต้องจัดซื้อจัดจ้างคนมาดูแล ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายแพงระยับ

 

การเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงจึงเป็นทางเลือกที่ดี

 

สถิติประเทศไทยชี้ว่าคนไทยตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหลัก รองมาก็โรคมะเร็ง และที่น่าสนใจอื่นก็พวกอุบัติเหตุทั้งหลาย

 

สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการควบคุมน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ วิธีง่ายๆ (แต่ทำยาก) คือ กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวาน ของมัน เพิ่มการทานกากใย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ (เขียนมาตรงนี้เหมือนหนังสือสุขอนามัยตอนประถมชะมัด แต่เชื่อเถอะ มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ) เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็รู้แบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคเรื้อรังได้มาก ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมัน ความดัน เบาหวาน รวมไปถึงโรคที่ทำลายคุณภาพชีวิตได้มาก อย่างโรคไต โรคหัวใจ และครอบคลุมไปถึงโรคร้ายแรงเฉียบพลันที่ฆ่าชีวิตคนไทยมามากมาย อย่างภาวะสมองขาดเลือดและหัวใจขาดเลือด

 

อย่างที่สองคือลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง ถึงแม้ว่ามะเร็งจะบ่งบอกที่มาได้ยาก ได้ก็มีหลายปัจจัยที่สัมพันธ์กับโรคมะเร็งอย่างชัดเจน เช่น บุหรี่กับมะเร็งปอด เหล้ากับมะเร็งตับ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงและจำกัดความเสี่ยงได้

 

สุดท้ายคือพาตัวเองออกไปจากความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ยกตัวอย่างเช่น การเมาไม่ขับ เลือกใช้บริการขนส่งมวลชนที่เชื่อถือได้ ขับรถอย่างระมัดระวัง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานในชีวิตที่หลายคนละเลย แต่ถ้าพยายามเตือนสติตัวเองตลอดเวลาแล้ว เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ยากเกินไปที่จะรับมือ

 

แต่อย่างไรก็ตามความเจ็บป่วยหลายอย่างนั้นควบคุมได้ยากและหาที่มาไม่ได้ การลดความเสี่ยงให้มากที่สุดนั้นก็เป็นทางเลือกที่จำเป็น แต่ก็ต้องเข้าใจความเป็นไปของโลก และจำกัดความเสี่ยงอย่างอื่นประกอบไปด้วย เช่น การทำประกัน หรือการเตรียมเงินไว้กรณีฉุกเฉิน

 

3 เตรียมใจ

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่สุด แต่ก็มีคนพูดถึงน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน คนโสดหลายคนมีเงินมากมายพอที่จะซื้อบ้านได้ทั้งหมู่บ้าน ร่างกายแข็งแรงระดับล้มหมีด้วยมือเปล่า แต่กลับมีจิตใจที่เคว้งคว้างและไม่มีที่ยึดเหนี่ยว

 

เตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนนี้

 

ก่อนอื่นต้องพยายามไม่เปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นที่มีครอบครัว เพราะมันคือคนละสถานการณ์ คนละกรณี คนโสดมีสุขและทุกข์แบบคนโสด ในขณะที่คนมีครอบครัวก็มีสุขและทุกข์แบบมีครอบครัว การจะเปรียบเทียบกันนั้นทำได้ยาก

 

คนมีครอบครัวอาจมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจมากกว่าซึ่งดูเป็นข้อดี แต่ในทางกลับกัน คนโสดเองก็มีอิสระทางใจมากกว่าซึ่งก็เป็นข้อดีอีกเช่นกัน

 

เลือกใช้ข้อดีของชีวิตตัวเองให้เหมาะสม

 

คนโสดนั้นมีเวลามากมายในชีวิตที่จะสามารถทำตามความฝันและความต้องการได้ ที่สำคัญคือหาให้พบว่ามันคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นนอนดูซีรีย์จนถึงเช้า นั่งตากแดดเล่นกับฝูงชิวาว่าในวันหยุด ปีนภูเขาออกไปสูดอากาศนอกเมืองหลวง ขึ้นดอยไปเป็นครูอาสาให้เด็กน้อยแก้มใส หรืออยากจะใช้ชีวิตแบบฟู่ฟ่ากินข้าวมื้อละหมื่นก็ทำได้ ขอเพียงมันไม่เบียดเบียนใคร และสร้างความเดือดร้อนมาให้ตัวเองในภายหลังก็พอ

 

ปัญหาของคนโสดส่วนใหญ่คือการขาดเป้าหมายทางใจในระยะไกล ไม่มีความรู้สึกที่เห็นลูกแต่งงาน หรือความรู้สึกที่รอจะอุ้มหลาน แต่อย่าลืมไปว่าสุดท้ายชีวิตคนเราก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก ความสุขในชีวิตมันก็แค่เจ็ดก้าวข้างหน้านี้ไปเท่านั้น

 

บางทีการได้เล่นกับหมา อ่านหนังสือเล่มโปรด กินข้าวจานที่ชอบ ดูหนังที่รัก ท่องเที่ยวตามที่ใจหวัง นั่นก็อาจเป็นความสุขมากมายที่ใครหลายคนตามหาแล้ว มองหามันให้เห็นและชีวิตอาจจะถูกค้นพบว่ามันมีค่ากว่าที่เคย

 

สุดท้ายนี้การเตรียมทั้งเงิน ร่างกาย และจิตใจ ต่างก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่ตั้งใจจะโสดไปตลอดชีวิตทั้งสิ้น ดังนั้น โปรดเตรียมใจให้พร้อม และอ้าแขนรอรับหมู่บ้านคานทองนิเวศน์ที่กำลังกวักมือเรียกให้ดี ชีวิตหลังจากเป็นโสดแล้วก็มีอะไรให้ทำอีกมาก และดูเหมือนอะไรเหล่านั้นก็จะสนุกเสียด้วยสิ

 

สำคัญคือไม่ว่าคุณจะคิดว่าชีวิตของคุณนั้นดีหรือแย่ คุณเองก็คิดถูกทั้งนั้น เพราะมันเป็นชีวิตของคุณ คุณต้องเลือกเอง

 

จงมีความสุขกับชีวิตโสดสุดเหวี่ยงของคุณซะ!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy