การเงิน

กองทุน LTF กับ RMF ต่างกันอย่างไร

LTF RMF

กองทุนรวม LTF  RMF ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินการลงทุนหนึ่งที่มนุษย์เงินเดือนและผู้เสียภาษีทั้งหลายคงคุ้นเคยกันดี เพราะช่วยประหยัดภาษีได้มาก และคำถามยอดฮิตอีกคำถามหนึ่งที่ทุกคนน่าจะเคยสงสัยก็คือ กองทุน LTF กับ RMF ต่างกันอย่างไร

 

สรุปความแตกต่างของ LTF RMF ไว้เป็นประเด็นตามนี้

 

1 สินทรัพย์ที่ลงทุน

 

LTF กำหนดให้ลงทุนในหุ้นไทยอย่างน้อย 65% แต่ RMF ไม่มีข้อกำหนดตรงนี้ ดังนั้น LTF จึงเป็นการลงทุนในหุ้นและผันผวนไปตามตลาดหุ้นเป็นหลัก ในขณะที่ RMF มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ ไปจนถึงสินทรัพย์อื่นๆ อีกมากมากย

 

2 ข้อกำหนดการถือครอง

 

LTF ถูกกำหนดให้ถือครองอย่างต่ำ 7 ปีปฎิทินในปัจจุบัน ในขณะที่ RMF ถูกกำหนดให้ถือครองต่อเนื่องจนอายุ 55 ปีและเกิน 5 ปี นอกจากนี้ LTF จะไม่มีข้อกำหนดในการให้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ RMF จะถูกกำหนดให้ลงทุนต่อเนื่องทุกปี ขาดได้แค่ปีเว้นปี ทำให้ RMF จะเป็นการลงทุนที่ยาวนานกว่าและข้อกำหนดมากกว่าเมื่อเทียบกับ LTF

 

3 การจ่ายเงินปันผล

 

LTF มีทั้งประเภทที่จ่ายและไม่จ่ายปันผล ในขณะที่ RMF จะไม่มีการจ่ายปันผลเลย แต่ความจริง การไม่จ่ายปันผลเลยมักจะดีกว่าในระยะยาว เพราะการนำผลตอบแทนจากการลงทุนไปลงทุนซ้ำโดยอัตโนมัติ จะช่วยเพิ่มพูนผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้นได้

 

4 เป้าหมายการลงทุน

 

LTF มีเป้าหมายหลักคือ “การลงทุน” ดังนั้นผู้ที่ซื้อควรมีความเข้าใจด้านการลงทุนและเข้าใจถึงความผันผวนของตลาดหุ้นด้วย ในขณะที่ RMF มุ่งเน้นไปที่ “การวางแผนเกษียณ” ดังนั้น RMF จะมีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย แต่จะถือครองนานกว่า

 

สิ่งสำคัญคือเราจะต้องแยกให้ออกและวางแผนการซื้อ LTF กับ RMF อย่างเหมาะสม ไม่ใช่ว่ารับความเสี่ยงไม่ได้เลยแต่ไปซื้อ LTF หรืออยากจะถือครองไม่นานแต่ไปซื้อ RMF แบบนี้ก็อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้

 

ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือคิดแต่จะซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียวโดยไม่วางแผน

 

ครั้งหน้าก่อนซื้อ LTF กับ RMF ต้องวางแผนและเลือกให้ดี อย่าหวังแต่ผลประโยชน์ทางภาษีจนลืมเป้าหมายหลักของการซื้อคือ “การลงทุน” และ “การวางแผนเกษียณ” ไป สิ่งสำคัญมากๆ ที่ต้องคำนึงถึงคือสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง เพราะกองทุนทั้งสองประเภทมีข้อกำหนดการถือครองทั้งสิ้น หากซื้อไปแล้วในอนาคตมีแผนต้องใช้เงินกะทันหันจนต้องขายออกมา นอกจากจะต้องไปคืนภาษีที่ได้ส่วนลดมาแล้ว กำไรที่ได้จากการขายก็ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย แถมยังเจอค่าปรับย้อนหลังตามมาอีกมากมาย

 

อย่าหวังแต่ประหยัดภาษี แต่วางแผนสภาพคล่องให้ดีและรอบคอบด้วย

 

ด้วยความปรารถนาดี

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy