การเงิน

วิธีแก้โรคผัดวันประกันพรุ่ง : ทำอย่างไร เมื่อวันที่คนออมเงินมากที่สุด คือ “วันหลัง”

ทำอย่างไร เมื่อวันที่คนออมเงินมากที่สุด คือ “วันหลัง”

ทำอย่างไร เมื่อวันที่คนออมเงินมากที่สุด คือ “วันหลัง”

 

การออมเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการเกษียณ หลายบริษัทมีโครงการออมเงินสำรองเลี้ยงชีพโดยให้พนักงานเลือกเข้าร่วมโครงการซึ่งจะหักเงินจำนวนหนึ่งจากเงินเดือนไปเพื่อการออม แต่ละคนเลือกสัดส่วนเงินที่จะหักออกไปออมมากน้อยไม่เท่ากัน เป็นการตัดสินใจที่ลำบากใจและอาจทำให้ไม่สามารถออมได้มากนัก  จะทำอย่างไรเมื่อวันที่คนออมเงินมากที่สุดคือวันหลัง?

 

นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมพบว่า สาเหตุที่ทำให้การออมเงินเพื่อการเกษียณไม่ประสบความสำเร็จเกิดจากอุปสรรค ได้แก่ ความรู้สึกกลัวในการสูญเสีย (Loss aversion) เงินเดือนที่ถูกหักออกไปเพื่อออมกลายเป็นความรู้สึกว่าสูญเสีย และเมื่อเป็นความรู้สึกสูญเสียคนก็มักจะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดด้วยการผัดวันประกันพรุ่งไปก่อน

 

ถ้าจะเจ็บขอเจ็บทีหลัง และถ้าจะมีความสุขก็ขอสุขในเวลาปัจจุบันเลย เป็นผลมาจากอคติทางความคิดที่เรียกว่า การลำเอียงเข้าหาปัจจุบัน (Present Bias) แม้จะรู้ดีว่าจะดีต่อนาคตแต่ก็อดควบคุมตัวเองไม่ได้ (Self-control)

 

ทำอย่างไรถึงจะเอาชนะอุปสรรค

 

Richard Thaler และ Shlomo Benartzi นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ได้ทำการออกแบบโครงการออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ โดยใช้การสะกิดทางพฤติกรรม (Nudge) ที่สามารถทำให้พนักงานที่เคยปฏิเสธแผนการออมเพื่อการเกษียณ 78% เปลี่ยนใจเข้าร่วมโครงการได้และมีสัดส่วนในการหักเงินเพื่อออมเพิ่มมากขึ้นกว่ารูปแบบปกติ ในชื่อ The SMarT Plan – Save More Tomorrow ซึ่งมีหลักการสำคัญ ได้แก่

 

1.เมื่อวันที่คนออมมากที่สุดคือวันหลัง ก็ให้เลือกที่จะออมในวันหลัง

 

เนื่องจากการผัดวันประกันพรุ่งเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดเป็นเรื่องที่แก้ได้ยาก ดังนั้นโครงการจึงให้ตัดสินใจในวันนี้แต่ผลลัพธ์จะไปเกิดขึ้นในวันหลังเมื่อมีการขึ้นเงินเดือนครั้งต่อไป การทำแบบนี้ทำให้ไม่รู้สึกสูญเสีย เพราะไม่ใช่การทำให้สิ่งที่มีอยู่หายไป แต่เป็นการทำให้การได้ในอนาคตลดลง

 

  1. ไม่ต้องควบคุมตัวเอง (Self-control) เพื่อปรับพฤติกรรมที่ทำอยู่

 

เพราะสิ่งที่ตัดสินใจจะไปเกิดผลลัพธ์กับเงินเดือนส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา ทำให้ปัจจุบันได้รับเงินเดือนอยู่เท่าไร ใช้จ่ายอยู่อย่างไร ก็ใช้จ่ายแบบเดิมได้ ไม่ต้องลดหรืองดอะไรให้ลำบากขึ้น

 

  1. มนุษย์มีแรงเฉื่อยในพฤติกรรม เคยเป็นมาอย่างไรก็ชอบที่จะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น

 

โครงการนี้จะเพิ่มสัดส่วนในการออมโดยอัตโนมัติในทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น เป็นอัตราก้าวหน้าไปจนถึงอัตราสูงสุดที่ตั้งไว้ การไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะคงสถานะสิ่งที่เลือกไว้ แม้จะสามารถเปลี่ยนใจหรือยกเลิกได้ในภายหลังก็ตาม ซึ่งทำให้จำนวนเงินที่หักเพื่อออมเพื่อการเกษียณสูงไปได้ถึงเฉลี่ย 13.6% เทียบกับการตัดสินใจเลือกออมปกติที่ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8.8%

 

หากเรารู้ตัวเองว่าเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ยาก ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจมักจะเลือกทางที่สบายทันทีมากกว่าทางเลือกที่ดีกว่าแต่สร้างความลำบากหรือยุ่งยาก บางครั้งอาจจะต้องหาเครื่องมือหรือวิธีการที่จะช่วยทำให้เราสามารถเลือกตัวเลือกที่สมเหตุสมผลได้แบบที่ไม่ต้องรู้สึกลำบากใจ นักลงทุนที่วิเคราะห์ได้ว่าอะไรคือทางเลือกที่ควรเลือก และสามารถบังคับตัวเองให้สามารถเลือกได้แม้จะเจ็บปวดบ้าง แต่ยอมรับและตัดใจได้ลง คือ นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

Thaler, R. H., & Benartzi, S. (2004). Save more tomorrow™: Using behavioral economics to increase employee saving. Journal of political Economy, 112(S1), S164-S187.

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน