การเงิน

ถอดบทเรียน ” การค้ำประกัน ” จากชีวิตที่พลิกผันของเหม ภูมิภาฑิต

การค้ำประกัน

เหตุการณ์ที่ เหม ภูมิภาฑิต นิตยารส ดารานักแสดงหนุ่ม วัย 31 ปี ก่อเหตุฆ่าตัวตายช็อควงการอย่างกะทันหัน กลายเป็นเรื่องราวกระแสพูดคุยในระดับประเทศ ด้วยความที่เป็นคนที่ยังอายุไม่มาก มีงานที่รายได้ดี แต่ทำไมถึงตัดสินใจเลือกหนทางนี้ ประเด็นสำคัญที่น่าจะเป็นจุดพลิกผันใหญ่ คือ การค้ำประกัน

 

การค้ำประกัน คือ จุดเปลี่ยนของชีวิต

 

คนรอบ ๆ ตัวเชื่อว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ เหม ภูมิภาฑิต ตัดสินใจฆ่าตัวตาย คือ มูลหนี้กว่า 15 ล้านบาท ที่เกิดจากการค้ำประกันให้เพื่อน และเพื่อนเบี้ยวหนี้ ทำให้ตัวนักแสดงหนุ่มต้องรับภาระในการชำระหนี้ก้อนโตแทนทั้งหมด คนใกล้ตัวเล่าว่า เหมต้องรับผิดชอบค่าดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อวันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะทำงานหนัก และมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอ

 

ผู้ค้ำประกัน คือ ลูกหนี้คนที่ 2 ของเจ้าหนี้

 

ข้อคิดสำคัญจากเหตุการณ์นี้ คือ การค้ำประกันให้กับผู้อื่น ถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนสร้างหนี้เอง หรือ ไม่ใช่คนที่ได้รับประโยชน์จากหนี้ก้อนนั้นแม้แต่น้อย แต่ในท้ายที่สุด ผู้ค้ำประกันก็มีสภาพเป็นลูกหนี้คนที่ 2 เมื่อเจ้าหนี้พยายามทวงถามการชำระหนี้จากลูกหนี้จนสุดความสามารถครบ 60 วันแล้ว เจ้าหนี้จะหันมาเรียกเก็บหนี้จากผู้ค้ำประกันแทน ส่วนผู้ค้ำประกัน ถ้าอยากได้เงินคืน ก็ต้องไปฟ้องกับลูกหนี้อีกที

 

บทเรียนที่อยากสื่อ คือ อย่าไปเซ็นค้ำประกันให้ใคร ถ้าไม่พร้อมจะจ่ายหนี้ก้อนนั้น ๆ แทน

 

การค้ำประกันกลายเป็นเรื่องที่พูดซ้ำ ๆ มาตลอดในสังคมไทย จากประสบการณ์ตรง คนรอบตัวของลงทุนศาสตร์ก็เคยเจอความเจ็บปวดจากการค้ำประกันจำนวนมาก ที่น่าเศร้า คือ ส่วนใหญ่มูลหนี้ต้นเหตุเป็นเรื่องไม่สำคัญอะไร เรียกว่าไม่ต้องสร้างก็ได้ เป็นความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น เช่น กู้ซื้อรถ (เดินทางขนส่งสาธารณะได้) กู้ซื้อบ้าน (เช่าอยู่ได้) กู้ไปทำธุรกิจ (ทำงานประจำเก็บเงินให้พร้อม ก่อนไปเริ่มธุรกิจของตนเองได้)

 

ระลึกอยู่เสมอ ๆ ว่า เมื่อคิดจะเซ็นแล้ว ก็ต้องพร้อมจะจ่ายด้วย

 

คนเซ็นค้ำประกัน ควรเตรียมใจชำระหนี้ตั้งแต่เซ็นแล้ว เพราะเราได้สถานะลูกหนี้อันดับที่ 2 ไปแล้ว ทั้งที่เราไม่ได้มีผลประโยชน์ใดต่อหนี้ก้อนนั้น สิ่งที่เราควรทำจึงเป็นการคิดทบทวนให้ดีว่า นี่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าไหม ที่เราจะต้องไปแบกรับความเสี่ยงที่ต้องใช้หนี้แทนคนอื่น โดยที่เราไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย

 

อย่าให้ความเกรงใจมาค้ำคอไว้จนไม่กล้าพูด หากสุดท้ายลูกหนี้เบี้ยวหนีหายไป การต้องมานั่งตามชดใช้หนี้ที่ไม่ได้ทำไว้ เจ็บปวดกว่าการปฏิเสธว่า “ไม่” ไปแต่แรกมากทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน