การลงทุน

ตลาดหุ้นไทยจะลงไปอีกกี่จุด (ตามสถิติ)

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้น อาจจะถือว่าเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยากจะหลายปัจจัย และอาจจะยากกว่าทำนายดินฟ้าอากาศเสียอีก เนื่องจากตลาดหุ้นประกอบไปด้วยคนหลายล้านคน แถมคนเหล่านั้นก็พยายามจะทำนายตลาดหุ้นเสียด้วย กลายเป็นว่า ตลาดหุ้นก็บิดเบือนไปด้วยคำทำนายของตนเอง

 

ทุกครั้งที่ตลาดดูเป็นขาลง คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ ตลาดหุ้น จะลงไปได้อีกกี่จุด?

 

ในทางความเป็นจริงแล้ว หลายคนคงรู้ดีว่าการทำนายตลาดหุ้นในระยะสั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เอาเถอะ หากถ้าเราอยากจะทำนายเสียอย่าง เราจะลองมาทำนายกันว่าในทางสถิติแล้ว ตลาดหุ้นจะลงไปได้มากอีกเท่าไหร่

 

ทฤษฎีที่หยิบมาใช้คือ RTM หรือ Reversion to the mean

 

RTM เป็นทฤษฎีที่กล่าวไว้ว่าในระยะยาว ราคาของสินทรัพย์ใดๆ จะเข้าสู่ระดับค่าเฉลี่ย ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ราคาสินทรัพย์นั้นจะขึ้นไปสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก

 

ค่าเฉลี่ยที่หยิบขึ้นมาใช้ในการทำนายตลาดหุ้นคือ ค่าเฉลี่ย PE ระยะยาวของตลาด (PE คือ Price Per Earning Ratio หรืออัตราส่วนระหว่างมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหารด้วยกำไรสุทธิของกิจการ) ซึ่งจากงานวิจัยของ Vanguard บริษัทจัดการกองทุนรวมระดับโลกพบว่า การทำนายตลาดหุ้นด้วย PE น่าเชื่อถือที่สุด (ถึงแม้ว่าการทำนายตลาดระยะสั้นจะน่าเชื่อถือน้อยกว่าการทำนายตลาดระยะยาวมากก็ตาม)

 

PE ที่หยิบมาใช้คือ PE ย้อนหลัง 1 ปีของตลาดหุ้น เทียบกับ PE เฉลี่ยย้อนหลังระยะยาวของตลาด

 

PE เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีเท่ากับ 16.94 เท่า ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 4.10 เท่า

PE เฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปีเท่ากับ 13.51 เท่า ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 5.11 เท่า

PE เฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปีเท่ากับ 14.77 เท่า ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 5.36 เท่า

PE เฉลี่ยย้อนหลัง 40 ปีเท่ากับ 13.37 เท่า ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 5.39 เท่า

 

ในขณะที่ กำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถ่วงตามน้ำหนัก เท่ากับ 98.11 บาท

 

ดังนั้นหากอ้างอิงตามทฤษฎี RTM โดยใช้ค่าเฉลี่ย PE ตลาดในช่วงต่างๆ จะได้เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตามนี้

 

อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ตลาดหุ้นที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,661.98 จุด

อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี ตลาดหุ้นที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,325.47 จุด

อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี ตลาดหุ้นที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,449.08 จุด

อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 40 ปี ตลาดหุ้นที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,311.73 จุด

 

สังเกตว่าเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยเทียบค่าเฉลี่ยแล้วต่างกันค่อนข้างมาก

 

เหตุผลสำคัญคือตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดอกเบี้ยนโยบายของภาพรวมโลกเป็นขาลงมาโดยตลอด ทำให้ต้นทุนของเงินทุนต่ำมากมาโดยตลอด เมื่อการฝากเงินในธนาคารให้ผลตอบแทนต่ำ สินทรัพย์อื่นอย่างหุ้นจึงเป็นขาขึ้นมาโดยตลอด ค่าเฉลี่ย PE ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงสูงอย่างผิดปรกติ

 

ประเด็นตรงนี้สำคัญมาก เพราะหากเราในฐานะนักลงทุนวิเคราะห์ว่าสภาพดอกเบี้ยตกต่ำแบบนี้จะเป็นเรื่องปรกติใหม่ (New Normal) ของตลาดการเงินโลก การใช้ค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 10 ปีอาจสมเหตุสมผล

 

แต่หากเรามองว่าการอัดฉีดเงินเข้าระบบด้วย QE (Quantitative Easing) หรือการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ภาวะปรกติของสภาพการเงินโลก เราควรเลือกใช้ PE ระยะยาวมากขึ้น โดยอาจใช้ PE ย้อนหลัง 20 ปี 30 ปี หรือ 40 ปีแทน ซึ่งสังเกตว่าค่าที่ให้มักต่างกันไม่มากนัก

 

สรุป

 

หากเราเป็นนักลงทุนแบบเน้นลงทุนในตลาด (ลงทุนในกองทุนดัชนี) ตลาดหุ้นที่ระดับ 1,661.98 จุดจะเป็นระดับการลงทุนที่เท่ากับค่าเฉลี่ยในระยะ 10 ปีย้อนหลัง ในขณะที่ตลาดหุ้นที่ระดับประมาณ 1,362.09 จุดจะเป็นระดับการลงทุนที่ประมาณเท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลังในระยะยาว

 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือระดับตลาดหุ้นที่กล่าวมานั้นคือระดับค่าเฉลี่ยหรือ mean แต่ในทางสถิติแล้ว ราคาของสินทรัพย์อาจจะลงไปต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยได้ โดยเฉพาะช่วงวิกฤต ตลาดหุ้นอาจจะตกต่ำลงได้มากกว่า 3SD

 

ดังนั้น

 

หากเน้นลงทุนระยะยาว ควรพิจารณาใช้วิธีซื้อลงทุนถัวเฉลี่ย (DCA ; Dollar Cost Average) ประกอบด้วย เพื่อป้องกันการจับจังหวะตลาดผิด (ซึ่งเป็นเรื่องปรกติมาก เพราะตลาดหุ้นคือสิ่งที่ทำนายไม่ได้)

 

แต่หากเน้นลงทุนหุ้นรายตัว นักลงทุนควรประเมินมูลค่าหุ้นตามแต่ละตัวไป ตลาดหุ้นที่ตกมากมายเป็นร้อยจุดจากจุดสูงสุดนี้ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวถูก หุ้นบางตัวถูกจริง แต่บางตัวก็ยังคงสภาพแพงระยิบระยับอยู่เช่นเดิม

 

สุดท้าย ผมเองก็ไม่ได้เชื่อในวิธีการเหล่านี้เท่าไหร่นัก แต่อยากเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างแนวคิดสำหรับนักลงทุนที่มองภาพตลาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนในกองทุนรวมที่ต้องดูภาพรวมตลาดเป็นหลัก เป้าหมายตลาดหุ้นในบทความนี้ใช้เพื่อการศึกษาแนวคิด ไม่สามารถใช้อ้างอิงในการลงทุนได้

 

(อย่าเอาไปแทงหวยหุ้นกันหละ!)

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน