การลงทุน

วิธีเลือกกองทุน LTF

กองทุน LTF

LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund) คือกองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่ลงทุนจริงสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท แล้วเราจะมี วิธีเลือกกองทุน LTF อย่างไรได้บ้าง

 

กองทุน LTF ถือเป็นเครื่องมือหลักในการลดภาษีของมนุษย์เงินเดือน

 

เหตุผลคือช่วงระยะเวลาการถือครองจะอยู่ที่ 7 ปีปฎิทินซึ่งถือว่าสั้นกว่า RMF มาก เพราะ RMF จะกำหนดอยู่ที่ 55 ปีหรือถือเกิน 5 ปีขึ้นไปถึงจะไถ่ถอนได้ ดังนั้น LTF จึงมักเป็นที่นิยมกว่าด้วยระยะเวลาการถือครองที่ไม่ยาวนานมากนัก

 

แล้วถ้าอยากเริ่มต้นลงทุนในกองทุน LTF ต้องเริ่มต้นเลือกอย่างไร?

 

1 ค้นหารายชื่อกองทุน LTF ที่น่าสนใจ

 

กองทุน LTF ก็คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั่วไป มีหลายค่ายหลายสำนัก ก่อนอื่นเราต้องหารายชื่อของกองทุนที่เราคาดว่าน่าจะดีหรือติดอันดับน่าสนใจเพื่อมาใช้คัดเลือกต่อก่อน วิธีที่แนะนำสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยรู้จักกองทุนเยอะคือ ค้นหาจากกองทุน LTF ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด 10 อันดับใน Morningstarthailand.com โดยอาจจะเลือก 10 อันดับที่ดีที่สุดในรอบ 1 เดือน 1 ปี และ 3 ปีเพื่อมาใช้เปรียบเทียบกันหลายๆ กองทุน

 

2 ดูสัดส่วนการถือครองหุ้นของกองทุน

 

กองทุน LTF มีข้อบังคับให้ถือหุ้นไทยอย่างน้อย 65% ของกองทุนรวม ดังนั้น หากเราต้องการความผันผวนน้อย อาจเลือกกองที่มีการถือเงินฝากธนาคารหรือตราสารหนี้ประกอบในสัดส่วนที่สูง เช่น กองทุนที่ถือหุ้น 65% หรือ 75% เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะมีบอกไว้ในหนังสือชี้ชวนการลงทุน เพียงนำชื่อกองทุนไปค้นหาในกูเกิ้ลก็เจอเลย

 

3 ดูนโยบายการลงทุนเพิ่มเติม

 

หลังจากที่ได้รายชื่อกองทุนรวมที่สนใจ และดูสัดส่วนการถือหุ้นที่ชอบแล้ว เราก็มาวิเคราะห์นโยบายการลงทุนทีละกองทุนไล่ไป โดยสามารถค้นหาหนังสือชี้ชวนการลงทุนของแต่ละกองทุนที่สนใจผ่านกูเกิ้ลได้เลย ถึงแม้ว่ากองทุน LTF จะลงทุนในหุ้นไทยเหมือนกัน แต่หลายกองก็มีนโยบายการลงทุนพิเศษ เช่น ลงทุนในหุ้นที่มีธรรมาภิบาลดี ลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก หรือลงทุนในหุ้นที่ผันผวนน้อย ดังนั้น เราก็สามารถเลือกตามใจชอบได้ในกรณีที่สนใจนโยบายแบบใดเป็นพิเศษ

 

4 ดูผลตอบแทนย้อนหลัง

 

เปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหุ้นดู ซึ่งตรงนี้ก็จะมีบอกไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วยเช่นกัน หากเราไม่มีไอเดียในการลงทุนแบบใดเป็นพิเศษก็สามารถเลือกจากผลตอบแทนในอดีตได้ ถึงแม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่การันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่อย่างน้อย เด็กเรียนเก่งก็มีแนวโน้มจะทำคะแนนได้ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต เราก็เลือกกองทุนที่ชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

5 ดูพอร์ตการลงทุนของกองทุน

 

ในกรณีที่มีความรู้เรื่องการลงทุนขึ้นมาอีกระดับ เราอาจเข้าไปเจาะลึกหุ้นที่กองทุนถือก็ทำได้ โดยอาจจะเลือกหุ้นในกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตดีในระยะยาว เช่น หุ้นค้าปลีกที่โตไปกับการขยายตัวของสังคมเมือง หุ้นท่องเที่ยวที่โตไปกับเทรนด์การขยายตัวของนักท่องเที่ยว หรือหุ้นโรงพยาบาลที่เติบโตไปกับกระแสสังคมผู้สูงอายุ แต่ในกรณีที่เราสนใจแนวทางการลงทุนแบบอื่นก็ได้เช่นกัน เช่น ถ้าอยากลงทุนอ้างอิงกับราคาน้ำมัน ก็อาจจะเลือกกองทุนที่ถือหุ้นพลังงานเยอะๆ เป็นต้น

 

สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลย วิธีการที่ง่ายและได้ผลที่สุด คือ ค้นหารายชื่อกองทุน LTF ที่คาดว่าจะดีมาให้มากที่สุด และเริ่มต้นวิเคราะห์จากหนังสือชี้ชวน หากเราไม่มีความรู้เชิงลึกอะไรมากก็ให้เลือกจากกองทุนที่มีผลตอบแทนย้อนหลังเทียบกับตลาดดีๆ เป็นหลัก เพราะอย่างที่บอก เด็กเรียนดีก็มักจะเรียนดีต่อไปในอนาคต

 

สิ่งสำคัญคือเริ่มสักที เพราะถ้าไม่เริ่มวันนี้ เราก็มักจะไม่ได้เริ่ม แต่ถ้าเริ่มแล้ว สุดท้ายความขี้งกของเราก็จะผลักดันให้เราหาข้อมูลมากขึ้น และศึกษามากขึ้นไปตามลำดับเอง

 

เอ้า เริ่มมมมม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน