การลงทุน

อุปสรรคการเติบโตของหุ้น BAFS

BAFS

หุ้น BAFS หรือบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นที่มีลักษณะพิเศษหลายอย่าง ทั้งการเป็นหุ้นพลังงานที่ผลรายได้และกำไรผันผวนไปตามราคาพลังงานน้อย และเป็นหุ้นพลังงานที่เป็นหุ้นท่องเที่ยวมากกว่าหุ้นกลุ่มพลังงานด้วยกันเอง บาฟจึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีความน่าสนใจในการศึกษาเรียนรู้ไม่น้อยเลย

 

บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานและการขนส่งน้ำมันทางท่อเป็นหลัก โดยสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 90 : 10 เปอร์เซ็นต์ และรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการเติมน้ำมันที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

 

มองย้อนกลับไปการเติบโตของรายได้และกำไรของหุ้นบาฟน่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

ปี 2014 รายได้ 3,024 ล้านบาท กำไร 757 ล้านบาท
ปี 2015 รายได้ 3,359 ล้านบาท กำไร 957 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 3,711 ล้านบาท กำไร 1,097 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 3,640 ล้านบาท กำไร 970 ล้านบาท

 

สังเกตว่ารายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่มาสะดุดในปี 2017 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปี 2016 บริษัทมีรายได้พิเศษ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อปรับรายการพิเศษออก บริษัทก็ถือว่ายังมีผลกำไรที่ลดลงอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะลดลงในอัตราส่วนที่น้อยลงก็ตาม

 

(อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเติบโตของธุรกิจท่าอากาศยาน : การวิเคราะห์การเติบโตของ AOT)

 

อะไรคืออุปสรรคในการเติบโตของหุ้น BAFS ?

 

1 การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ

 

การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญในปี 2016 ถือเป็นการทำให้จำนวนเที่ยวบินลดลงส่งผลต่อบริษัทโดยตรง (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นท่องเที่ยวและคนจีน : คนจีนชอบเที่ยวไทย หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์) เพราะจำนวนสายการบินที่ลดลงย่อมส่งผลให้การเติมน้ำมันลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเริ่มค่อยๆ คลี่คลายไปแล้ว เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนก็มีสัญญาณฟื้นตัวกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในปี 2018

 

2 การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2016 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอในการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันสำหรับเที่ยวบินในประเทศเพิ่ม จากเดิมเก็บที่ 20 สตางค์ต่อลิตร ไปเป็น 4 บาทต่อลิตร ส่งผลให้สายการบินภายในประเทศขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินกันถ้วนหน้า ส่วนใหญ่ปรับราคาขึ้นที่ 150 บาทต่อเที่ยวต่อคน

 

การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันส่งผลต่อปริมาณการเติมน้ำมันอย่างไร ในเมื่อเครื่องบินก็ไม่น่าจะลดปริมาณการใช้น้ำมันได้

 

คำตอบคือปริมาณน้ำมันที่อากาศยานเติมนั้นประกอบกันด้วยหลายส่วน ได้แก่ (1) น้ำมันสำหรับขับเคลื่อนจากอาคารผู้โดยสารไปรันเวย์ (2) น้ำมันที่ใช้บินจากสนามบินต้นทางไปสนามบินปลายทาง (3) น้ำมันที่เผื่อไว้กับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น การบินในสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสม (4) น้ำมันที่เผื่อใช้บินจากสนามบินปลายทางไปยังสนามบินสำรอง (5) Extra Fuel ที่นักบินเผื่อเอาไว้ตามสถานการณ์และความเหมาะสม

 

เมื่อภาษีสรรสามิตน้ำมันเพิ่ม ต้นทุนการบริโภคน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น สายการบินจึงรัดเข็มขัดโดยการลด Extra Fuel ตรงนี้ลง โดยคำนวณให้รัดกุมมากขึ้น และเผื่อพอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างจำเป็นแต่ไม่มากเกินไป ส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันอากาศยานในแต่ละเที่ยวบินลดลง รายได้ของบาฟจึงลดลงตามไปด้วย

 

3 อากาศยานเลือกเติมน้ำมันจากปลายทาง

 

ในกรณีที่สายการบินปลายทางที่อากาศยานบินไปไม่ใช่ท่าอากาศยานที่บริษัทให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ สายการบินก็มีโอกาสเลือกเปรียบเทียบค่าเติมน้ำมันต้นทางเทียบกับปลายทางได้เพื่อเลือกเติมน้ำมันจากฝั่งของต้นทุนค่าน้ำมันที่ต่ำกว่า เช่น หากสายการบินที่บินจากจีนมาไทยและกลับไปจีน อาจเลือกเติมน้ำมันจากจีนมาจนพอสำหรับบินไปกลับก็ได้ หากพิจารณาแล้วว่าต้นทุนค่าน้ำมันของฝั่งจีนนั้นถูกกว่า หุ้น BAFS จะผูกขาดการเติมน้ำมันส่วนใหญ่ในเส้นทางการบินในประเทศเท่านั้น แต่ถ้าหากต้องไปต่างประเทศ สายการบินก็มีโอกาสเปรียบเทียบต้นทุนการเติมน้ำมันอยู่ดี

 

4 การพัฒนาเครื่องยนต์อากาศยานประหยัดน้ำมัน

 

สายการบินก็เหมือนกับรถยนต์ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์อยู่เสมอ และเทคโนโลยีการประหยัดน้ำมันก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของการพัฒนาอีกด้วย อย่างโบอิ้งเองก็มีการออกเครื่องบินรุ่น 737 MAX ออกมาหลังเครื่องบินรุ่น 737 โดยมีการปรับปรุงในหลายส่วนเช่นห้องโดยสาร อุปกรณ์ความสะดวกภายใน นอกจากนี้ เครื่องบินรุ่น 737 MAX ยังประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่น 737 ถึง 2.5 ล้านปอนด์ต่อลำต่อปี ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีตรงนี้ก็เป็นผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของบาฟ เพราะถ้าอนาคตสายการบินหันไปใช้เครื่องบินประหยัดน้ำมันกันหมด ปริมาณการเติมน้ำมันก็ต้องลดลงแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม อากาศยานถือเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก การจะเปลี่ยนทั้งหมดคงไม่ง่ายนักหรือใช้เวลานานมาก เพียงแต่อากาศยานรุ่นใหม่ๆ ของฝูงบินมากกว่าที่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในตรงนี้

 

แต่อย่างไรก็ตามหุ้นบาฟก็ยังอยู่ในอุตสาหกรรมที่ดีมากคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยนั่นเอง

 

บทความนี้ไม่ใช่การจู่โจมว่าหุ้นบาฟไม่ดีแต่เพียงต้องการจะเล่าภาพธุรกิจให้รอบด้าน การเป็นนักลงทุนจำเป็นต้องรู้ทั้งจุดดีจุดด้อยของธุรกิจ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ได้อย่างครบถ้วน

 

เอาใจช่วยบาฟกันต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน