การลงทุน

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหุ้น BAM

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหุ้น BAM

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหุ้น BAM

 

  1. BAM หรือ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และทรัพย์สินรอการขาย ลักษณะการประกอบธุรกิจคล้าย JMT หรือ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) และ CHAYO หรือ บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

  1. BAM คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยพิจารณาจากสินทรัพย์รวม และบริษัทมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 99.99%

 

  1. สินทรัพย์ที่ BAM ซื้อมาบริหารจะมี 2 แบบหลัก คือ สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (เงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้) และทรัพย์สินรอการขาย โดยสินทรัพย์ด้อยคุณภาพถือเป็นสินทรัพย์และรายได้หลักของกิจการ (สัดส่วนรายได้มากกว่า 60%) ก่อนจะขายสินทรัพย์ดังกล่าวไปได้ บริษัทต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายก่อน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และกระบวนการทางศาล ก่อนที่จะขายสินทรัพย์และรับรู้รายได้และกำไรออกมา

 

  1. สินทรัพย์ด้อยคุณภาพส่วนใหญ่ที่ BAM บริหาร คือ อสังหาริมทรัพย์ติดจำนอง ส่วนทรัพย์สินรอการขายส่วนใหญ่ก็เป็นอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน

 

  1. คู่แข่งโดยตรงของ BAM คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์อื่นที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ในเครือของธนาคารพาณิชย์ แต่ BAM จะมีจุดแข็งคือบริษัทสามารถเลือกซื้อสินทรัพย์ได้จากแหล่งสินทรัพย์ที่หลากหลาย เนื่องจาก บริษัทบริหารสินทรัพย์ในเครือธนาคารพาณิชย์มักจะไม่ซื้อสินทรัพย์ข้ามเครือธนาคาร

 

  1. จากปี 2554 – ไตรมาส 3 ปี 2562 เงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด เติบโตในอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปี ในขณะที่ สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ในระบบธนาคาร เติบโตในอัตราร้อยละ 8.0 ต่อปี (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย)

 

  1. ในช่วงปี 2559 – 2561 อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ และ อัตราส่วนค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สินรอการขายต่อทรัพย์สินรอการขาย มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อ ไปจนถึงรอบ 9 เดือนของปี 2562

 

  1. อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin ; GPM) เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ประมาณ 80% ในขณะที่ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ; NPM) เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ประมาณ 55%

 

  1. มูลค่ากิจการตามราคาตลาด (Market Capitalization) ณ ราคา IPO อยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท

 

  1. อัตราส่วนมูลค่ากิจการตามราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (Price per Earning Ratio ; PER) ณ ราคา IPO อยู่ที่ประมาณ 10 เท่า

 

10 เรื่องน่ารู้ต่อไปจะเป็นของหุ้นไหน อย่าลืมติดตาม!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน