การลงทุน

NOBLE ปันผล 34.5%

NOBLE

NOBLE หรือ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักด้านพัฒนาอสังริมทรัพย์ โดยมีแบรนด์ในเครือหลัก คือ คอนโดและบ้านแบรนด์โนเบิล เช่น โนเบิล เพลินจิต , โนเบิล รีโว สีลม และ โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล เป็นต้น

 

โนเบิล ถือเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ขนาดเล็กค่อนไปทางกลาง

 

มูลค่ากิจการตามราคาคลาด อยู่แถวประมาณ 5,000 ล้านบาท ในปี 2015 จนมาวิ่งอยู่แถวประมาณ 10,000 ล้านในปัจจุบัน ส่วนรายได้และกำไรสุทธิก็มีความผันผวนตามลักษณะของหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดไม่ใหญ่ เมื่อโครงการเปิดตัว รายได้จะโดด กำไรจะโดด แต่เมื่อปีไหนไม่มีโครงการใหญ่ๆ รายได้และกำไรก็จะลดลงเร็ว

 

รายได้ ปี 2015 – 2017 ของโนเบิล

 

ปี 2015 รายได้ 447.16 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 4,567.53 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 9,731.31 ล้านบาท

 

กำไรสุทธิ ปี 2015 – 2017 ของโนเบิล

 

ปี 2015 ขาดทุน 467.66 ล้านบาท
ปี 2016 กำไร 682.20 ล้านบาท
ปี 2017 กำไร 2,043.67 ล้านบาท

 

ล่าสุด NOBLE ประกาศจ่ายเงินปันผล 34.5%

 

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสูงถึง 6.9 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ราคาปิด ณ วันศุกร์อยู่ที่ 20.00 บาท ทำให้การปันผลระหว่างกาลครั้งนี้ให้ %yield สูงถึง 34.5% เรียกได้ว่าดูประกาศปันผลแล้วก็ต้องขยี้ตาและขยี้ตาอีกว่า ทำไมหนอทำไม ทำไมบริษัทถึงจ่ายปันผลออกมามากมายขนาดนี้

 

หันไปดูเส้นทางทางการเงินของบริษัทก็มีความซับซ้อนชวนสับสนอยู่มากมาย

 

29 มีนาคม 2016 : งดจ่ายปันผล

21 เมษายน 2017 : งดจ่ายปันผล

21 กันยายน 2017 : ออกหุ้นกู้

7 มีนาคม 2018 : จ่ายปันผล

7 พฤษภาคม 2018 : จ่ายปันผล

12 มิถุนายน 2018 : หลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย H เพราะพบการซื้อขายที่อาจจะนำไปสู่ Tender Offer

12 มิถุนายน 2018 : ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกาศ Tender Offer ที่ราคา 12.25 บาทต่อหุ้น

22 กุมภาพันธ์ 2019 : บริษัทประกาศปันผล 6.90 บาทต่อหุ้น

 

เม็ดเงินที่จ่ายปันผลออกมาถือว่าสูงมาก

 

บริษัทมีหุ้นทั้งหมด 456,471,175 หุ้น จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 6.90 บาท คิดเป็นมูลค่าการจ่ายรวม 3,149,651,107.5 ล้านบาท ตีกลมๆ ว่า 3 พันกว่าล้าน ในขณะที่มูลค่ากิจการตามราคาตลาดปัจจุบันของบริษัทวิ่งอยู่แถว 9 พันล้านบาท

 

เปิดดูงบแสดงฐานะทางการเงินก็ไม่ค่อยให้ความชัดเจนเท่าไหร่นัก

 

เนื่องจากบริษัทยังไม่ส่งงบการเงินปี 2018 ทำให้ข้อมูลกิจการยังคงค้างอยู่ที่ ณ วันสิ้นไตรมาส 3 ซึ่งบบริษัทก็มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ในมือเพียง 672.53 ล้านบาท และยังมีหนี้สินรวมอยู่ที่ 16,593.68 ล้านบาท บนส่วนทุนที่ 6,667.54 ล้านบาท

 

ตีคร่าวๆ ว่าก่อนปันผล DE จะอยู่ที่ 2.49 เท่า ในขณะที่หลังจากปันผลไปแล้ว DE จะขึ้นมาอยู่ที่ 4.72 เท่า แต่แน่นอนว่าตัวเลขตัวนี้ไม่แน่นอน เพราะบริษัทอาจจะทำกำไรสะสมมาเติมในส่วนทุนได้เป็นจำนวนมาก

 

บทความนี้ไม่ได้แนะนำซื้อ ถือ หรือขายหุ้นแต่อย่างใด เพียงแต่นำกรณีศึกษาการจ่ายปันผลปริมาณมหาศาลมาให้ลองอ่านกัน

 

คงต้องรอดูว่างบการเงินของบริษัทจะเป็นอย่างไร สมเหตุสมผลต่อการจ่ายเงินออกมาปริมาณมากไหม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน