การลงทุน

Achilles’ Heel ของบทวิเคราะห์

Achilles' Heel

Achilles’ Heel เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ จุดอ่อน ” โดยมีที่มาจากเรื่องราวของอคิลลีส (Achilles) วีรบุรษกรีกโบราณ ที่ตามตำนานเล่าว่า เขาเป็นชายที่ร่างกายแข็งแกร่ง เนื่องจากเธทิสได้จุ่มร่างของบุตรลงในแม่น้ำสติกส์เพื่อความคงกระพัน ติดจะมีจุดอ่อนก็ตอนที่จุ่ม เธทิสต้องใช้มือกุมข้อเท้าของบุตรไว้ ทั่วทั้งร่างของอคิลลีสที่แข็งแกร่ง จึงมีข้อเท้าเพียงจุดเดียวที่ไม่ได้อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นสำนวนข้อเท้าของอคิลลีส ที่แปลว่า ” จุดอ่อน ” นั่นเอง

 

ยกสำนวนดังกล่าวขึ้นมาพูดถึง เพราะกำลังคิดถึง “บทวิเคราะห์” เครื่องมือในการเรียนรู้การลงทุน ที่นักลงทุนจำเป็นต้องใช้ จนเกือบจะต้องอ่านเป็นชีวิตประจำวัน แต่บทวิเคราะห์นี้มักมีจุดอ่อนสำคัญหนึ่ง ที่เป็นจุดอ่อนพอที่จะเรียกว่าเป็น ” ข้อเท้าของอคิลลีส ” ก็ว่าได้

 

Achilles’ Heel ของบทวิเคราะห์ คือ การมองภาพธุรกิจที่สั้นเกินไป

 

บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนระยะสั้น ภาพบทวิเคราะห์จึงคล้ายกับการวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์งบ หรือการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบกิจการ

 

สังเกตว่า บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด กำลังเกิด หรือ จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และพูดถึงปัจจัยที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านั้น

 

เหตุผลหนึ่งเพราะงานของนักวิเคราะห์ต้องผลิตบทวิเคราะห์ออกมาจำนวนมาก ทำให้การวิเคราะห์ภาพระยะยาวนั้นอาจจะส่งผลที่เนื้อหาที่ออกมากลายเป็นเนื้อหาที่ซ้ำเดิมอยู่ร่ำไป และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญกว่า คือ คนส่วนใหญ่ของตลาดมองภาพระยะสั้น ธุรกิจไหนจะดีในปีนี้ ปีหน้า มากกว่าจะตั้งคำถามว่าธุรกิจไหนจะอยู่รอดในระยะยาว

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการถือหุ้นยาว ไม่เป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนไทยเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าคุยกันด้วยหลักการแล้วการถือยาวจะดูดี แต่ในชีวิตจริง นักลงทุนจำนวนมากก็ยังเลือกที่จะเปลี่ยนตัวหุ้นอยู่เสมอ ๆ

 

การมองสั้นอาจจะไม่ใช่ปัญหาในเชิงการวิเคราะห์ธุรกิจ เพราะปัจจัยระยะสั้นระยะยาวต่างก็มีผลต่อการลงทุนในหุ้นทั้งสิ้น แต่การมองสั้นนำมาซึ่งปัญหาในเชิงการประเมินมูลค่าหุ้น เพราะการมองสั้นเกินไป ทำให้มูลค่ากิจการผูกติดไว้กับผลกำไรระยะสั้นมากเกินไป จนกลายเป็นว่าปัจจัยที่ดีหรือไม่ดีระยะสั้นเพียงปีเดียวอาจส่งผลต่อธุรกิจได้อย่างมากมายมหาศาล ทั้งที่ถ้าคิดในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น

 

ยกตัวอย่างเช่น การประเมินมูลค่าหุ้นที่นิยมมากของบทวิเคราะห์คือ การใช้ค่า PE โดยมักจะเลือกใช้ forward PE ของกำไรสิ้นปีหน้า นั่นหมายถึง เรากำลังให้ราคาธุรกิจทั้งหมดจากกำไรของปีหน้าเพียงปีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า กำไรปีหน้า อาจจะเป็นกำไรที่ดีกว่าปรกติ หรือแย่กว่าปรกติก็เป็นได้

 

ถ้าปีหน้า กำไรดีกว่าความเป็นจริง เราก็อาจจะซื้อหุ้นที่ราคาแพงมาก แต่ถ้าปีหน้า กำไรแย่กว่าความเป็นจริง เราก็อาจจะยอมขายหุ้นไปในราคาที่ถูกมากได้

 

การประเมินมูลค่าในบทวิเคราะห์ก็อาจจะไม่ได้ผิด แต่อาจจะเรียกได้ว่าไม่ได้เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน โดยเฉพาะนักลงทุนที่มองภาพยาวกว่าระยะเวลาหนึ่งปีข้างหน้า

 

นักลงทุนที่ลงทุนระยะกลางถึงยาวจึงต้องมองภาพสะท้อนระหว่างการประเมินมูลค่าและผลกระทบระยะสั้นให้ได้ เพราะการตีมูลค่าในระยะสั้นไว้ด้วยการมองโลกแบบสุดขั้วเกินไปในระยะสั้น ก็อาจจะนำมาซึ่งการบิดเบือนของมูลค่า ที่จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ในระยะยาว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy