การลงทุน

ย้อนอดีต AMEX และวิกฤตน้ำสลัด

AMEX และวิกฤตน้ำสลัด

ย้อนอดีต AMEX และวิกฤตน้ำสลัด

 

American Express คือ หนึ่งในบริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่ของโลกที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลามากกว่าหนึ่งศตวรรษ

 

บริษัทที่มีรายได้กว่า 37,000 ล้านเหรียญ และกำไรอีกเกือบ 7,000 ล้านเหรียญในปี 2018 แต่เชื่อหรือไม่ว่า ครั้งหนึ่งในอดีตบริษัทแห่งนี้เคยเกือบต้องล้มละลายมาแล้วเพียงเพราะน้ำมันสลัด แต่น้ำมันสลัดเกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจบัตรเครดิตกันหละ ?

 

 

 

ย้อนไปช่วงปี 1960 มีบริษัทแห่งหนึ่งที่ชื่อ Anthony De Angelis ประกอบธุรกิจเป็นผู้ส่งออกน้ำมันถั่วเหลืองรายใหญ่ และสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นน้ำสลัด ซึ่งบริษัทนี้น่าจะเป็นผู้ส่งออกที่ใหญ่พอตัว เพราะถึงจุดหนึ่งพวกเขาคิดว่าตัวเองนั้นใหญ่พอที่จะมีอิทธิพลต่อราคาของน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดได้

 

เมื่อ Anthony De Angelis เริ่มรู้ว่าราคาน้ำมันถั่วเหลืองจะเคลื่อนไหวตามปริมาณการซื้อขายของตน พวกเขาจึงเริ่มคิดแผนการอันชาญฉลาดขึ้นมาบางอย่าง ด้วยการทำยังไงก็ได้ให้ราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดสูงขึ้น เพราะถ้าพวกเขาทำให้ราคาน้ำมันถั่วเหลืองสูงขึ้นได้ สินค้าของตัวเองก็จะขายได้ในราคาที่สูงขึ้น และหมายถึงกำไรที่มากขึ้นราวกับชี้นิ้วสั่ง

 

สิ่งที่พวกเขาทำคือ การไปหาเงินมาให้ได้มากที่สุดแล้วซื่อสัญญาล่วงหน้า (เรียกอีกอย่างว่าฟิวเจอร์) ในตลาดน้ำมันถั่วเหลือง และที่เดียวที่มีเงินให้พวกเขาเอามาใช้ได้ไม่จำกัดก็คือธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหลาย  Anthony De Angelis จึงนำน้ำมันสลัดของตนไปค้ำประกันกับสถาบันการเงินเพื่อขอเงินกู้ แล้วนำเงินที่ได้ไปปั่นราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดให้สูงขึ้น นอกจากจะฉลาดเรื่องน้ำมันถั่วเหลือง พวกเขายังฉลาดเรื่องการทำธุรกิจไม่เบา

 

 

 

เขาไม่ได้ฉลาดแค่ระดับธรรมดา แต่เขายังฉลาดแกม “โกง” อีกด้วย

 

Anthony De Angelis ตบตาเหล่าเจ้าหนี้ทั้งหลายด้วยการเอาน้ำผสมมาผสมกับน้ำมันถั่วเหลืองเพื่อขอเงินกู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถามว่าทำไมต้องผสมน้ำมันกับน้ำ? เพราะเมื่อน้ำมันผสมกับน้ำ น้ำมันจะลอยตัวอยู่ด้านบนจนดูเหมือนว่า Anthony De Angelis มีสินทรัพย์ค้ำประกันอยู่เพียบ

 

บรรดาผู้ตรวจสอบสินทรัพย์ค้ำประกันจากสถาบันการเงินหลายแห่งโดนต้มไปตามกัน สารพัดสถาบันพากันปล่อยกู้หนี้ที่อ้างอิงมาจากน้ำเปล่าที่มีน้ำมันจางๆ กลบเกลื่อนอยู่บนหน้า แน่นอนว่ารวมถึง American Express เจ้าหนี้รายใหญ่ที่ให้เงินกู้กับพวกเขากว่า 60 ล้านเหรียญ

 

จนถึงจุดหนึ่งที่ทุกอย่างน่าสงสัยมากพอ (น้ำมันถั่วเหลืองที่ Anthony De Angelis เอามาค้ำประกัน มีปริมาณมากกว่าน้ำมันถั่วเหลืองของทั้งประเทศซะอีก ไม่แปลกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว) น้ำมันถั่วเหลืองล่องหนพวกนี้ก็ความแตก บริษัท Anthony De Angelis อาจล้มละลาย แต่หนี้ก็ยังไม่ได้หายไปไหน และ American Express ก็ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 60 ล้านเหรียญจากวิกฤตย่อมๆ ที่เรียกว่า “วิกฤตน้ำสลัด”

 

 

 

American Express ก็เป็นเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วไปที่มักจะมีหุ้นให้ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยข่าวการสูญเงินจำนวนพอๆ กับส่วนของผู้ถือหุ้นของทั้งบริษัท จึงมีโอกาสสูงทีเดียวที่พวกเขาจะต้องล้มละลายตามบริษัทน้ำมันถั่วเหลืองเจ้าปัญหา ความกังวลนี้เองทำให้ราคาหุ้นของ American Express จมดิ่งลงไปในน้ำมันถั่วเหลืองแบบไม่มีชิ้นดี จากราคา 64 เหรียญมาเหลือเพียง 38 เหรียญในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น

 

แต่ดูเหมือนว่าจะมีชายจากเมืองโอมาฮาคนหนึ่งที่ไม่ค่อยกังวลเหมือนกับที่คนในตลาดหุ้นวอลสตรีทกังวลกัน ชายที่มีชื่อว่า วอเร็น บัฟเฟตต์ นักลงทุนในตำนานผู้นี้ที่ใช้เงิน 20 ล้านเหรียญเข้าซื้อหุ้น American Express ในช่วงที่ใครก็กลัวว่ามันจะล้มลาย แต่สิ่งที่บัฟเฟตต์มองก็คือมันเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่คงไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเขาก็คิดถูก เพราะราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าหลังจากนั้นในอีกสิบปีให้หลัง

 

น้ำสลัดที่ทำให้บริษัทหนึ่งเกือบล้มละลาย แต่มันก็ทำให้บางคนทำเงินได้มหาศาลเช่นเดียวกัน และวิกฤตน้ำมันสลัดก็ได้กลายเป็นตำนานการลงทุนของปู่บัฟเฟตต์ที่ใครต่อใครยังคงพูดถึงกันจนถึงทุกวันนี้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
How The Salad Oil Swindle Of 1963 Nearly Crippled The NYSE : businessinsider.com
Salad Oil Scandal : investopedia.com
บัฟเฟตต์ น้ำสลัดหาย และวิกฤตหุ้น GGC : investing.in.th

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน