การลงทุน

ย้อนอดีต AOT กับวิกฤตปิดสนามบิน

AOT กับวิกฤตปิดสนามบิน

ย้อนอดีต AOT กับวิกฤตปิดสนามบิน

 

สนามบิน เปรียบได้ดั่งประตูบ้านของแต่ละประเทศสำหรับต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก และประตูบ้านบานใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็คือสนามบินสุวรรณภูมิ

 

เมื่อต้องต้อนรับผู้เดินทางจากทั่วสารทิศ แน่นอนว่าประตูบ้านแห่งนี้ไม่เคยหลับใหล สนามบินไม่เคยปิด มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ หากประตูบ้านต้องปิดทำการแม้เพียงแค่ 1-2 วัน เพราะนั่นหมายถึงความเสียหายครั้งใหญ่ที่จะส่งผลต่อเจ้าของบ้าน ทั้งการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่นระดับประเทศ

 

แต่จะเป็นยังไงถ้าประตูบ้านแห่งนี้ถูกปิด ?

 

มันเคยเกิดขึ้นจริงมาแล้วในช่วงปลายปี 2551 เดือนท่องเที่ยวสำคัญที่หลายคนเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายแห่งการเที่ยวส่งท้ายปีล้วนต้องผิดหวัง เพราะระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายนไปจนถึง 3 ธันวาคม สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองถูกปิดเพราะความไม่สงบทางการเมืองที่นับว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

และแน่นอน คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของสนามบิน ซึ่งก็คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงนักลงทุนอีกหลายพันคน เพราะบริษัทนี้ยังจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อ AOT

 

 

 

AOT ไม่ได้เป็นเจ้าของสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว แต่ยังเป็นเจ้าของสนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ รวมทั้งสิ้น 6 สนามบินด้วยกัน โดยรายได้หลักๆ ของ AOT จะมาจากสามส่วนหลัก ได้แก่ ค่าบริการผู้โดยสารขาออก ค่าบริการสนามบิน และส่วนแบ่งรายได้จากผู้เช่าพื้นที่ที่อยู่ในสนามบิน

 

ดังนั้น การปิดสนามบินครั้งนี้จึงส่งผลต่อรายได้ของ AOT อย่างไม่ต้องสงสัย และ AOT เป็นหนึ่งในหุ้นที่ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่ดี ราคาหุ้นก็ “อาจจะ” ดิ่งแรงได้หลายเปอร์เซ็นต์ในระยะเวลาสั้นๆ

 

แต่คำว่า “อาจจะ” มันหมายถึงจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดก็ได้ คำถามคือ การปิดสนามบินครั้งนี้กระทบต่อรายได้ของ AOT แค่ไหนกันหล่ะ ?

 

ในปี 2550 AOT มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือมีรายได้ตกวันละ 54 ล้านบาทโดยประมาณ

 

คำถามที่ว่าการการปิดสนามบิน 10 วันจะทำให้ AOT สูญเสียรายได้ไปเท่าไหร่ คำตอบคือประมาณ 540 ล้านบาท เงินห้าร้อยล้านบาทเป็นตัวเลขที่สูงสำหรับคนทั่วไปและทำให้นักลงทุนที่ถือหุ้น AOT บางคนขวัญเสียได้ไม่ยาก แต่หากเทียบกับรายได้รวมของบริษัทที่แตะระดับหมื่นล้าน ตัวเลข 540 ล้านบาทยังคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

 

 

 

ว่ากันตามตรง มันไม่ได้กระทบต่อรายได้และกำไรของ AOT แบบมีนัยเท่าไหร่ และตลาดหุ้นก็เหมือนจะรับรู้สิ่งนี้ เพราะหุ้น AOT มีราคาลดลงไป 5-6% เท่านั้นเอง เป็นตัวเลขที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่หุ้น AOT ร่วงจาก 6 บาทมาเหลือเพียง 2 บาทเพราะวิกฤตซับไพร์มในสหรัฐ (ราคาปรับการแตกหุ้นแล้ว) วิกฤตที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสนามบินแต่ทำให้หุ้นลงหนักยิ่งกว่าโดนปิดสนามบินซะอีก

 

สำหรับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คาดการณ์ไว้ว่า เหตุการณ์ปิดสนามบินครั้งนี้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นเม็ดเงินกว่า 2.9 แสนล้านบาท

 

แต่เช่นเคย ดูเหมือนตลาดหุ้นจะไม่ได้รับข่าวความเสียหายนี้เท่าไหร่นัก ดัชนี SET Index ก็แทบไม่เปลี่ยนแปลงแบบมีนัยสำคัญในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปิดสนามบิน

 

และกลายเป็นว่า ช่วงระหว่างที่มีการปิดสนามบิน นับเป็นราคาต่ำสุดของหุ้น AOT ในรอบหลายปี ก่อนที่ราคาหุ้นจะวิ่งจาก 2 บาทมาเป็น 71 บาทในทุกวันนี้

 

 

 

จริงอยู่ การปิดสนามบินเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้นักลงทุนหลายคนกลัวว่าสนามบินนี้จะถึงกาลอวสาน

 

แต่เมื่อวิเคราะห์กันด้วยเหตุผลจริงๆ การปิดสนามบินไม่ได้ทำให้รายได้ของ AOT ลดลงจนกระทบต่อบริษัทมากขนาดนั้น อันที่จริงรายได้ปี 2551 ยังเพิ่มขึ้นเป็น 22,000 ล้านบาทด้วยซ้ำไป

 

วิกฤตนี้อาจดูรุนแรงในแง่การเมือง แต่เมื่อมองในแง่การลงทุน นี่เป็นเพียงหนึ่งในวิกฤตย่อยนับสิบนับร้อยที่เกิดขึ้นกับหุ้นหลายๆ ตัวมานับไม่ถ้วน

 

และทุกครั้งที่เกิด มันจะเป็นโอกาสทองพาราคาหุ้นให้เหินฟ้าได้อีกครั้ง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
13 แกนนำพันธมิตรฯ ต้องชดใช้ 522 ล้าน คดีปิดสนามบิน ปี 51 : bbc.com
งบการเงิน AOT : aot-th.listedcompany.com

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน