การลงทุน

Best & Co Letters to Stakeholders 2017

ปีนี้ถือเป็นปีที่แย่มากและดีมากของเบสแอนโคในปีเดียวกัน

.

ปีนี้ Best & Co ปิดปีด้วยผลตอบแทน 34.27% เทียบจากสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจเพราะสามารถชนะผลตอบแทนรวมของตลาดที่ 16.31% โดยมีส่วนต่างที่ชนะตลาดอยู่ทั้งสิ้น 17.96% ถึงแม้ว่าส่วนต่างที่ชนะตลาดจะลดลงจากปีที่แล้วที่ 51.97% แต่ก็ถือว่าพึงพอใจมากแล้วเพราะผลตอบแทนที่ได้สูงกว่าเป้าหมาย โดยรวมผลตอบแทน 2 ปีทำได้อยู่ที่ 134.61% หรือคิดเป็นผลตอบแทน 53.17% ทบต้น

.

.

ช่วงประมาณต้นปี มูลค่าของเบสแอนโคเพิ่มขึ้นสูงมากอย่างรวดเร็วจนมูลค่าเบสแอนโคเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบจากต้นปี 2016 หรือคิดเป็นเวลาเพียง 1 ปีกับไม่กี่เดือนเศษเท่านั้น

.

แต่เหตุการณ์ก็ย่ำแย่ลงจากการที่หุ้นตัวหนึ่งในพอร์ตมีผลประกอบการออกมาผิดจากที่ประมาณการณ์ไว้อย่างมากจนทำให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก จนเบสแอนโคพลิกมาติดลบเมื่อเทียบจากต้นปี (แต่ยังกำไรเมื่อเทียบกับตอนจัดตั้งกองทุน) โดยการตกลงของเบสแอนโคดังกล่าวน่าจะเป็นการตกต่ำครั้งที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เคยก่อตั้งเบสแอนโคมา

.

ช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก

.

เราใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ในการกลับมาเริ่มต้นพัฒนาพื้นฐานและทัศนคติให้พร้อมกลับไปต่อสู้ในตลาดหุ้นใหม่ แต่ถึงอย่างไร เรายังใช้เวลาน้อยกว่าที่คิดมาก เราพบว่ากลยุทธ์การลงทุนของเราหลายอย่างยังมีจุดบกพร่องอยู่ เราจึงรีบปรับปรุงแก้ไขและปรับกลยุทธ์ใหม่ และดูเหมือนว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ดี

.

ปีนี้เราลองลงทุนในหุ้นหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ด้วยความหวังที่จะเพิ่มขอบเขตความสามารถของเรา ปีนี้เราได้ลงทุนหุ้นที่ปรกติเราจะหลีกเลี่ยง เช่น บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทยานยนต์ บริษัทผลิตอาหารที่ไม่มีแบรนด์ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทการเงิน เป็นต้น

.

สิ่งที่เราค้นพบคือ ถึงแม้ว่าเราคิดว่าเราจะเข้าใจหุ้นเหล่านี้แล้ว แต่ก็ยังมีปัจจัยอีกเป็นจำนวนมากที่เราควบคุมไม่ได้ ทั้งโครงการภาครัฐ การประมูลงาน สภาพดินฟ้าอากาศ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย กฎหมายควบคุมจากรัฐบาล โรคภัยไข้เจ็บ รวมไปถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ ถึงแม้ว่าเราคิดว่าเราจะเข้าแล้ว แต่ความเข้าใจของเราก็ไม่ได้มากมายไปกว่านักลงทุนคนอื่นในตลาดเลย สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่มีแต้มต่อใดใดในการลงทุนอยู่ดี

.

เราจึงกลับมามุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจที่เรามีความเข้าใจมากและติดตามได้มาก ได้แก่ ค้าปลีก โรงพยาบาล ร้านอาหาร โรงแรม ขนส่ง สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภค เราลงทุนด้วยความเรียบง่ายมากขึ้น มุ่งเน้นหุ้นที่มีการเติบโตที่ชัดเจน และแน่นอน เราเลือกหุ้นที่เราคิดว่าเรามีแต้มต่อกับตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นเติบโตที่ตลาดไม่สนใจหรือตีมูลค่ามันน้อยไปกว่าความเป็นจริง

.

หลังจากที่เราปรับกลยุทธ์ได้ไม่นาน ตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นอย่างมาก จากแถว 1,550 จุดขึ้นมาเป็น 1,750 จุดในปัจจุบัน เรียกได้ว่าผิดคาดจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนหลายคนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะไซด์เวย์หรือออกข้างไม่ไปไหน และโชคดีที่หุ้นของเราปรับตัวตามตลาดค่อนข้างมาก

.

ปีนี้เราหาหุ้นที่สร้างผลตอบแทนมากกว่า 100% ได้ถึง 5 ตัว

.

หุ้นทั้ง 5 ตัวที่เราหามาได้นี้ถือเป็นผลงานที่เราภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหุ้นที่เราถือมากเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองของพอร์ตต่างให้ผลตอบแทนเกิน 100% ทั้งสิ้น จนทำให้ภาพรวมของเบสแอนโคที่เคยย่ำแย่พลิกฟื้นกลับมาได้

.

ปีนี้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ขอบเขตความสามารถ” ที่เรามี เบสแอนโคลงทุนอยู่เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น แต่การลงทุนดังกล่าวมักให้ผลตอบแทนที่มาก เพราะเราเข้าใจมาก วิเคราะห์ได้มาก และคาดการณ์อนาคตได้อย่างค่อนข้างใกล้เคียง ทำให้เรามีแต้มต่อซึ่งสามารถทำให้เราสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดได้

.

เบสแอนโคควรจะได้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่า 70% ในปีนี้ แต่เราขาดทุนจากตอนต้นปีไปเสียมาก ทำให้ผลตอบแทนเราออกมาไม่สวยงามเท่าที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม เรายังคงภูมิใจมากกับผลตอบแทนที่ได้รับ เนื่องจากอยู่ในเป้าหมายที่เรากำหนดไว้คือ ชนะตลาด หรือ 10% ต่อปีรวมปันผล (ขึ้นกับว่าค่าใดจะมากกว่า)

.

ตอนนี้พอร์ตของเราโตขึ้นอย่างมากจากตอนจัดตั้งเบสแอนโค ถ้านับจากวันเริ่มต้น สองปีที่ผ่านมา มูลค่าของเบสแอนโคก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวแล้ว กลยุทธ์แบบเดิมๆ ที่เน้นการลงทุนในหุ้นเล็กก็ถูกจำกัดมากขึ้นด้วยขนาดเงินทุนที่เพิ่มตามเวลาและลักษณะกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการถือหุ้นไม่เกิน 10 ตัว อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าเรายังพอจะสามารถหาหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้ดีในขนาดวงเงินที่เหมาะสม

.

ปีหน้ายังน่าจะเป็นปีที่ดีของเราอีกปีหนึ่ง

.

ธุรกิจหลักที่เราถือลงทุนอยู่ในตอนนี้มีภาพรวมการเติบโตในอนาคตที่ดีมากในปีหน้า และคาดว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ไปอีกในระยะ 2 – 3 ปีข้างหน้านี้ ถือเป็นโชคดีของเราที่เรายังสามารถมองหาหุ้นที่มีราคาเหมาะสมเมื่อเทียบกับการเติบโตในอนาคตได้ในภาวะที่ตลาดหุ้นมีมูลค่าโดยรวมของหุ้นในตลาดค่อนข้างแพงแบบนี้

.

กลยุทธ์ในช่วง 2 – 3 ปีข้างหน้านี้เราพยายามจะให้การถือรอผลประกอบการเป็นหลัก และพยายามลดการเปลี่ยนแปลงตัวหุ้นในพอร์ตเนื่องจากเราเห็นโอกาสในการลงทุนไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงมีหุ้นที่เราคิดว่าน่าจะมีการเติบโตที่ดีในอนาคตที่เราติดตามอยู่ หากราคาหุ้นลงมาถึงจุดเหมาะสม เราก็อาจจะพิจารณาเปลี่ยนไปลงทุนในหุ้นที่มีภาพรวมการลงทุนคุ้มค่ากว่าได้

.

หวังว่าเบสแอนโคจะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีในช่วงปีต่อๆ ไป

.

Best & Co

Letters to Stakeholders 2017

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy