การลงทุน

ย้อนอดีต BH กับวิกฤตโรค MERS

BH กับวิกฤตโรค MERS

ย้อนอดีต BH กับวิกฤตโรค MERS

 

เมื่อปี 2558 โลกของเราได้เผชิญกับการระบาดของโรค MERS เป็นครั้งแรก ชื่อเต็มคือ Middle East Respiratory Syndrome-Corona Virus ที่มาของโรคนี้มาจากตะวันออกกลางตามชื่อของมัน ว่ากันว่ามีสัตว์ที่เป็นพาหะคืออูฐที่มีเชื้อไวรัสและแพร่เข้ามาสู่คน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคร่าวๆ ก็คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หายใจเหนื่อยหอบ ดูไม่ต่างอะไรกับโรคภัยไข้เจ็บตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ ผู้ป่วยโรคนี้มีโอกาสเสียชีวิตถึง 30% เลยทีเดียว

 

ดังนั้นตอนที่มันระบาดเมื่อปี 2558 หลายคนจึงกลัวว่ามันจะเป็นเหมือนกับโรค SARS ที่คร่าชีวิตคนไปเป็นจำนวนมาก จะกลัวในโรคร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกคือความกลัวนี้ทำให้หุ้นด้วยแบบหน้าตาเฉย

 

ถ้าวิเคราะห์ในเชิงเหตุผลจริงๆ โรค MERS ก็อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นอยู่บ้าง เช่น พอมีโรคระบาด คนก็เที่ยวน้อยลง หุ้นสนามบินหรือหุ้นสายการบินจะร่วง หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวทั้งหลายก็จะร่วงเช่นกันเพราะไม่มีคนมาเที่ยว และกลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ ก็คงหนีไม่พ้นหุ้นโรงพยาบาล ใครป่วยก็ต้องเข้าโรงพยาบาลสิ จริงไหม ?

 

แต่เชื่อหรือไม่ ในวันนั้นหุ้นโรงพยาบาลก็ร่วงลงไปกับเขาด้วย โดยเฉพาะหุ้น BH หรือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่ราคาร่วงไปกว่า 6% ในวันเดียวกับที่ประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อในไทยรายแรก

 

 

 

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้ และทำไมหุ้น BH ถึงร่วงมากกว่าเพื่อน

 

จริงอยู่ว่าธุรกิจโรงพยาบาลนั้นเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างผูกขาด ผู้ป่วยมีทางเลือกอยู่เพียงไม่กี่อย่างหากต้องการจะรักษาตัวเองให้หาย อาจจะอยู่บ้านให้หวานใจดูแล ซื้อยามากินเอง ไปเข้าวัดทำบุญ หรืออะไรก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้าไม่ไหวจริงๆ คนก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่วันยันค่ำ

 

โรค MERS ก็ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ต่างจากโรคอื่น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะโรค MERS คือโรคระบาดจากต่างประเทศ เมื่อมีโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงขนาดนี้ระบาดขึ้น แทบทุกประเทศจะทำเหมือนกันก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางให้มากที่สุด

 

และโรงพยาบาลไทย ก็มีสัดส่วนลูกค้าเป็นชาวต่างชาติไม่น้อยเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้วันที่ 19 มิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่พบผู้ป่วยโรค MERS ครั้งแรกในประเทศไทย หุ้น BH ถูกเทกระจาด เพราะกลุ่มโรคนี้ระบาดมาจากทางตะวันออกกลางซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบำรุงราษฎร์ แถมยังมีข่าวลือหนาหูอีกว่า ผู้ป่วยรายแรกก็ถูกตรวจพบที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อีกด้วย

 

 

 

สมมติตัวเลขเล่นๆ ว่า เหตุการณ์ระบาดของโรค MERS จะทำให้ลูกค้าต่างชาติของ BH หายไป 10%

 

รายได้จากลูกค้าค่างชาติ 66% คิดเป็นเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท หากลูกค้าต่างชาติหายไป 10% ก็เท่ากับว่า รายได้ของ BH จะหายไปถึงประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับรายได้รวมของโรงพยาบาลในปี 2557 จึงไม่แปลกที่หุ้น BH จะร่วงไปถึง 6% ในเวลาแค่วันเดียว นี่คือผลจากความกลัวที่เกิดขึ้น

 

ดูเหมือนว่านักลงทุนอาจกลัวความอันตรายของโรค MERS น้อยยิ่งกว่าความกลัวว่าคนต่างชาติจะเดินทางมาน้อยลงจนทำให้รายได้ของ BH ลดลงเสียอีก

 

 

 

แต่ความกลัวนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะหลังจากนั้นเราก็เริ่มรับมือกับเชื้อร้ายได้ดีขึ้น จนมันอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

 

พอสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย หุ้นหลายๆ ตัวก็เริ่มฟื้นกลับมา โดยเฉพาะ BH ที่รับความกลัวของนักลงทุนไปเสียเต็มเหนี่ยว พอความกลัวหายไป หุ้นตัวนี้ก็กลับมาซื้อขายในระดับเดิมแบบที่ควรจะเป็น แถมราคาหุ้นยังพุ่งขึ้นไปสูงถึง 240 บาทในอีก 2-3 เดือนให้หลังด้วยซ้ำไป ราวกับลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งคนยังกลัวกันอยู่เลยว่าลูกค้าต่างชาติจะหดหาย

 

อะไรที่คนกลัวกันมากกว่าความเป็นจริง มักจะเป็นสิ่งที่ให้รางวัลคุ้มค่าเสมอแก่นักลงทุนผู้มีสติในขณะที่ทุกคนกำลังกลัว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน