การลงทุน

หุ้น VIBHA และ VIBHA-W2 เพราะวอแรนต์ไม่ใช่การเก็งกำไรเสมอไป

หุ้น VIBHA

หุ้น VIBHA หรือบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน โดยเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีโรงพยาบาลอยู่ในเครือหลายแห่ง และมีแนวโน้มขยายกิจการออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

ผมเองไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ซื้อวอแรนต์มาก่อน เพราะวิถีวีไอ มักมองว่าการซื้อวอแรนต์มักเป็นการเก็งกำไรและมีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะลงทุน ผมหลีกเลี่ยงการซื้อวอแรนต์มาโดยตลอด จนกระทั่งผมได้รู้จักกับ VIBHA โรงพยาบาลวิภาวดีที่เป็นอีกหนึ่งเครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย

 

VIBHA ถือเป็นอีกหนึ่งเครือโรงพยาบาลที่มีแผนการเติบโตชัดเจน โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตด้วยการซื้อกิจการโรงพยาบาลที่ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วทุกปี ผมศึกษาข้อมูลย้อนหลังประมาณ 2 ปี และแผนบริษัทล่วงหน้าอีก 2 ปีก็เห็นว่าบริษัทก็มีเป้าหมายจะดำเนินการตามที่พูด จำนวนเตียงของเครือโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคุณภาพในการควบรวมกิจการก็ค่อนข้างดี ROA , ROE และ NPM ทรงตัวอยู่ได้ในระดับใกล้เคียงเดิม

 

หุ้น VIBHA

 

ถึงแม้ว่า VIBHA จะไม่ใช่หุ้นที่ถูกมากนัก เพราะซื้อขายกันอยู่ที่พีอี 30 ต้นๆ (ไม่รวมวอแรนต์) แต่หากกิจการสามารถเติบโตได้ตามที่วางแผน ราคาในตอนนั้นที่ผมสนใจก็ถือว่าไม่ได้แพงสำหรับอนาคตในช่วง 3 – 5 ปีข้างหน้า

 

ตอนที่ผมเริ่มต้นลงทุน VIBHA ราคาอยู่ที่ประมาณ 1.75 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ VIBHA-W2 ราคาอยู่ที่ประมาณ 0.75 บาทต่อหุ้น ราคาแปลงสิทธิ์อยู่ที่ 1 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาหุ้นลูกบวกราคาแปลงสิทธิ์ใกล้เคียงกับราคาแม่มาก ในขณะที่ระยะเวลาการแปลงสิทธิ์ก็ยังยาวพอสมควร

 

ผมเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างซื้อหุ้นแม่และรับปันผล กับการซื้อหุ้นลูกและนำเงินแปลงสิทธิ์ไปซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์รอ ผมค้นพบว่าแบบหลังคุ้มค่ากว่า ผมจึงตัดสินใจลงทุน VIBHA-W2 โดยแบ่งเงินทั้งก้อนที่จะซื้อหุ้น VIBHA ไปซื้อวอแรนต์ VIBHA-W2 และเงินส่วนที่รอแปลงเป็นหุ้นนั้น ผมพักไว้รอที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

 

ผ่านไปไม่นานมากนัก ราคา VIBHA-W2 ก็ขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ 2.28 บาท หรือเทียบเท่ากับผลตอบแทน 204.00% และหลังจากนั้นผมก็มีการทำ arbitrage ระหว่างราคาหุ้นแม่และหุ้นลูกหลายครั้ง เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพิ่ม

 

หลังจากนั้นเวลาที่ผมจะลงทุน ผมก็จะดูวอแรนต์ของหุ้นตัวนั้นเปรียบเทียบกับหุ้นแม่ไปด้วย ถ้าราคาวอแรนต์รวมราคาแปลงสิทธิ์แล้วถูกกว่าหุ้นแม่ หรือใกล้เคียงมาก ผมมักจะซื้อวอแรนต์ และนำเงินที่รอจะแปลงไปลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เพื่อรอทำ arbitrage ระหว่างหุ้นแม่กับหุ้นลูกไปมาเมื่อมีโอกาส ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมจะทำแบบนี้เมื่อคิดจะถือหุ้นนี้ในระยะยาวเท่านั้น แต่จะไม่ทำเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเด็ดขาด เพราะโดยส่วนตัวถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy