การลงทุน

ย้อนอดีต CPN กับวิกฤตเผาห้าง Central World

CPN กับวิกฤตเผาห้าง Central World

ย้อนอดีต CPN กับวิกฤตเผาห้าง Central World

 

เซ็นทรัลเวิลด์ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องความใหญ่และทางเดินอันซับซ้อนราวกับหลุดไปอีกมิติ ขึ้นชื่อว่าห้างสรรพสินค้า ก็ต้องมีสินค้ามากมายวางขายให้ลูกค้าได้เลือกสรร ตั้งแต่ไม่จิ้มฟันยันรถซูปเปอร์คาร์ ร้านอาหารธรรมดาจนถึงหรูหราแพงหูฉี่ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทุกคนได้ครอบคลุมที่สุด

 

แต่ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ไม่รู้ว่าวันนั้นห้างเซ็นทรัลเวิลด์มีอีเว้นท์พิเศษหรืออย่างไร ถึงได้มีลูกระเบิด M79 วางจำหน่ายในห้าง

 

ไม่สิ นั่นไม่ใช่อีเว้นท์หรือของวางขายตามปกติ แต่มันคือระเบิดจริงๆ ที่ถูกมาทิ้งไว้ในช่วงเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองในปี 2553 จนเหตุการณ์ลุกลามและนำไปสู่การเกิดเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ในที่สุด ไฟอันร้อนแรงได้เผาตัวอาคารจนเสียหายยังไม่พอ

 

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาตัดสินจากทางชั้นศาลให้ได้รับค่าเบี้ยประกันภัยแล้ว (บทความนี้ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดเรื่องการเมือง) แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังเผาเงินของนักลงทุนในตลาดหุ้นไปอีกมากโข

 

เพราะเซ็นทรัลเวิลด์เป็นทรัพย์สินของ CPN ซึ่งเป็นหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

 

 

 

CPN หรือชื่อบริษัทคือ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เจ้าของเครือข่ายห้างทรัพย์สินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่มีรายได้กว่า 11,755 ล้านบาท และกำไรอีกกว่า 2,292 ล้านบาท (ในช่วงปี 2552) เป็นหนึ่งในหุ้นยอดนิยมอีกตัวของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

 

แต่ไหนแต่ไรมา เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีบ่อยครั้งที่ลุกลามจนกลายเป็นความรุนแรง ก่อนหน้านี้ในปี 2551 ก็มีเหตุการณ์บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่คล้อยหลังอีกเพียงสองปี ก็ถึงคิวข้องห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ไม่ได้เพียงแค่ถูกยึด แต่ถูกทำลายด้วยเปลวเพลิงจากกลุ่มคนผู้ไม่หวังดีจนสร้างความเสียหายนับพันล้าน

 

และในช่วงนั้น รายได้จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมของ CPN กว่า 17% หรือทำเงินให้กับบริษัทได้ประมาณ 2 พันล้านบาท

 

 

 

ด้วยความที่เป็นแหล่งรายได้หลัก หลายคนอาจคิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อราคาหุ้นอย่างรุนแรง ซึ่งก็ถูกต้องส่วนหนึ่ง ราคาหุ้นร่วงลงไปประมาณ 10% จาก 10.25 บาทไปเหลือ 9.25 บาท ราคาดิ่งลงไปไม่น้อย (ราคาปรับการแตกหุ้นแล้ว)

 

แต่ผ่านไปอีกเพียง 2-3 เดือน ราคาหุ้นก็วิ่งกลับไปสูงกว่าช่วงก่อนที่เกิดเพลิงไหม้เสียอีก เพราะห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่หลายๆ ที่ล้วนทำประกันภัยที่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

 

แม้จะมีความเสียหาย อย่างน้อยก็มีประกันช่วยดูแล และเซ็นทรัลก็มีห้างสรรพสินค้าสาขาอื่นอีกมากให้คนได้จับจ่ายใช้สอย กำไรสุทธิที่ลดลง 30% ในปีนั้นอาจทำให้นักลงทุนอกสั่นขวัญหายว่าเซ็นทรัลจะถึงกาลอวสานเสียแล้ว แต่รายได้ที่ลดลงนิดหน่อยมาอยู่ที่ 11,388 ล้านบาท มันก็พอจะบอกเราได้บ้างแล้วว่าห้างนี้ยังคงขายของได้ตามปกติ คนไม่ได้เลิกเข้าห้างเซ็นทรัลสาขาอื่นเพราะไฟไหม้

 

ซึ่งนักลงทุนที่อยู่ในตลาดมายาวนานพอ จะรู้ดีว่าหุ้นแต่ละตัวล้วนมี “เหตุการณ์พิเศษ” เกิดขึ้นได้เสมอ ในกรณีของ CPN อาจเป็นไฟไหม้ ในกรณีของ AOT อาจเป็นเหตุการณ์บุกยึดสนามบิน หรือถ้าเอาเมื่อไม่นานนี้ก็อย่างเช่นกรณีของ KTC ที่เป็นเหตุการณ์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิต ทุกเหตุการณ์ที่กล่าวมาล้วนทำให้ราคาหุ้นดิ่งแรงในระยะเวลาสั้นๆ

 

แต่แทบทุกเหตุการณ์เช่นกัน ที่ราคาหุ้นสามารถกลับมาได้ในระยะเวลาไม่นาน ตราบใดที่พื้นฐานธุรกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง ราคาหุ้นที่ร่วงลงไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าคุณภาพธุรกิจจะย่ำแย่ตามราคาหุ้น และสำหรับนักลงทุนผู้กล้าซื้อหุ้น CPN ทั้งที่ฝุ่นควันยังไม่จางหาย จะได้รับผลตอบแทนราวๆ 5 เท่าในระยะเวลาเพียง 3 ปีหลังจากนั้น

 

ฝุ่นควันอาจทำให้นักลงทุนหลายคนมองไม่เห็นอนาคต แต่นี่มักจะเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมแก่การลงทุนในหุ้นชั้นดีเสมอ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
เปิดความลับใครเผา ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ : thairath.co.th
CPN ร่วง 7.84% หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ “เซ็นทรัล เวิลด์” : reuters.com
CPN ร่วง โบรกฯลดคาดการณ์กำไรปีนี้ หลังเพลิงไหม้ “เซ็นทรัล เวิลด์” : reuters.com
CPN Annual Report 2010 : cpn.listedcompany.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน