การลงทุน

วิกฤต DDD

DDD

DDD หรือบริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้า “NAMU LIFE” โดยมีชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ว่า “SNAILWHITE” และธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่น (OEM)

 

DDD หรือดูเดย์ดรีมถือเป็นหุ้นจรัสแสงในช่วงที่ผ่านมา

 

ดูเดย์ดรีม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ด้วยราคาไอพีโอ (IPO) 53 บาทต่อหุ้น ราคาพาร์ 1.00 บาท โดยปิดตลาดวันแรกไปที่ 99 บาท เพิ่มขึ้น 46 บาทหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทน 86.79% ภายในวันเดียว

 

ภายในเวลาประมาณครึ่งปีเศษ ดูเดย์ดรีมถือได้ว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นมากในตลาดหุ้น

 

ดูเดย์ดรีมขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 121 บาทต่อหุ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ก่อนจะลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 19.50 บาทในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่ดีมากแต่ก็ผันผวนมากในเวลาเดียวกัน

 

DDD

 

อะไรทำให้ราคาหุ้นดูเดย์ดรีมลดลงได้มากขนาดนี้

 

1 การเติบโตของยอดขายไม่เป็นไปตามคาดหวัง

 

ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ากำไรของบริษัทจะเพิ่มขึ้นสูงจาก 62.4 ล้านบาทในช่วงปีที่แล้วมาเป็น 112.1 ล้านบาทในปีนี้หรือเทียบเท่ากับการเติบโต 79.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ตลาดก็ดูจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะรายได้ของบริษัทอาจจะเติบโตในอัตราที่น้อยเกินกว่าคาด โดยรายได้ของบริษัทเพิ่มจาก 355.2 ล้านบาทไปเป็น 374.3 ล้านบาท หรือเทียบเท่ากับ 5.4% หลังจากงบประกาศ ราคาหุ้นก็ลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

2 ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางที่ไม่สดใสนักในไตรมาส 2

 

จากปรากฎการณ์การจับเครื่องสำอางผิดกฎหมาย Magic Skin รวมไปถึงอาหารเสริมผิดกฎหมายหลายยี่ห้อ ภาพรวมดังกล่าวกลายเป็นแรงกดดันเชิงลบต่อความต้องการซื้อสินค้าความงามของผู้บริโภคในประเทศไทย ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะถูกกฎหมาย แต่การที่หลายบริษัทที่ทำธุรกิจเครื่องสำอางเหมือนกันออกมายอมรับว่าปัจจัยดังกล่าวมีผล บริษัทก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

 

3 สภาพตลาดไม่ดีและนักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นพีอีสูง

 

หลังจากตลาดทำจุดสูงสุดเหนือ 1,800 จุดได้ไม่นาน ตลาดก็เจอปัจจัยลบมากมาย โดยเฉพาะความกังวลเรื่อง trade war ของสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้เงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติไหลออกอย่างต่อเนื่อง เมื่อประกอบกับประเด็นเรื่องค่าเงินบาทอ่อนค่าและการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ก็ทำให้ตลาดหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่ต้นปีที่ต่ำกว่า 1,600 จุด ตลาดหุ้นที่วิตกกังวลมากก็กดดันราคาหุ้นให้ลดต่ำลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นที่เทรดอยู่ที่พีอีสูงถูกเทขายกันถ้วนหน้า จนหลายตัวมูลค่าตลาดหายไปมากกว่า 50%

 

ยิ่งเมื่องบไตรมาส 3 ประกาศออกมาพบว่าบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนก็ยิ่งทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจขึ้นไปอีก (อ่านเพิ่มเติม : ทำไม DDD ถึงขาดทุน) จนราคาตกลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จากจุดสูงสุดของดูเดย์ดรีมที่เคยมีมูลค่ากิจการตามราคาตลาดสูงเกือบ 40,000 ล้านบาท วันนี้ราคาหุ้นตกลงจนเหลือมูลค่าบริษัทเพียงประมาณ 6,000 ล้านบาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นวิกฤตของราคาหุ้นบริษัทเลยก็ว่าได้

 

เรื่องนี้สอนให้รู้อะไรบ้าง?

 

การตกลงของราคาหุ้นอย่างมากจากปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้เราเข้าใจความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงและการจัดพอร์ตฟอลิโอ ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงและความผันผวนนี้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยเมื่อยังเป็นนักลงทุนอยู่ในตลาด

 

การกระจายพอร์ตและจัดสรรทรัพย์สินจะช่วยให้ความผันผวนเหล่านี้ลดลงไปได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน