การลงทุน

อาการสายตาสั้นทางการเงิน : มองการณ์ใกล้ เป็นภัยต่อการลงทุน

มองการณ์ใกล้ เป็นภัยต่อการลงทุน

มองการณ์ใกล้ เป็นภัยต่อการลงทุน

 

เรามักจะควักเงินได้ง่าย จ่ายได้ทันที เลือกที่นำเงินที่ได้ไปใช้ซื้อสิ่งต่าง ๆ เพื่อสร้างความสุขในปัจจุบันมากกว่าการนำไปเก็บออมหรือลงทุนเพื่ออนาคตหรือเปล่า เรามีพฤติกรรมการใช้เงินอย่างไร เรากำลังมีพฤติกรรมที่เรียกว่า สายตาสั้นทางการเงินอยู่หรือไม่ ต้องระมัดระวังเพราะการมองการณ์ใกล้ เป็นภัยต่อการลงทุน

 

ในทางเศรษฐศาสตร์มีอคติหนึ่งที่เรียกว่า “อคติชอบปัจจุบัน” (Present bias) คือ การที่คนเรามีแนวโน้มจะเลือกสิ่งที่ได้เลยได้ทันทีเดี๋ยวนี้ มากกว่าการที่จะต้องอดทนรอคอย เช่น ไม่ชอบที่จะเสียสละความสุขในวันนี้เพื่อความสุขในวันหน้าแม้ว่าการรอคอยจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่มากกว่าก็ตาม ชอบที่จะมีความสุขในปัจจุบันทันที ซึ่งนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “พฤติกรรมสายตาสั้นทางการเงิน (myopia)”

 

สายตาสั้น ทำให้ความตั้งใจแปรปรวน

 

การมีพฤติกรรมสายตาสั้นทางการเงิน ทำให้เรามีความคิดว่า “ใช้ก่อน ค่อยออมทีหลัง” หรือมีพฤติกรรมในการลงทุนแบบ “เสี่ยงหน่อย แต่เห็นผลทันตา” มากกว่าการเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าและได้ผลตอบแทนที่มากกว่าในระยะยาว ทำให้ความตั้งใจที่อยากจะออมเงินไม่เกิดขึ้น ออมไม่ได้เสียที ทำให้นักลงทุนที่ตั้งใจจะยึดปรัชญาการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เฝ้าดูการเติบโตและรับผลตอบแทนในระยะยาว กลับกลายเป็น นักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น เฝ้าดูราคาหุ้นขึ้นลงรายวัน และขายทำกำไรหลังจากถือได้ไม่นานไป

 

สายตาสั้นกับความเจ็บปวดเพราะสูญเสีย

 

การที่เรามีพฤติกรรมแบบสายตาสั้น หลาย ๆ ครั้งก็ทำให้เราเห็นแต่การขาดทุนหรือการสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้หรือที่จะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้ ทำให้เราลืมมองภาพรวม มองภาพใหญ่ไป บางครั้งการสูญเสียเหล่านั้นไม่ใช่การสูญเสียแต่เป็นค่าใช้จ่ายหรือการลงทุนสำหรับผลตอบแทนที่จะได้รับในระยะยาว ผลจากงานวิจัยพบว่าคนที่จดจ่ออยู่กับผลลัพธ์จากการลงทุนและติดตามข้อมูลการลงทุนมากไปจะทำให้ไม่กล้าเสี่ยง หรือ ลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยกว่าที่ควรจะทำ จนพลาดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนดี ๆ ในระยะยาว เพราะเลือกจะหนีความเจ็บปวดอันใกล้ที่จะเกิดขึ้นแค่ในระยะสั้น

 

สายตาสั้น ทำให้ผัดวันประกันพรุ่ง

ถ้าต้องเรื่องระหว่างเจ็บสั้นแต่จบกับปวดมากและเรื้อรัง คนที่มีพฤติกรรมสายตาสั้นก็มักจะเลือกผัดผ่อนความเจ็บปวดออกไปก่อน แม้รู้อยู่แก่ใจว่าจะยิ่งปวดมากกว่าเดิมและเรื้อรังถ้าผัดผ่อนออกไปก็ตาม เช่น การจะต้องเสียเงินเลยทันทีกับเสียเงินภายหลังแต่แพงขึ้น แม้จะมีเงินเพียงพอจะจ่ายได้ทันที แต่ก็ขอผัดผ่อนออกไปก่อน เพราะยังไม่พร้อมที่จะเจ็บเลยในตอนนี้ การรู้ตัวว่าหุ้นกำลังขาดทุนและปัจจัยธุรกิจกำลังก้าวสู่ขาลง แต่ไม่ยอมรับที่จะขาดทุนน้อยในเวลานี้ ยังคงถือต่อไป ก็มักจะสร้างความเสียหายได้ในระยะยาว

 

สายตาสั้นทำให้หายเป็นปลิดทิ้งได้ยาก แต่บรรเทาได้

 

หากเรารู้ตัวว่าเรามีพฤติกรรมสายตาสั้นทางการเงิน ให้เรามองหาเครื่องมือที่จะช่วยเราบรรลุเป้าหมายได้ตามความตั้งใจ ได้แก่

 

การใช้ระบบตั้งโอนอัตโนมัติเพื่อทำให้ความรู้สึกในการต้องสูญเสียไม่ต้องเกิดขึ้นกับเราบ่อย เงินเดือนเข้ามาก็ให้ตัดโอนออกไปแบบที่เราไม่ต้องรู้ตัว หรือเลือกบัญชีเงินฝากประเภทที่ถอนออกได้ยากจะถอนได้ก็ต่อเมื่อครบเวลา เพราะจะทำให้การนำเงินออกมาใช้เพื่อความสุขที่อยากได้ทันทีทันใดทำได้ยากขึ้น หรือการตั้งขีดราคาที่จะต้องตัดใจว่าหากราคาหุ้นตกลงมาถึงระดับนี้ขายทันทีไม่ว่าจะเสียดายอย่างไร หรือให้ระบบอัตโนมัติจัดการให้

 

หากเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราเป็นบุคคลประเภทสายตาสั้น ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงและหาวิธีรับมือเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า การยอมแพ้ให้กับตัวเองแล้วผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า กลับไปกลับมาไม่มั่นคง ทำให้เราไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้อย่างตั้งใจ นักลงทุนที่สามารถจัดการตัวเองได้ คือผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้ไกลและยั่งยืน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน