การลงทุน

ค่าการเติบโต (g) ของหุ้นควรเป็นเท่าไหร่ดี

ค่าการเติบโต (g) ของหุ้นควรเป็นเท่าไหร่ดี

ค่าการเติบโต (g) ของหุ้นควรเป็นเท่าไหร่ดี

 

สำหรับนักลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน การประเมินมูลค่าหุ้นสำคัญมาก เรียกได้ว่าอาจจะเป็นหัวใจทีเดียว เพราะเป็นตัวกำหนดจุดเข้าจุดออกของหุ้น หากคำนวณได้ไม่แม่น หรือผิดพลาดมาก อาจจะหมายถึงการขาดทุนได้มาก เพราะวางแผนผิดไปทั้งหมด

 

การประเมินมูลค่าหุ้นแบบไหนใช้การวิเคราะห์ค่า g บ้าง

 

ค่า g หรือ การเติบโต คือ การเติบโตของตัวแปรที่อยู่ในสมการการประเมินมูลค่าหุ้น เช่น หากประเมินมูลค่าหุ้นด้วยเงินปันผล g ก็หมายถึงการเติบโตของเงินปันผล หากประเมินมูลค่าหุ้นด้วยกำไรสุทธิ g ก็หมายถึงการเติบโของกำไรสุทธิ

 

DDM (Dividend Discount Method)

 

Price          =          D x ( 1 + g ) / ( k – g )

 

DCF (Discount Cash Flow)

 

Price          =          FCF x ( 1 + g ) / ( k – g ) – Debt

 

EPV (Earning Power Value)

 

Price          =          NP x ( 1 + g ) / ( k – g )

 

ค่า g จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก

 

โดยเฉพาะวิธีที่มีรากฐานมาจากการคิดลดเงินในอนาคตกลับมาเป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น DDM , DCF หรือ EPV นักลงทุนต้องใส่ค่า g ให้กับสมการทั้งสิ้น การประเมินมูลค่า g จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีผลต่อมูลค่าพื้นฐานเป็นอย่างมาก

 

นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเกี่ยวกับค่า g

 

ค่า g ตัวที่เห็นในสมการเหล่านี้ คือ ค่า g ไปจนถึงระยะอนันต์ ไม่ใช่ค่า g ระยะสั้น เหมือนที่ใช้กันในสูตร PEG การจะใส่ค่า g ลงใน DDM , DCF หรือ EPV จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ค่าที่ได้ผิดไปทันที เพราะเป็นการใส่ตัวแปรที่อาจจะเป็นไปไม่ได้

 

ค่า g จึงไม่ควรสูงเกิน 5%

 

เพราะค่าเฉลี่ย GDP โลก โตปีละสักประมาณ 2.5% และบวกค่าเงินเฟ้อเข้าไปอีกสัก 2.5% รวมกลม ๆ แล้วก็ไม่ควรเกิน 5% เท่านั้น หรือใครจะปรับตัวเลขให้เหมาะสมกว่านี้ก็ทำได้แล้วแต่พิจารณาได้เลย แต่ที่สำคัญคือต้องมีการกำหนดเพดานด้วย การใส่ค่า g ที่เกินค่าเฉลี่ยในระยะยาวไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นโตอย่างมหาศาลจนเกินขนาดเศรษฐกิจโลก

 

งั้นใส่ค่า g เท่ากับ 5% ทุกสูตรได้ไหม

 

คำตอบ คือ ไม่ได้ เพราะถ้าหุ้นไหนโตน้อยกว่า 5% ก็แปลว่า เราใส่ตัวแปรสูงเกินจริง ทำให้มูลค่าสูงเกินจริงได้อีก ดังนั้น ควรประเมินมูลค่า g ก่อน ด้วยวิธีที่เหมาะกับกับกิจการ หากมากเกินไป ค่อยมาปรับลดให้เหมาะสมกับการใช้ลงในสูตร

 

ทำไมทำค่าได้มากแล้วต้องปรับลง

 

เพราะสมการนี้ คือ การอธิบายการเติบโตของกิจการจนถึงระยะอนันต์ หากเราคิดว่าช่วงสั้นกิจการจะโตดี ควรจะใช้วิธีคิดลดทีละปีไปก่อนจนกว่าจะค่า g จะคงตัว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน