การลงทุน

KTC กำไรโตแต่หุ้นฟลอร์

KTC

KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คือผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในเครือ KTB หรือธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ถือหุ้นอยู่จำนวน 127,500,000 หุ้นหรือคิดเป็นสัดส่วน 49.45%

 

บริษัทประกอบธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจบัตรเครดิต (บัตรเครดิตกรุงไทยหรือบัตรKTC) กินสัดส่วนรายได้ประมาณ 60% และธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลกินสัดส่วนรายได้ประมาณ 38% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่น เช่น ธุรกิจสินเชื่อธนวัฎ ธุรกิจสินเชื่อเจ้าของกิจการ เป็นต้น

 

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น KTC

 

วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 หุ้นKTC ราคาลดลงรวม 30.00% จาก 33.00 บาทเหลือเพียง 23.10 บาทด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงถึง 2,530 ล้านบาท เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องน่าประหลาดมาก เพราะหุ้นKTC มีขนาดใหญ่เกือบแสนล้าน การลดลงจนติดฟลอร์ (floor) ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกมากอยู่ทีเดียว

 

 

และเมื่องบการเงินออกมาในเย็นวันเดียวกันก็น่าแปลกใจยิ่งไปกันใหญ่

 

เนื่องจากงบของKTC ก็ดีตามคาด หรือเรียกได้ว่าไม่พลิกโผไปจากที่นักวิเคราะห์จากสำนักต่างๆ คาดการณ์ไว้มากนัก บริษัทรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,305 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 66.01% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันจากปีก่อนที่มีกำไรเท่ากับ 786 ล้านบาท และเติบโตประมาณ 8.00% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ทำไว้ได้ที่ 1,208 ล้านบาท

 

รวมครึ่งปีกำไรโต 66%

 

การเติบโตส่วนใหญ่มาจากหนี้สูญได้รับคืนเพิ่มขึ้นที่ครึ่งปีนี้อยู่ที่ 1,709 ล้านบาท เติบโต 29% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันจากปีที่แล้ว จากหนี้สงสัยจะสูญ 188 ล้านในครึ่งปีที่แล้วเปลี่ยนมาเป็นยอดกลับรายการ 182 ล้านในครึ่งปีนี้

 

ยอดลูกหนี้รวมของบริษัทเติบโต 7%

 

แบ่งเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตเติบโตจาก 44,339 ล้านบาทไปเป็น 46,251 ล้านบาท หรือเติบโต 4.31% ในขณะที่พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตค่อนข้างดีจาก 22,409 ล้านบาทไปเป็น 25,423 ล้านบาท หรือเติบโต  3.45%

 

ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทเติบโตจาก 7.2% ไปเป็น 7.6% ถือว่าเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังโตเติบน้อยกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโต 12.0%

 

คุณภาพพอร์ตลูกหนี้มี NPL ลดลงอยู่ที่ 1.27% จาก 1.32% จากสิ้นปี 2560

 

รายได้โดยภาพรวมงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 เติบโต 9.11%

 

รายได้ดอกเบี้ยโต 9.88%
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการโต 5.30%
หนี้สูญได้รับคืนโต 27.56%
ในขณะที่รายได้จากอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้อื่นกินสัดส่วนค่อนข้างน้อยกับรายได้รวม

 

ภาพรวมทั้งหมดค่อนข้างเป็นไปตามบทวิเคราะห์ที่โบรคเกอร์คาด

 

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ากำไรจะทรงตัว qoq และเติบโต yoy ที่ประมาณ 50% ในขณะที่งบออกมาจริงทำได้เกินคาดที่เติบโต 8% qoq และเติบโต 60% yoy จนคนอ่านงบตั้งคำถามว่าตลาดผิดหวังอะไรกัน

 

เดาได้ยากเหลือเกินว่าตลาดกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะวอลุ่มที่เทขายออกมาก็หนาแน่นระดับติดวอลุ่มการซื้อขายอันดับสองของตลาดหุ้นในวันนี้เลยทีเดียว

 

ตลาดอาจจะคิดผิดหรือตลาดอาจจะคิดถูกก็ได้

 

ใครคิดจะเข้าคงต้องลองวางแผนกลยุทธ์การเข้าออกให้ดี เพราะราคาหุ้นตอนนี้ก็ดูผันผวนและเข้าใจได้ยาก ในขณะที่ใครยืนอยู่นอกวงก็คงต้องมาจับตากันต่อไป

 

ตลาดอาจจะคิดมากเกินเหตุ

หรือมีบางอย่างที่นักลงทุนยังไม่รู้ก็เป็นไปได้

 

เกาะจอรอดูข่าวคราวกันต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน