การลงทุน

ย้อนอดีต KTC ในวิกฤตมีโอกาส (และหุ้นเด้ง)

ย้อนอดีต KTC

ย้อนอดีต KTC ในวิกฤตมีโอกาส (และหุ้นเด้ง)

 

หุ้น KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในหุ้นร้อนแรงของยุคนี้ที่แทบไม่มีใครไม่รู้จักเนื่องมาจากราคาหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่วันแล้ววันเล่า

 

อย่างที่เรารู้กันว่าบริษัทนี้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หนึ่งในสินเชื่อประเภทที่คิดดอกเบี้ยได้แบบหูดับตับไหม้ที่สุดและสามารถทำเงินให้บริษัทได้เป็นกอบเป็นกำ จนทำให้ในปีล่าสุด KTC มีกำไรสุทธิทะลุ 5 พันล้านบาทเข้าไปแล้ว พร้อมกับราคาหุ้นที่ขึ้นมาถึงเกือบ 50 เท่านับตั้งแต่ปี 2011

 

แต่ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสัก 2 ปี ราคาหุ้น KTC เคยถูกเทขายจนร่วงไปกว่า 50% ราวกับว่านักลงทุนมองหุ้นบัตรเครดิตเป็นของแสลง ทั้งที่ตอนนั้นหรือตอนนี้ KTC ก็ทำธุรกิจบัตรเครดิตเหมือนเดิม

 

เกิดอะไรขึ้นกับ KTC ในตอนนั้นกันนะ ?

 

 

 

จากงบการเงินปี 2560 รายได้ของ KTC จะมาจากสองส่วนหลักๆ คือรายได้จากค่าบริการ และรายได้จากดอกเบี้ย รายได้ก้อนแรกก็มาจากค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่บริษัทคิดจากร้านค้าเวลาเรารูดปรื๊ดๆ แต่ถ้าเรารูดแล้วจ่ายช้า เราก็ต้องจ่ายรายได้ก้อนที่สองให้กับ KTC ในรูปของดอกเบี้ย

 

ดังนั้น ถ้ามีอะไรที่มากระทบต่อรายได้ทั้งสองส่วนนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่แล้วมันก็เกิดขึ้นจนได้ในเดือนกรกฎาคมปี 2017 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เกี่ยวกับสินเชื่อบัตรเครดิต ด้วยการลดวงเงินปล่อยกู้ และยังไม่พอ ยังลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่บริษัทจะเก็บจากลูกค้าอีกด้วย

 

งานนี้บัตรเครดิตในมือเริ่มจะสั่น เพราะการลดวงเงินปล่อยกู้ย่อมทำให้คนมีเงินมารูดปรื๊ดได้น้อยลง อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลดก็ยังอาจทำให้รายได้จากดอกเบี้ยของบริษัทลดลงซะอีก ประกอบกับราคาหุ้นของ KTC ช่วงนั้นก็ร่วงลงมาจาก 160 บาทอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เป็นขาขึ้นมายาวนาน (ราคาก่อนแตกพาร์) จึงไม่แปลกที่คนจะมองว่าข่าวนี้มันเลวร้ายและน่าจะเป็น “จุดจบ” ขาขึ้นครั้งใหญ่ของหุ้น KTC จนทำให้ราคาหุ้นร่วงลงไปต่ำสุดถึงราวๆ 90 บาท

 

แต่แล้วทุกสิ่งก็ถูกเฉลยออกมาในปี 2018 เพราะจากงบการเงินที่ออกมา พบว่ารายได้และกำไรของ KTC แทบไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

จากรายได้ 19,525 ล้านบาท และกำไรอีก 3,304 ล้านบาทในปี 2017 มาอยู่ที่รายได้ 21,197 ล้านบาท และกำไรอีกกว่า 5,139 ล้านบาทในปี 2018 โดยที่รายได้เพิ่มขึ้นทั้งในฝั่งของรายได้จากค่าบริการและรายได้จากดอกเบี้ย

 

นั่นแปลว่า ผลประกอบการของบริษัทไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่หลายคนกลัวกัน

 

ถึงแม้มาตรการณ์คุมสินเชื่อจะลดวงเงินบัตรให้น้อยลง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนลดการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต การจับจ่ายด้วยการรูดปรื๊ดก็ยังดำเนินต่อไป ส่วนเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่จะเก็บได้น้อยลด ตัวเลขที่โดนลดก็ลดจาก 20% ต่อปีมาเหลือ 18% ลดลงมาเพียงแค่ 2% เท่านั้น การหาลูกค้าใหม่ๆ หรือออกโปรโมชั่นเพื่อหารายได้มาชดเชยดอกเบี้ยที่ลดลงนิดเดียวคงไม่เกินความสามารถ KTC มากนัก

 

และที่น่าสนใจคือ ตัวราคาหุ้น KTC ก็ฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนทำจุดสูงสุดใหม่ได้ก่อนที่งบการเงินปี 2018 จะออกซะอีก ทั้งที่ในช่วงนั้นมีแต่ความกังวลว่ามาตรการสินเชื่อแบบใหม่จะกดดันให้อุตสาหกรรมบัตรเครดิตร่วงลงเหว แต่ถ้าวิเคราะห์อีกมุมหนึ่ง มาตรการสินเชื่อที่คุมเข้มอาจจะเป็นผลดีต่อ KTC และบริษัทอื่นในระยะยาวซะอีก เพราะจะทำให้บริษัทมีลูกหนี้คุณภาพดีในพอร์ตเยอะขึ้น

 

นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครคิดตอนที่ราคาหุ้นกำลังดิ่งลงด้วยข่าวร้าย แต่ทุกครั้งที่ราคาหุ้นดิ่งลง มักจะเป็นจุดซื้อที่ดีสำหรับคนที่มองเห็นโอกาสทุกเมื่อเชื่อวัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
งบการเงิน KTC : ktc.co.th
KTC ร่วง 4.98% หลังธปท.ปรับเกณฑ์สินเชื่อบัตรเครดิต-ส่วนบุคคล พร้อมสั่งลดเพดานดบ.บัตรเครดิต มีผล 1 ก.ย. : ryt9.com
KTC นิวโลว์รอบปี โอกาสซื้อ หรือ พื้นฐานกำลังจะเปลี่ยน? : efinancethai.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน