การลงทุน

ลงทุนแบบเด็ก 4 ขวบ : เรากำลังศึกษาข้อมูลมาลงทุนแบบเด็ก 4 ขวบอยู่หรือเปล่า?

เรากำลังศึกษาข้อมูลมาลงทุนแบบเด็ก 4 ขวบอยู่หรือเปล่า

เรากำลังศึกษาข้อมูลมาลงทุนแบบเด็ก 4 ขวบอยู่หรือเปล่า?

 

ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าเด็กจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่กำลังดูอยู่ คือ โฆษณา ได้ตอนอายุ 4 ขวบ แต่จะยังไม่สามารถบอกได้ว่าเจตนาของโฆษณาคือเพื่อขายสินค้า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสาร บทความ และโฆษณาแฝงมีอยู่รอบตัวมากมาย เราเคยถามกับตัวเองไหมว่าเจตนาของสิ่งที่กำลังอ่านคืออะไร หากคำตอบคือ ไม่ นี่ เรากำลังศึกษาข้อมูลมาลงทุนแบบเด็ก 4 ขวบอยู่หรือเปล่า ?

 

รู้ไหมว่าอะไรคือโฆษณา?

 

งานวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภค (consumer psychology) ได้ศึกษาพัฒนาการเด็กเกี่ยวกับการเป็นผู้บริโภค พบว่าหากให้เด็กดูวิดีโอที่เป็นการ์ตูนและสอดแทรกโฆษณาเข้าไปสั้นๆระหว่างนั้น เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไปจะเริ่มบอกได้ว่าสิ่งที่ดูอยู่มีความแตกต่างและเรียกสิ่งนั้นได้ว่าโฆษณา ซึ่งเด็กจะสังเกตและแยกแยะได้จากลักษณะบางอย่าง เช่น โฆษณาจะมีลักษณะสั้นๆ โฆษณาจะไม่มีตัวการ์ตูนที่กำลังดูอยู่ปรากฏ โฆษณาจะอยู่หลังคำว่า พักสักครู่ หรือ แล้วพบกันช่วงหน้า แต่หากถามถึงเจตนาที่แท้จริงระหว่างการ์ตูนกับโฆษณาว่าต่างกันอย่างไร เด็กจะยังไม่สามารถบอกได้ว่าโฆษณามีเจตนาเพื่อขายสินค้า

 

รู้ไหมว่าเจตนาของโฆษณาคืออะไร?

 

เมื่ออายุ 7 ขวบขึ้นไป เด็กจึงจะเริ่มเปลี่ยนจากการมองโลกแบบรับรู้ (perceptual) สู่การมองโลกอย่างวิเคราะห์ (analytic) ในระยะนี้เด็กจะเริ่มเข้าใจเรื่องของตลาดที่มีสินค้าและบริการหลายประเภท หลักการเรื่องราคา และความรู้เกี่ยวกับโฆษณาหรือแบรนด์ สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติที่แตกต่างกันของสินค้าได้ เข้าใจถึงแรงจูงใจของโฆษณา และบอกได้ว่าคุณสมบัติที่น่าดึงดูดของสินค้าแต่ละอย่างเป็นอย่างไร เช่น รสหวานเป็นความน่าสนใจของลูกอม แต่ไม่ใช่ความน่าสนใจของซุป และกาแฟ

วิเคราะห์ได้ไหมว่าอะไรเกินจริง?

 

ต่อมาเด็กอายุราว 8 ขวบ จะสามารถบอกได้ว่าโฆษณาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด บางครั้งมีการพูดโกหก หรือการแสดงที่เกินจริง เพื่อโน้มน้าวให้คนซื้ออะไรบางอย่าง ซึ่งก่อนหน้านี้เด็กอาจมองโฆษณาเป็นความบันเทิงหรือเป็นการให้ข้อมูล จนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจึงจะเริ่มเป็นนักสงสัย เริ่มมองโฆษณาในทางลบมากขึ้น พยายามเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจเชื่อ

 

เราเสพข้อมูลแบบผู้ใหญ่อยู่จริงหรือเปล่า?

 

ทุกวันนี้มีบทวิเคราะห์มากมายส่งตรงมาให้อ่าน มีข่าวสารทางโทรทัศน์และบทความจากสื่อหลายสำนักให้เรานำมาประกอบการประเมินสถานการณ์ของกลุ่มหุ้นและตลาดของธุรกิจที่เราสนใจหรือเป็นเจ้าของ แต่เราแน่ใจแค่ไหนว่าไม่ได้กำลังถูกลวง เจตนาของผู้เขียนเหล่านั้นต้องการจะโน้มน้าวหรือบอกอะไร เราเชื่อไปโดยขาดการไตร่ตรองและมองข้ามสิ่งสำคัญบางอย่างไปอยู่หรือไม่

 

แน่นอนว่า “โฆษณา” ไม่ได้ผิด แต่เราจำเป็นต้องคิดวิเคราะห์ทุกอย่างก่อนลงทุนเสมอ

 

ใครคือคนเขียน คนเขียนเหล่านั้นมองในมุมมองสายตาอย่างไร ข้อมูลที่ประกอบเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรือไม่ นำไปเปรียบเทียบกับข่าวจากสำนักอื่นที่เขียนถึงเรื่องเดียวกันรายงานว่าอย่างไร หลักการที่นักวิเคราะห์นำใช้นำมาวิเคราะห์นั้นกำลังเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเลือกข้างอยู่หรือเปล่า?

 

คิด คิด คิด และคิด

 

ในฐานะนักลงทุนหมั่นถามตัวเองเสมอว่า ในโลกข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลให้เราเสพมากมายในแต่ละวัน เราแยกแยะออกหรือไม่ว่าอะไรเป็นอะไร เรากำลังเสพอย่างเข้าใจอยู่หรือไม่ วิเคราะห์แล้วกรองเก็บแต่ส่วนที่เป็นประโยชน์เอาไปใช้ได้หรือเปล่าเรากำลังถูกโน้มน้าวให้หลงลืมและมองข้ามบางอย่างไปหรือไม่ อย่าให้ความง่ายและสะดวกสบาย ทำให้เรากลับกลายเป็นเด็ก 4 ขวบ เพราะความไม่รู้เดียงสาในการรับข้อมูล จะพาคุณไปพบกับหายนะของการลงทุน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

John DR. Consumer socialization of children: a retrospective look at twenty-five years of research. J Consum Res. 1999;26(3):183–213

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน