การลงทุน

ยกเลิก LTF แล้วตลาดหุ้นจะตกหนักไหม?

ยกเลิก LTF

LTF (Long Term equity Fund) หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมที่ผู้ซื้อสามารถนำรายการซื้อไปลดหย่อนภาษีได้ โดยการใช้ LTF เพื่อลดหย่อนภาษีจะถูกประกาศผ่านกฎกระทรวงมาเรื่อยจนถึงฉบับล่าสุดที่กำหนดให้สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ถึงปี 2562 หรืออีกนัยหนึ่งก็คือจะ ยกเลิก LTF ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปนั่นเอง

 

ยกเลิก LTF จึงกลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในหลายแง่มุม ทั้งในแง่มุมด้านตรง หรือผู้ที่ใช้ LTF ไปลดหย่อนภาษีเอง หรือในแง่มุมด้านอ้อม หรือนักลงทุนในตลาดหุ้นที่เคยมีแรงซื้อจาก LTF มาช่วยเสริมสภาพคล่อง

 

อีกคำถามที่สำคัญ คือ เมื่อไม่มี LTF แล้วตลาดหุ้นจะตกหนักไหม?

 

การยกเลิก LTF กระทบต่อปริมาณเงินที่หมุนเวียนในตลาดหุ้นโดยตรง เพราะ LTF มีนโยบายการลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คงไม่ได้เกิดในรูปแบบ absolute หรือ 100 เปอร์เซ็นต์ของ LTF จะหายไปหมดเลย

 

จากข้อมูลของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่ายอดการลงทุน LTF ณ ก.ย. 61 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท โดยเฉลี่ยแล้วจะมีเม็ดเงินใหม่จากการซื้อ LTF เข้ามาเฉลี่ยประมาณ 7 – 8 หมื่นล้านบาทต่อปี

 

ในมุมมองลงทุนศาสตร์คือ LTF คงจะไม่หายไปทั้งก้อนแบบ 3.9 แสนล้านบาทเลยทันที อย่างแรกคือ LTF แต่ละก้อนจะครบกำหนดไม่พร้อมกัน และจะมีการทยอยครบสิทธิ์ไปในแต่ละปี แน่นอนว่าเมื่อไม่มีการกระตุ้นให้ขายแล้วไปซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีก้อนใหม่แล้ว นักลงทุนเดิมก็อาจจะถือลงทุนยาวนานขึ้น เพราะไม่เร่งร้อนจะหมุนเงินไปซื้อก้อนใหม่

 

จากยอดนักลงทุน LTF ทั้งก้อน 3.9 ล้านบาท นักลงทุนส่วนหนึ่งที่ลงทุนในก้อนนี้ย่อมมีแนวโน้มพื้นฐานการลงทุนที่ดี และอาจจะศึกษาการลงทุนแบบอื่นได้ เช่น หันไปลดหย่อนภาษีด้วย RMF แทน หรือ หันไปซื้อกองทุนรวมธรรมดา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลแล้ว เงินส่วนหนึ่งก็จะไหลกลับมาเข้าตลาดหุ้นอยู่ดี ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็คงจะเรียกว่าหายไปทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน

 

แต่สิ่งที่สำคัญสุด คือ ปริมาณการซื้อขายไม่สำคัญเท่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ

 

ถึงแม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะส่งผลต่อราคาหรือดัชนีของตลาดหุ้นค่อนข้างมาก แต่โดยมุมมองของนักลงทุนแล้ว มูลค่าของกิจการหรือเนื้อแท้ของกิจการสำคัญกว่าปริมาณการซื้อขายมาก เพราะสุดท้ายแล้วราคาหุ้นจะเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานของกิจการ

 

เป็นที่พิสูจน์มาในอดีตแล้วว่า ในช่วงที่ตลาดหุ้นไม่คึกคักเท่าปัจจุบัน ราคาหุ้นจำนวนมากก็ยังสามารถยืนอยู่ในระดับที่ดูจะเป็น Fair Value หรือมูลค่าพื้นฐานของกิจการได้ หรือในทางตรงกันข้าม ช่วงที่ปริมาณการซื้อขายมากๆ แต่ถ้าราคาหุ้นแพงเกินไป ดัชนีตลาดก็ถล่มลงมาได้เช่นกัน

 

ดังนั้น ในฐานะนักลงทุน เราไม่ควรจะกังวลกับปัจจัยนี้มากจนเกินไป สุดท้ายสิ่งที่แนะนำได้ก็คือ ลงทุนตามวินัยต่อไป แต่อาจจะเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy