การลงทุน

Infinity War มีผลต่อหุ้น MAJOR มากแค่ไหน

MAJOR

จังหวะนี้ชั่วโมงนี้คงไม่มีกระแสไหนแรงไปกว่าหนังฟอร์มยักษ์ระดับโลกอย่าง Avengers: Infinity War อีกแล้ว หลังจากเปิดตัวทำลายสถิติขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับหนึ่งของโลกไปเป็นที่เรียบร้อย หลายคนคงได้แต่ตั้งคำถามว่าแล้ว MAJOR หุ้นโรงหนังที่มีส่วนแบ่งตลาดโรงภาพยนตร์อันดับหนึ่งในไทยจะได้รับประโยชน์มากแค่ไหน

 

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์เป็นหลัก โดยปัจจุบันมีส่วนตลาดอยู่ที่อันดับหนึ่งของประเทศไทย รายได้ของเมเจอร์มาจากหลายส่วน โดยรายได้ส่วนที่สูงที่สุดของเมเจอร์คือธุรกิจโรงภาพยนตร์ ในปี 2560 มีรายได้จากการฉายหนัง 6,521 ล้านบาทหรือคิดเป็น 72.7% ของรายได้รวม

 

เมเจอร์คือผู้ลงทุนฮาร์ดแวร์ ส่วนค่ายหนังคือผู้ลงทุนซอฟท์แวร์

 

เมเจอร์จะเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างของโรงภาพยนตร์ทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของหนังจะเป็นคนลงทุนเรื่องหนัง เมเจอร์จะไม่มีต้นทุนในการซื้อหนังมาฉายเลย แต่จะมีรายได้เป็นแบบแบ่งจากค่าตั๋วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ส่วนเจ้าของหนังต้องเป็นคนรับผิดชอบด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์เอง ดังนั้น ต้นทุนหลักในการฉายหนังของเมเจอร์จึงไปอยู่ในสินทรัพย์ถาวรอย่างโรงภาพยนตร์ ค่าเช่า หรือค่าสถานที่มากกว่า ในขณะที่ค่าโปรโมตหนังให้คนมาดู เจ้าของหนังก็จะแบกรับไป

 

โดยเมเจอร์จะแบ่งค่าตั๋วหนังให้กับเจ้าของหนังประมาณ 48 – 50 % ของรายได้ค่าตั๋ว

 

คิดง่ายๆ เมเจอร์จะได้รายได้ครึ่งหนึ่งจากยอดรายได้รวมของหนังที่ฉายผ่านโรงหนังของเมเจอร์นั่นเอง ซึ่งรายได้รวมของหนังสามารถหาได้ค่อนข้างง่ายเพราะมีการจัดอันดับโดยทั่วไปอยู่แล้ว อย่างล่าสุด Avengers: Infinity War ก็ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่เปิดตัววันแรกทำรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย โดยมีรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท ชนะ Fast And Furious 8 ที่เคยทำไว้เกือบ 100 ล้านบาทได้

 

กระแสของ Infinity War ถือว่าน่าจะเป็นกระแสหนังโรงที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในปัจจุบันนี้แล้ว ทั้งเหตุการณ์การล่มของโปรแกรมจองตั๋วที่ไม่เคยพบมาก่อน ทั้งการจองบัตรล่วงหน้าที่สูงกว่ายอดจองของหนังมาร์เวลก่อนหน้านี้ 7 เรื่องรวมกัน รวมไปถึงการที่โรงหนังเปิดฉาย 24 ชั่วโมงซึ่งแทบไม่เคยได้เห็นเหตุการณ์นี้มาก่อนที่คนจะดูหนังรอบตีสามถึงหกโมงเช้า หรือเจ็ดโมงเช้าถึงสิบโมง

 

สรุปการคิดรายได้ของ MAJOR จาก Avengers: Infinity War แบบง่ายๆ

 

รายได้ของเมเจอร์ = รายได้รวมของหนัง x ส่วนแบ่งตลาดของเมเจอร์ x ส่วนแบ่งค่าตั๋วที่เมเจอร์ได้รับ (ประมาณ 50%)

 

แต่อย่าลืมว่ารายได้คือคำนวณได้คือรายได้ ไม่ใช่กำไร หากจะนำไปใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้นต่ออย่าลืมทำการบ้านต่อด้วยว่ากำไรควรจะเป็นเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าโรงภาพยนตร์เป็นธุรกิจที่มี ค่าใช้จ่ายคงที่ ค่อนข้างมาก ดังนั้น โดยทั่วไป กำไรมักจะมีแนวโน้มการเติบโตดีกว่ารายได้เสมอ

 

อ้อ อีกอย่าง หนังเรื่องนี้เข้าตอนไตรมาส 2 นะ วิเคราะห์กันดีแล้วก็อย่าลืมดูงบให้ถูกไตรมาสด้วยเด้อ

 

Enjoy the movie !

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน