การลงทุน

ทำไม “การไม่ปันผล” จึงดีกว่าในเชิงจิตวิทยา

ทำไม “การไม่ปันผล” จึงดีกว่าในเชิงจิตวิทยา

เงินปันผล หรือ Dividend เงินตอบแทนที่บริษัท หรือกองทุนรวมจ่ายคืนมาให้กับนักลงทุนจากผลกำไรสะสม ที่บริษัท หรือกองทุนรวมทำได้จากช่วงเวลาหนึ่ง ในหนังสือการลงทุนทั่วไป ใครๆ ก็มักจะแนะนำให้ซื้อสินทรัพย์ที่มี “การปันผล” แต่วันนี้ เราจะมาตั้งคำถามกันว่า ทำไม “การไม่ปันผล” จึงดีกว่าในเชิงจิตวิทยา

 

การไม่ปันผลดีกว่า เพราะเป็นการนำอคติเรื่อง Status Quo Bias มาใช้ประโยชน์

 

Status Quo Bias หรือ ความลำเอียงกับสถานะปัจจุบัน คือ ความลำเอียงที่มนุษย์มักจะคิดว่า สถานะที่เป็นอยู่ดีกว่าสถานะอื่น ยกตัวอย่างเช่น หากเราตีราคาแก้วกาแฟแก้วหนึ่งที่แก้วละ 10 เหรียญ แต่ถ้าแก้วกาแฟนั้นเป็นของเรา คือ ยกให้เราก่อนตีมูลค่า เราจะมีแนวโน้มที่จะตีราคาแก้วกาแฟแก้วนั้นแพงกว่าปรกติ นั่นคือแพงกว่า แก้วละ 10 เหรียญนั่นเอง

 

การปันผล คือ การแยกฝั่งระหว่าง การลงทุน และ การไม่ลงทุน

 

เงินลงทุนที่อยู่ในหุ้นหรือกองทุนรวม จะมีสถานะเป็นเงินลงทุน แต่เมื่อเงินถูกปันผลออกมา เงินสดที่ได้รับอยู่ในบัญชีออมทรัพย์จะกลายสถานะเป็น เงินไม่ลงทุน เงินก้อนนี้จะกลับไปเป็นสถานะเงินลงทุนได้ก็ต่อเมื่อ เรานำเงินนั้นไปซื้อหุ้นหรือกองทุนใหม่

 

แต่ในทางตรงกันข้าม การไม่ปันผล คือ การที่บริษัทหรือกองทุนรวมนั้นจะนำเงินของเรากลับไปลงทุนให้เองโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย อย่าลืมว่า มุมมองของเราคือเปรียบเทียบในกรณีเดียวกัน ดังนั้น ความสามารถของบริษัทหรือกองทุนรวมที่เท่ากัน ย่อมไม่มีความแตกต่างในการสร้างกำไร มีแค่ความแตกต่างในแง่ของ เงินลงทุน กับ เงินไม่ลงทุน เท่านั้น

 

Status Quo Bias ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

 

หากไม่มีเงินปันผล เราก็มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่า ปล่อยเงินลงทุนไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละดี ไม่ต้องทำอะไร ลงทุนระยะยาว แต่หากมีเงินปันผลเป็นเงินสดออกมา เราก็จะมีแนวโน้มที่รู้สึกว่า เราจะกลับไปซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมดีไหมนะ ตลาดแบบนี้เหมาะจะลงทุนหรือเปล่า หรือถือเงินสดไว้รอดี แบบไหนดีกว่ากัน

 

สรุปว่า เราต้องใช้ความพยายามมากกว่า ในการจะลงทุน เมื่อเทียบกรณี ระหว่างมีกับไม่มีเงินปันผล

 

คิดภาพให้ง่ายขึ้น ถ้าไม่มีเงินปันผล เราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย นอนเฉยๆ ทุกอย่างก็ลงทุนไปเอง แต่ถ้ามีเงินปันผล เราต้องนำเงินปันผลไปซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมใหม่ ฟังอาจจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ยากอะไร แต่ใครหลายคนก็คงรู้ว่า หลายทีเราก็หลงลืมจะทำไปเสียเฉยๆ

 

ย้ำอีกครั้งว่า บทความนี้พูดถึงการเปรียบเทียบการลงทุนระยะยาว ไม่ได้หมายรวมถึงผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดไปใช้ระหว่างทางด้วย

 

อีกอย่างที่สำคัญ คือ เงินปันผล คือ เครื่องแสดงความมั่นคงในธุรกิจ ดังนั้น หุ้นที่ไม่ปันผลจะดีมาก หากเราเชื่อถือความสามารถของบริษัทได้ดีมาก เช่น Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett เป็นต้น แต่ถ้าไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น อาจดูที่สัดส่วนการปันผลออกมาน้อยกว่า แต่บทความนี้จะชัดเจนที่สุดในมุมมองของกองทุนรวม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน