การลงทุน

อะไรคือความเสี่ยงที่แท้จริง

อะไรคือความเสี่ยงที่แท้จริง

อะไรคือความเสี่ยงที่แท้จริง

 

“เสี่ยง” เสียงที่ใครต่อใครมักเตือนและข้อความผ่านตาที่ต้องการจะเตือนบอกเราว่าให้ระวัง มีทั้งเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันนั้นทำให้คนแต่ละคนเลือกที่จะลงทุนหรือบางคนก็ถอย จริง ๆ แล้วเรามองคำว่าเสี่ยงนี้กันอย่างไร อิทธิพลของคำว่าเสี่ยงที่ทำให้เราเลี่ยงไม่ลงทุน

 

“เสี่ยง” ของคุณหมายถึงอะไร

 

เวลาที่ใครสักคนหนึ่งพูดว่าสิ่งนี้เสี่ยง (Risk) คนจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงการสื่อสารด้วยคำคำนี้ไปถึงสิ่งที่เป็นอันตราย นึกถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น นึกถึงการสูญเสียหรือการบาดเจ็บ คำว่า “เสี่ยง” ถูกพบได้ทั่วไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน คนกลุ่มนี้มองคำว่า “เสี่ยง” ในมิติของการสูญเสีย (loss)

 

เสี่ยงอาจจะเป็นแค่ ‘ความไม่แน่นอน’

 

คำว่า “เสี่ยง” ในด้านการเงิน (financial risk) อาจจะหมายถึงความสามารถที่สิ่ง ๆ นั้นจะทำให้เกิดความเสียหายอาจจะต่อเงินต้นหรือต่อทรัพย์สินที่ลงทุนลงไป มันคือ “ความแปรปรวน” ของผลตอบแทนที่จะได้รับ (deviation of returns) หุ้นที่มีราคาผันผวนขึ้นลงสูงในหนึ่งวันจึงมีความเสี่ยงสูง เงินที่ฝากประจำมีอัตราดอกเบี้ยคงที่จึงมีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นแล้วความสำคัญของการให้นิยามของคำว่า “เสี่ยง” จึงมีบทบาทและความหมายต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ว่าจะมองคำว่า “เสี่ยง” ในมุมมองและมิติของการสูญเสีย (loss) หรือ ในมิติของความผันผวนแปรปรวน (variance)”

 

ปฏิทรรศน์ของความเสี่ยงและผลตอบแทน Risk – Return Paradox

 

ผู้คนที่อยู่ในวงการการเงินมักจะมองความเสี่ยงในรูปแบบของสิ่งที่วัดได้ อาจจะด้วยสถิติ การวิเคราะห์แนวโน้ม หรือความน่าจะเป็น เทียบกับ ผลตอบแทนที่คาดหวังว่าจะได้รับกลับคืนมา (objective risk and expected return) ในขณะที่คนทั่วไปมักจะมองความเสี่ยงในรูปแบบของความรู้สึกที่จะสูญเสียไป (perceived risk as loss) การให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ปฏิทรรศน์ของความเสี่ยงและผลตอบแทน” คือ คนกลุ่มหนึ่งจะมองว่าความเสี่ยงที่สูงขึ้นจะทำให้มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งมองว่ายิ่งเสี่ยงสูงขึ้นผลตอบแทนจะยิ่งได้น้อยลง เพราะโอกาสจะสูญเสียมีมาก และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนบางคนตัดความเป็นไปได้ในกรลงทุนและทางเลือกบางอย่างออกไป เพราะกลัวที่จะสูญเสีย

 

กลัวที่จะสูญเสียไม่ผิด แต่ให้คิดไม่ใช่รู้สึก

 

กลไกทางอารมณ์ที่เรากลัวจะสูญเสียเป็นเรื่องปกติของคน เพราะเรามีอารมณ์เอาไว้ป้องกันตัวเองและทำให้มีชีวิตอยู่รอดมาได้ อคติทางการตัดสินใจที่โดดเด่นในทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมคือ ความกลัวการสูญเสีย (loss aversion) อธิบายได้โดยทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect Theory) คือ หากคนเราได้กับเสียด้วยมูลค่าที่เท่ากัน การสูญเสียจะกระทบต่อความรู้สึกเราได้มากกว่า เพราะเราให้น้ำหนักกับการสูญเสียมากกว่าการได้มา

 

คิด ‘ความเสี่ยง’ มากกว่า รู้สึก ‘ความเสี่ยง’

 

งานวิจัยทางด้านพฤติกรรมศาสตร์การเงินได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้คำต่อผลของการเกิด ปฏิทรรศน์ของความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยทำการทดลองว่าหากเปลี่ยนแปลงคำที่ใช้ในการสื่อสาร “ความเสี่ยง” จะทำให้คนตัดสินใจแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร โดยการทดลองได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างคำที่แตกต่างกัน 4 รูปแบบ

 

  • ความเสี่ยง (risk)
  • ความแปรปรวน/ผันแปร (variability)
  • ความผันผวน (fluctuation)
  • ความสามารถในการคาดเดา/ทำนาย (predictability)

 

ผลการทดลองพบว่าคำที่สามารถสื่อสารความเสี่ยงได้ดี โดยมีอิทธิผลต่อความรู้สึกสูญเสียต่ำ และไม่ทำให้เกิดปฏิทรรศน์ คือคำว่า “ความผันผวน (fluctuation)” และได้ทำการทดลองเสริมเกี่ยวกับการให้ข้อมูลความเสี่ยงแบบมีกราฟให้กับไม่มีกราฟ ทำให้ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจต่อไปอีกว่าการไม่มีกราฟกำกับในการให้ข้อมูล มีแนวโน้มจะทำให้คนกลับไปทบทวนคิดมอง “ความเสี่ยงในมุมของการสูญเสีย” มากกว่า ดังนั้นเราจากข้อสรุป คือ การจะมองความเสี่ยงและตัดสินใจได้ดีอาจจะจำเป็นที่จะต้องเลือกคำให้เหมาะสม และ เลือกรูปแบบการนำเสนอข้อมูลให้เข้ากับวิธีคิดของสมอง สองสิ่งนี้อาจจะช่วยให้เราตัดสินใจเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงได้ดีขึ้น

 

คำถามที่นักลงทุนคงจะต้องกลับมาทบทวนคิด คือ ที่ผ่านมาเรามองความเสี่ยงเป็นอย่างไร แล้วทุกวันนี้เรากำลังลงทุนด้วยความรู้สึกต่อความเสี่ยงแบบไหนอยู่กันแน่ ?

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน