การลงทุน

RS vs GRAMMY ศึกอโศกลาดพร้าวเป็นอย่างไรในวันนี้

RS GRAMMY

ตำนานศึกอโศกลาดพร้าวถือเป็นหนึ่งตำนานศึกธุรกิจในประเทศไทย และ RS GRAMMY คือแม่ทัพทั้งสอง

 

ย้อนอดีตไปสัก 20 – 30 ปี สมัยที่วงการเพลงยังรุ่งเรืองมาก ไม่มีแผ่นผี ไม่มีซีดีเถื่อน ไม่มีเฟสบุ๊คไลฟ์ ไม่มียูทูป เทปคลาสเซ็ตและซีดีเพลงถือเป็นสินค้าที่คนทั่วไปหาซื้อฟังกันเป็นปรกติ วงการเพลงในสมัยนั้นถือว่าใหญ่มาก แน่นอนว่าผู้ครองตลาดมีอยู่ 2 บริษัทหลักคือ RS หรือที่เรียกกันเป็นชื่อเล่นว่า “ฝั่งลาดพร้าว” และ GRAMMY หรือที่เรียกกันเป็นชื่อเล่นว่า “ฝั่งอโศก” เล่ากันว่าสมัยนั้นการแข่งขันรุนแรง มีการส่งนักร้องสไตล์คล้ายกันออกมาชนกัน บุคลากรก็เรียกว่าแยกกันชัดเจน หากคนจากฝั่งหนึ่งจะไปรับงานพิเศษจากอีกฝั่งหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างมาก เพราะทั้งสองฝ่ายมีตำแหน่งทางการตลาดที่แข่งขันกันชัดเจน

 

แต่ในขณะที่วงการเพลงซบเซาอย่างมากในปัจจุบัน ศึกอโศกลาดพร้าวเป็นอย่างไรบ้าง

 

จากวันนั้นจนวันนี้ ถือว่าทั้ง GRAMMY และ RS นั้นมีการปรับตัวทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เพราะวงการสื่อนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงมาก ทั้งสองบริษัทต่างก็พยายามจะปรับตัวให้ทันกับกระแสผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

 

หันมาดูภาพทั้ง 2 บริษัทในวันนี้

 

GRAMMY ก่อตั้งในปี 2526 โดยเริ่มต้นจากการทำเพลงไทยสากลและรายการทีวี ก่อนจะขยายเข้าสู่ธุรกิจต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ สิ่งพิมพ์ อีเวนท์ ภาพยนตร์ โรงเรียนดนตรี ฟิตเนส สตูดีโอ โฮมช็อปปิ้ง กล่องโทรทัศน์ ทีวีดาวเทียม รวมไปถึงทีวีดิจิตัล

 

ปัจจุบันธุรกิจของ GRAMMY แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจเพลง ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ ธุรกิจเมอร์แชนไดส์ และธุรกิจอื่น

 

ธุรกิจเพลง ได้แก่ ธุรกิจผลิตเพลงและขายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การเก็บค่าลิขสิทธิ์ การจัดคอนเสิร์ต รวมไปถึงธุรกิจดูแลศิลปิน ธุรกิจทีวีดิจิตัล ได้แก่ ช่อง one (เงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า) และช่อง GMM25 ธุรกิจเมอร์แชนไดส์ ได้แก่ ธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง และธุรกิจขายกล่อง GMM Z ในขณะที่ธุรกิจอื่น ได้แก่ ธุรกิจวิทยุ ธุรกิจภาพยนตร์ เป็นต้น

 

RS ก่อตั้งในปี 2519 จากธุรกิจตู้เพลงและอัดเพลงลงเทปในยี่ห้อ “ดอกกุหลาบ” หรือ Rose Sound ก่อนจะขยายธุรกิจมาเน้นที่ธุรกิจเพลง ก่อนจะขยายไปยังละคร รายการทีวี ภาพยนตร์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ถ่ายทอดกีฬา สื่อในโมเดอนเทรด ทีวีดาวเทียม จนปี 2559 ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ คือ ไลฟ์สตาร์ ซึ่งเป็นธุรกิจเครื่องสำอางในเครือนั่นเอง

 

ปัจจุบันธุรกิจของ RS แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจสื่อ ธุรกิจสุขภาพและความงาม ธุรกิจเพลง และธุรกิจรับจ้างผลิตกิจกรรม

 

ธุรกิจสื่อ ได้แก่ ทีวีดิจิตัลช่อง 8 และทีวีดาวเทียมอีก 3 ช่อง ธุรกิจสุขภาพและความงาม ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายในเครือไลฟ์ สตาร์ และสินค้าอื่นผ่านทางโฮมช็อปปิ้ง ธุรกิจเพลง ได้แก่ ธุรกิจผลิตเพลง ขายสินค้า ดูแลศิลปิน และเก็บค่าลิขสิทธิ์ ในขณะที่ธุรกิจรับจ้างผลิตกิจกรรม ได้แก่ การจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมทางการตลาด

 

เปรียบเทียบงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2560 ระหว่าง GRAMMY และ RS

 

 

ความน่าสนใจคือ GRAMMY ยังคงมุ่งเน้นกับธุรกิจสื่อเป็นหลักอยู่ โดยรายได้หลักยังมาจากธุรกิจเพลง และธุรกิจโฮมช็อปปิ้งก็เติบโตค่อนข้างช้าที่ร้อยละ 1 qoq แต่ RS กลับมุ่งเน้นการเติบโตไปที่ธุรกิจ Health & Beauty ซึ่งในปัจจุบันกินสัดส่วนสูงถึง 35.1% ของรายได้รวม และมีการเติบโตสูงถึง 466.1% yoy จากประมาณ 53 ล้านในปีที่แล้ว และ 50.9% qoq ของประมาณ 200 ล้านในปีก่อนหน้า

 

หากจะให้นิยามศึกอโศกลาดพร้าว คงเรียกได้ว่าทั้ง 2 กิจการเริ่มต้นแข่งขันกันมาในธุรกิจเพลง ก่อนจะมาเจอกันต่อในธุรกิจสื่อโทรทัศน์อีกครั้ง แต่คราวนี้ จำนวนคู่แข่งที่มากขึ้น และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันก็ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้แข่งขันปะทะกันแบบโดยตรงเหมือนเดิมแล้ว ล่าสุด RS กลับมุ่งตรงสู่ธุรกิจความงามโดยตั้งเป้าว่าปี 2561 สัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากธุรกิจความงามเป็นหลัก และอาจจะย้ายบริษัทไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจพาณิชย์ ในขณะที่ GRAMMY ก็พาตัวเองออกจากธุรกิจสื่อไปสู่ธุรกิจ Content Creators มากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะการสร้างคอนเทนท์ที่ไม่ยึดติดกับช่องทางการเผยแพร่ใด อย่างที่ WORK ได้แสดงให้เห็นว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

 

ศึกอโศกลาดพร้าวคงไม่มีอีกแล้ว

 

เพราะสนามรบที่เคยเต็มไปผลกำไรอันหอมหวานของธุรกิจเพลงตอนนี้ได้กลายเป็นดินแดนที่หาผลกำไรได้ยากจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการเข้ามาของนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ สุดท้าย GRAMMY จะไปเป็นบริษัทพัฒนาคอนเทนท์ได้ถึงจุดไหน และ RS จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจความงามอย่างแข็งแรงและยั่งยืนหรือไม่

 

นักลงทุนอย่างเราๆ ท่านๆ คงต้องติดตามกันต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน