การลงทุน

SABINA กำไรโตเพราะสาวคัพ E

SABINA หรือบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่อยู่คู่กับตลาดหุ้นไทยมานาน นับตั้งแต่จดทะเบียนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ตอนนี้ก็เกือบครบ 10 ปีแล้ว ซาบีน่าเองถือเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างราบเรียบมาโดยตลอด เนื่องจากธุรกิจสิ่งทอในไทยไม่ได้ฟู่ฟ่าเหมือนในยุคที่ประเทศไทยค่าแรงถูกอย่างที่ผ่านมา แต่จนมาถึงปีนี้ ซาบีน่ามีผลประกอบการกำไรที่เติบโตดีเพราะหันมาจับตลาดหญิงสาวหน้าอกคัพอี

 

ซาบีน่าถือเป็นบริษัทที่ผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงามอีกบริษัทหนึ่งของตลาดหุ้นไทย

 

เหตุผลคือ ในสมัยอดีตยุคก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซาบีน่าทำธุรกิจรับจ้างผลิต OEM ให้กับต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากแรงงานไทยมีฝีมือการตัดเย็บดีและมีค่าแรงอยู่ในระดับแข่งขันได้ รายได้ของบริษัทจึงมาจากการจ้างผลิตจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่เมื่อสถานะเศรษฐกิจของโลกตกเข้าสู่ภาวะย่ำแย่ ตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไปจนถึงภาวะชลอตัวของเศรษฐกิจในโซนยุโรป คำสั่งจ้างผลิตของซาบีน่าก็ลดลงอย่างมาก ทั้งตลาดสิ่งทอที่ซบเซาจากเศรษฐกิจเองด้วย และการย้ายฐานกำลังการผลิตไปยังประเทศอื่นด้วย

 

ซาบีน่าสู้ด้วยการสร้างแบรนด์ของตนเองมาชดเชยคำสั่งจ้างผลิตที่ค่อยๆ ลดลง

ปี 2006 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 60 : 40

ปี 2007 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 55 : 45

ปี 2008 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 50 : 50

ปี 2009 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 35 : 45

ปี 2010 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 30 : 65

ปี 2011 สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับ 25 : 75

ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา สัดส่วน OEM : BRAND เท่ากับประมาณ 10 : 90

 

ในแง่ของผลประกอบการในช่วงเวลาล่าสุด ก็เรียกได้ว่าซาบีน่าทำออกมาได้น่าประทับใจทั้งในแง่ top line และ bottom line

 

ปี 2015

รายได้ 2,308 ล้านบาท เติบโต 6.62% yoy

กำไร 165.5 ล้านบาท เติบโต 12.68% yoy

 

ปี 2016

รายได้ 2,397 ล้านบาท เติบโต 3.86% yoy

กำไร 175.7 ล้านบาท เติบโต 6.11% yoy

 

ปี 2017

รายได้ 2,679 ล้านบาท เติบโต 11.77% yoy

กำไร 243.1 ล้านบาท เติบโต 38.41% yoy

 

ตลาดชุดชั้นในสตรีมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้หญิงวัยกลางคน เพราะมีกำลังซื้อสูงกว่าผู้หญิงในช่วงเริ่มเป็นวัยรุ่น โดยทั่วไปสรีระของผู้หญิงวัยกลางคนก็จะมีขนาดหน้าอกใหญ่กว่าผู้หญิงวัยแตกเนื้อสาวด้วยธรรมชาติของฮอร์โมนในร่างกาย กลุ่มตลาดหลักที่ชุดชั้นในมุ่งเน้นไปจึงมักจะเป็นชุดชั้นในขนาดปานกลางถึงใหญ่เพื่อจับกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อ ซาบีน่าเองตอนเข้าตลาดใหม่ๆ ยังไม่อยากไปแข่งในตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดมาก จึงเลือกที่จะ segmentation ตัวเองไปจับกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดตลาดเล็กกว่าแต่ยังไม่มีใครครองตลาดอย่างแท้จริง

 

ซาบีน่าเริ่มต้นบุกตลาดกับสาวที่มีหน้าอกเล็ก

 

คนกลุ่มนี้จะเป็นผู้หญิงวัยเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น หรือมีอายุขึ้นมาหน่อยแต่หน้าอกไม่ใหญ่มาก ด้วยตอนนั้นเจ้าตลาดครองตลาดไซส์ใหญ่อยู่ ซาบีน่าจึงเลี่ยงมาทำตลาดของสาวไซส์เล็กซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซาบีน่าได้กำลังซื้อของสาวไซส์เล็กช่วยพาบริษัทผ่านวิกฤตมาได้จนยอดขายเติบโตต่อเนื่อง และยอดขายแบรนด์ของบริษัทเองสูงกว่า 90% ของยอดขายรวมทั้งหมด

 

ความน่าสนใจคือในปี 2017 ซาบีน่าเริ่มหันกลับมาจับกลุ่มลูกค้าสาวไซส์ใหญ่อีกครั้ง

 

โดยชูจุดเด่นที่ชุดชั้นในของหลายแบรนด์ไม่ทำขนาดมาพอดีสำหรับคนที่หน้าอกหน้าใจใหญ่ ทำให้สาวๆ หลายคนมีปัญหาเนื้อเกินด้านข้าง หรือหาไซส์ใส่ยาก เพราะแบรนด์ที่มีก็ดันทรงจนอึดอัด กลายเป็นว่าหน้าอกใหญ่แต่ใส่ไม่สวย ซาบีน่าจึงมาเล่นตลาดนี้โดยชูจุดเด่น “ทรงใหญ่ใส่สวย” เน้นไม่ดันทรง แต่ช่วยเก็บทรงและเก็บเนื้อส่วนเกินให้เรียบร้อย ใส่สบาย เหมาะกับสาวที่ “ไม่เล็กนะคะ”

 

ผลคือได้รับการตอบรับจากสาวทรงใหญ่เป็นอย่างมาก

 

ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าช่วงที่จัดแคมเปญกระตุ้นการตลาดและเปิดตัวนั้นอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งผลปรากฎคือมียอดขายโตขึ้นดีมาก และผลกำไรในไตรมาส 3 โตไปถึง 155.12% ซึ่งผู้บริหารให้เครดิตกับสินค้าในกลุ่มสาวหน้าอกใหญ่ไปโดยเฉพาะ

 

เรียกได้ว่างานนี้ SABINA กำไรโตเพราะสาวคัพ E จริงๆ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน