การลงทุน

ผลกระทบกรณี “ ปั่นหุ้น BA ”

ปั่นหุ้น BA

ข่าวสะเทือนวงการตลาดหุ้นในช่วงต้นปี 2019 นี้คงไม่มีเรื่องไหนหนีพ้นกรณี ” ปั่นหุ้น BA ” ที่เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการ ซึ่งแหล่งข่าวก็แจ่มแจ้งชัดเจน ไม่ใช่การกุขึ้นมา เพราะเป็นการประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลกรณีนี้โดยตรง

 

อ้างอิงข้อมูลจากก.ล.ต. ข่าวก.ล.ต. ฉบับที่ 6/2562 ที่ว่า…

 

ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีสร้างราคาหุ้น BA

 

ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย ได้แก่ (1) นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (2) นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และ (3) นางนฤมล ใจหนักแน่น กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

 

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2559 นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และนางนฤมล ใจหนักแน่น ร่วมกันซื้อขายหุ้น BA อย่างต่อเนื่องและจับคู่ซื้อขายหลักทรัพย์ BA ระหว่างกันเองในลักษณะอำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น BA ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 

 

การกระทำของบุคคลทั้งสามเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) (2) ประกอบมาตรา 244 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 317/4 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 

 

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้งสามราย โดยกำหนดให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 499.45 ล้านบาท ซึ่งหากผู้กระทำความผิดทั้งสามรายไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด

 

ทั้งนี้ การที่ ค.ม.พ. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายปราเสริฐ นางสาวปรมาภรณ์ และนางนฤมล เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดทั้งสามราย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560 และจะต้องพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่กำหนดในหนังสือที่ ก.ล.ต. จะแจ้งการมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจดังกล่าวในขั้นตอนหลังจากนี้ต่อไป

 

นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ คือ ผู้ครองตำแหน่งเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2561 และครองตำแหน่งนี้มาถึง 6 ปีซ้อน

 

จากการจัดอันดับของวารสารการเงินการธนาคาร ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2561 หมอเสริฐ คือ ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบุคคลธรรมดาที่มีความมั่งคั่งสูงสุดในประเทศไทย โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมกว่า 7.7 หมื่นล้าน

 

อ้างอิงข้อมูลจากวารสารการเงินการธนาคาร… นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2561 เป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกัน 6 ต่อเนื่อง โดยปี 2561 น.พ.ปราเสริฐ ถือครองหุ้นรวม 77,129.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41 %

 

หุ้นที่หมอเสริฐถือครองมี 4 บริษัท ได้แก่ 1. บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.47% รวมมูลค่า 73,786.86 ล้านบาท 2. บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 10.61% มูลค่า 2,985.22 ล้านบาท 3. บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 75.48 ล้านบาท และ 4. กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 24.60% มูลค่า 281.75 ล้านบาท

 

ผลกระทบจากกรณีการปั่นหุ้น BA นี้จะมีอะไรบ้าง?

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะแน่นอน

 

1 หมอเสริฐตกอยู่ในฐานะของผู้กระทำความผิด และต้องระวางโทษตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญา เบื้องต้นโดยสั่งปรับเป็นเงินรวม 499.5 ล้านบาท

 

2 หมอเสริฐต้องออกจากตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

 

ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

 

1 ความเชื่อมั่นด้านความโปร่งใสของกิจการ

 

กองทุนรวมที่มีเงื่อนไขการลงทุนในบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดี ไม่มีปัญหาเรื่องการเอาเปรียบรายย่อย ประเด็นตรงนี้อาจส่งผลต่อราคาหุ้น หากกองทุนเหล่านี้ตัดสินใจไม่ลงทุนจริง การเทขายหุ้นออกมาย่อมส่งผลต่อราคาได้ (ในกรณีที่กองทุนรวมเหล่านี้ถืออยู่ก่อนแล้ว)

 

2 ความเชื่อมั่นด้านการประกอบธุรกิจของบริษัท

 

นอกจากประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลแล้ว เงื่อนไขที่ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนด้วยก็อาจจะกลายมาเป็นประเด็นในแง่ของความสามารถในการแข่งขันของกิจการระยะยาวได้ ถึงแม้ว่าการบริหารหลายอย่างจะสามารถถ่ายทอดได้แม้ไม่ได้เป็นกรรมการ แต่ผลเรื่องความจูงใจในการบริหารงานอาจจะกลายมาเป็นประเด็นหนึ่งในการพิจารณา ยิ่งถ้าคดีความลุกลามและบานปลายกว่าที่คิด

 

3 การเก็งกำไรในความไม่แน่นอนของราคาหุ้น

 

สิ่งนี้ดูมีน้ำหนักน่าสนใจน้อยที่สุด แต่ดูจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายอย่าง คือ นักลงทุนมากอาจจะเข้ามาแสวงหากำไรจากข่าวร้าย ทั้งในแง่ของการขายก่อนค่อยซื้อคืนหรือขายชอร์ต (Short Again Port ; SAP) หรือการเก็งกำไรในอนุพันธ์ขาลง เช่น future option ต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ราคาหุ้นถูกกดดันในระยะสั้นได้ แต่ในระยะยาว ความโปร่งใสของกิจการและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่ามาก อย่างน้อยก็ในฐานะนักลงทุนระยะยาว

 

รอดูกันว่าตลาดจะตอบรับออกมาในรูปแบบไหน แต่โดยส่วนตัวเดาว่าอนุพันธ์ต่างๆ ที่ขึ้นอยู่กับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับหมอเสริฐคงจะมีความผันผวนน่าดู

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy