การลงทุน

ดอยแม่ยายกับหุ้น TACC

TACC

หุ้น TACC หรือบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค ยกตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มสำเร็จรูป เครื่องดื่มพร้อมดื่ม ขนมปังและเบเกอรี่ และธุรกิจคาแรคเตอร์ต่างๆ เช่นการนำคาแรคเตอร์การ์ตูนมาทำสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่าย เช่น ของใช้รูปการ์ตูนรูปคิตตี้จากซานริโอ้

 

ธุรกิจในเครือของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ B2B (ขายให้กับร้านสะดวกซื้อ 7-11) และ B2C (ขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง) โดย B2B : B2C กินสัดส่วนประมาณ 84 : 16 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

 

ธุรกิจในส่วนของ B2B นั้นพึ่งพาร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นหลัก

 

โดยบริษัทมีผลิตภัณฑ์ได้แก่ โถกดน้ำดื่มเย็น โถกดน้ำดื่มร้อน และวัตถุดิบในส่วนของ All Café ซึ่งตรงส่วนนี้ บริษัททำธุรกิจเหมือนกับลักษณะ OEM คือขายวัตถุดิบให้กับเซเว่นอีเลฟเว่นไปขายต่อกับผู้บริโภคอีกทีหนึ่ง ดังนั้น แบรนด์สินค้าที่เราเห็นก็จะไม่ใช่คำว่า T.A.C. consumer โดยตรง แต่จะเป็นแบรนด์ของเซเว่นอีเลฟเว่นเอง อย่าง All Café หรือ Seven Select หรือไม่ก็อาจจะเป็นชื่อแบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายให้ อย่างโถกดช็อคโกแลตตรา Hershey’s นั่นเอง

 

ธุรกิจส่วนนี้มีแนวโน้มการเติบโตไปกับสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่น (อ่านเพิ่มเติมเรื่องสาขาเซเว่นอีเลฟเว่น : CPALL จะขยายได้อีกกี่สาขา) โดยบริษัทถือเป็น Strategic Partner กับ CPALL ดังนั้นเราจะไม่เห็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ไปส่งให้กับร้านสะดวกซื้ออื่นแน่นอน (ตามคำบอกเล่าของผู้บริหาร)

 

ธุรกิจในส่วนของ B2C มีทั้งเจาะกลุ่มตลาดในประเทศและต่างประเทศ

 

สินค้าของบริษัทที่ขายในประเทศจะใช้จุดจัดจำหน่ายในช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นหลัก โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นของกินอย่างกาแฟ Vslim ขนมปังเบเกอรี่แบรนด์ A Smile และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ของกินอย่างธุรกิจคาแรคเตอร์ เช่น สติ๊กเกอร์ลายคิตตี้ของซานริโอ้ โดยล่าสุด บริษัทได้สิทธิ์ในการบริหารตราคาแรคเตอร์หมีน้อย Rilakkuma มาในปี 2018 ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสการเติบโตในส่วนของ non-food ได้

 

ในส่วนของธุรกิจต่างประเทศของบริษัทจะอยู่ที่ประเทศกัมพูชาเป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงอย่างชาพร้อมดื่มยี่ห้อ Zenya เครื่องดื่ม Jump Start และกาแฟพร้อมดื่ม Vslim นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่ส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย เช่นจีนและออสเตรเลีย แต่ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มากมายนัก

 

และนี่เองเป็นที่มาของชื่อ “ดอยแม่ยาย” ของ TACC ที่อยู่ในหัวข้อบทความนี้

 

ธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่มในประเทศกัมพูชาถือเป็นความหวังสำคัญหนึ่งของบริษัท เพราะตลาดเครื่องดื่มในประเทศกัมพูชานั้นยังไม่แข็งแกร่งมาก และคนกัมพูชาเองก็มีความเชื่อมั่นในสินค้าแบรนด์ไทยค่อนข้างสูง หากชาเขียวเซนย่าของบริษัทสามารถครองตลาดได้ บริษัทก็มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรในเกณฑ์ที่ดี

 

แต่ปัญหาคือการแข่งขันที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงกว่าที่คิด

 

เหตุผลหลักคือมีผู้เล่นผลิตชาเขียวเจ้าใหญ่ในไทยบุกตลาดกัมพูชามากขึ้นและอัดโปรโมชันทางการตลาดอย่างรุนแรง พอบริษัทชาเขียวที่ใหญ่กว่าเข้าในตลาดก็เริ่มต้นด้วยการสร้างแบรนด์ด้วยการลดราคา ซึ่งทำให้เกิดสงครามราคาที่รุนแรงขึ้นในตลาด บริษัทเองก็ต้องพยายามประคับประคองรายได้และกำไรให้อยู่ในช่วงเหมาะสม เพราะการที่บริษัทที่มีขนาดเล็กกว่าฝืนเอางบการตลาดไปทุ่มสู้ก็อาจจะนำมาซึ่งความสูญเสียหรือผลขาดทุนของบริษัทได้

 

ผู้บริหารถึงกับเปรยว่าหากไม่สามารถทำธุรกิจให้มีกำไรในตลาดกัมพูชาได้ก็อาจจะพิจารณาออกจากตลาดได้ตามความเหมาะสม

 

ดอยแม่ยายเกิดขึ้นตอนนี้เอง

 

เพราะในงาน Opportunity Day มีนักลงทุนจำนวนมากส่งคำถามเข้ามาตัดพ้อน้อยใจที่ราคาหุ้นตกลงอย่างมาก จากที่เคยไปสูงสุดที่เกือบ 10 บาท แต่ตอนนี้ราคาต่ำลงมาจนหลุด 5 บาทไปแล้ว ใครที่ถือไว้ตั้งแต่ตอนนั้นก็จะเจอผลขาดทุนมากกว่า 50% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย

 

ผู้บริหารจึงตอบกลับไปว่า “ตอนราคาเกือบ 10 บาท ผมก็บอกให้แม่ยายซื้อเหมือนกัน” (ฮา) ถึงตรงนี้นักลงทุนที่ติดดอยก็ควรจะสบายใจได้ว่าอย่างน้อยถ้าเราดอยหุ้น TACC ในวันนี้ก็แปลว่าเราอยู่บนดอยเดียวกันกับแม่ยายผู้บริหารนั่นเอง

 

ถือเป็นดอยที่ไม่เหงาเลยทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy