การลงทุน

นักลงทุนควรมีหุ้นกี่ตัวในพอร์ต

นักลงทุนควรมีหุ้นกี่ตัวในพอร์ต

นักลงทุนควรมีหุ้นกี่ตัวในพอร์ต คืออีกคำถามคลาสสิกหนึ่งที่มักถูกถามขึ้นตลอดตามงานสัมมนาหุ้นต่างๆ เชื่อหลายคนน่าจะเคยตั้งคำถามนี้ หรือไม่บางทีก็หยิบพอร์ตขึ้นมาดูว่าหุ้นในพอร์ตเราน้อยหรือมากไปหรือเปล่า

 

เราไม่ควรจะถือหุ้นในจำนวนที่มากเกินกว่าจะติดตามไหว

 

เราจะรู้ว่าเราถือหุ้นมากเกินไปก็ต่อเมื่อเราไม่สามารถติดตามพื้นฐานของกิจการได้ทัน

 

จำนวนที่มากที่สุดที่ควรถือคงตอบเป็นตัวเลขชัดเจนไม่ได้ แต่ไม่ว่าเราจะถือหุ้นกี่ตัวก็ตาม เราควรมีเวลาตามหุ้นทุกตัวอย่างเพียงพอ

 

เราไม่ควรจะถือหุ้นในจำนวนที่น้อยเกินกว่าจะกระจายความเสี่ยงได้

 

ยิ่งถือหุ้นน้อยเท่าไหร่ ความเสี่ยงจากหุ้นรายตัวยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

 

ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัทที่เราถืออยู่โรงงานไฟไหม้และราคาหุ้นตกลงไป 30% ในวันเดียว

ถ้าเราถือหุ้น 30 ตัว การขาดทุนนี้จะส่งผล 1% ของพอร์ตรวม

ถ้าเราถือหุ้น 10 ตัว การขาดทุนนี้จะส่งผล 3% ของพอร์ตรวม

ถ้าเราถือหุ้น 1 ตัว การขาดทุนนี้จะส่งผล 30% ของพอร์ตรวม

 

จำนวนหุ้นยิ่งน้อยจึงยิ่งบอกถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้มาก เช่น ลงทุนในหุ้นเพียง 5% ของความมั่งคั่งรวม นักลงทุนอาจจะถือหุ้นจำนวนน้อยตัวมากแต่ก็รับความเสี่ยงได้ แต่ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงโดยการถือหุ้นในจำนวนที่มากพอ

 

จำนวนหุ้นที่มีในพอร์ตจึงควรจะไม่น้อยจนความเสี่ยงกระจุกตัว แต่ก็ไม่มากเกินติดตามไหว

 

คนที่มีความรู้ความเข้าใจและพร้อมเสี่ยงกับกิจการมาก เช่น ผู้บริหารของกิจการนั้น อาจจะถือหุ้นแค่ตัวเดียว หรือถ้าเป็นนักลงทุนที่มีความสามารถสูงและติดตามกิจการได้ทันและละเอียด การจะถือหุ้นมากกว่า 50 ตัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

ถ้าจะให้แนะนำเป็นตัวเลขเลย ส่วนใหญ่จะแนะนำอยู่ที่ 5 – 15 ตัว

 

แล้วถ้าซื้อหุ้นตามจำนวนสูงสุดที่คิดว่าตามไหวแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่าความเสี่ยงยังเยอะอยู่ทำอย่างไร เช่น คิดว่าตามหุ้นไหวแค่ 5 ตัว แต่ก็ยังรู้สึกว่าการถือหุ้น 5 ตัวมีความเสี่ยงสูงเกินไป

 

แบบนี้ควรหันไปลงทุนในกองทุนรวมแทน เพราะกองทุนรวมจะกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและมีผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามแทน

 

ลองปรับไปใช้กันดู

 

พอลงทุนถึงจุดหนึ่งเราจะเริ่มเข้าใจความเสี่ยง และความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถรับได้ได้

 

เช่น ถ้าช่วงนี้หันมาลงทุนหุ้นถูก PE ต่ำ ปันผลสูง ขนาดใหญ่ เราอาจถือโฟกัสแค่ไม่กี่ตัว เพราะคิดว่าความเสี่ยงในแต่ละรายบริษัทมีไม่มาก แต่ถ้าเราหันไปลงทุนหุ้นเล็ก โตแรง แต่ PE ไม่ต่ำ แบบนี้เราอาจจะกระจายความเสี่ยงมากขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะรู้ว่าหุ้นที่ถือมีความเสี่ยงมากขึ้น

 

จำนวนหุ้นที่มีในพอร์ตจึงไม่ใช่เลขตายตัวที่ยึดติดเป็นสรณะตลอดไป แต่ควรตั้งเป็นกรอบไว้กว้างๆ มากกว่า

 

เพื่อที่เราจะได้ปรับใช้ตามความสามารถ ลักษณะหุ้นที่ถือ อารมณ์ของตลาดได้ตามความเหมาะสม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน