การลงทุน

วิกฤต TKN

วิกฤต TKN

เรียกกันว่าประกาศงบปี 2018 ของหุ้น TKN มา คนเปิดงบก็ถึงกับต้องปาดเหงื่อ เพราะกำไรไตรมาส 4 ของปี 2018 ลดลง จาก 142.2 ล้านบาท ในปี 2017 เหลือเพียง 24.7 ล้านบาท ในปี 2018 เรียกได้ว่า นี่อาจจะเป็น วิกฤต TKN ขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

 

เหตุผลที่ทำให้ TKN เกือบขาดทุน

 

1 รายได้ลดลง

 

รายได้ของเถ้าแก่น้อย ลดลงจาก 1,525.8 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า เหลือ 1,426.7 ล้านบาท หรือลดลง 4.1% ภาพรวมในการลดลงของรายได้ก็ไม่ใช่ผลดีต่อบริษัท รายได้ตลาดในประเทศลดลง 6.4% จากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ส่วนรายได้ตลาดในต่างประเทศลดลง 2.8% เนื่องจากปัญหาการโดนสินค้าปลอมแปลง และจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายใหม่

 

2 กำไรขั้นต้นลดลง

 

กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 อยู่ที่ 431.5 ล้านบาท ลดลงจาก 481.0 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า โดย GPM (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 31.5% เหลือ 29.5% เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายด้านการผลิต โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาจากโรงงานโรจนะและโรงงานที่สหรัฐอเมริกา แต่ราคาสาหร่ายก็ลดลงมาช่วยเอาไว้บ้าง โดยราคาสาหร่ายและผลจากค่าเงินรวมกัน ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

3 ค่าใช้จ่ายในการขายมากขึ้น

 

ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.2% จาก 204.5 ล้านบาท ไปเป็น 297.0 ล้านบาท ประเด็นหลักมาจากการขยายกิจกรรมทางการตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการเปิดสำนักงานที่ประเทศจีน มีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากการโดนปลอมแปลง ร่วมกับการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่อีก ค่าใช้จ่ายตรงนี้จึงสูงมาก

 

4 ค่าใช้จ่ายในการบริหารมากขึ้น

 

ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 65.8% จาก 61.5 ล้านบาท ไปเป็น 101.9 ล้านบาท เหตุผลหลักมาจากรายการพิเศษเรื่องค่าปรับการกำจัดขยะ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน

 

วิกฤต TKN

 

กำไรของบริษัทจึงลดลง 82.6%

 

หากมองดูไตรมาสนี้ของเถ้าแก่น้อย ต้องยอมรับเลยว่าหนักหน่วงมาก เพราะเจอปัญหาจากแทบทุกทาง เรียกว่าเหนื่อยตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย

 

หากมองประเด็นคงต้องมองทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ปัญหาที่ทุเลาไปมากแล้ว คือ เรื่องต้นทุนสาหร่ายและอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนปัญหาที่ยังคาราคาซังอยู่แต่คงไม่นานมาก คือ ปัญหาเรื่องสินค้าปลอมแปลง และการเปลี่ยนผู้จัดจำหน่าย ส่วนเรื่องที่ต้องมองไกลที่สุด คือ เรื่องยอดขายในระยะยาว ที่บริษัทเข้าไปบุกตลาด ทั้งจีน และสหรัฐอเมริกา แบบจริงจัง ใส่เงินทำการตลาดไปมาก สุดท้ายคงต้องมาลุ้นว่ายอดขายจะกลับมามากแค่ไหน

 

ลุ้นกับเถ้าแก่น้อยด้วย อยากเห็นแบรนด์ไทยที่ยืดหยัดได้ในระดับโลกแบบจริงจัง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy