การลงทุน

VI มองเห็นอะไรในกราฟ

VI มองเห็นอะไรในกราฟ

VI หรือ นักลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน เป็นนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจและมูลค่าเป็นหลัก ซึ่งลงทุนศาสตร์ก็เป็นนักลงทุนแนววีไอ โดยส่วนตัวผมเองก็ดูกราฟหุ้นอยู่บ้าง แต่แน่นอนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับแพทเทิร์นของกราฟหรือแท่งเทียน แต่ผมมองไปถึงหลายสิ่งที่นักลงทุนวีไอต้องคำนึงถึง วันนี้สิ่งที่จะมาเล่าให้ฟังคือ VI มองเห็นอะไรในกราฟ

 

1 liquidity สภาพคล่อง

 

สภาพคล่องของหุ้นคือปริมาณการซื้อขายต่อวัน ซึ่งนักลงทุนต้องให้ความสนใจเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าเราจะซื้อขายหุ้นได้ในระดับไหน โดยวิธีการดูก็สามารถดูจากแท่ง volume ในแต่ละวันได้เลย โดยมีหลักคิดง่ายๆ คือ วอลุ่มต่อวันเทียบกับปริมาณที่เราจะซื้อขายนั้นเพียงพอหรือไม่ เช่น พอร์ตเราหลักแสน เราก็ต้องดูวอลุ่มในแต่ละวัน หากมีน้อยมากอาจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยง และวางแผนการซื้อขายที่อาจต้องใช้เวลามากกว่าปรกติ

 

2 popularity ความนิยม

 

ความนิยมของนักลงทุนสามารถดูได้จาก RSI หากเกิน 70 แปลว่าคนกำลังนิยม ต่ำกว่า 30 แปลว่าคนกำลังไม่นิยม ซึ่งในทางการลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ความนิยมมีผลสำคัญต่อการประเมินมูลค่าหุ้นแบบสัมพัทธ์ (relative valuation) หากหุ้นเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน อาจจะมีแนวโน้มที่พีอีจะเพิ่มสูงขึ้น เช่น หุ้นโรงพยาบาล และหุ้นที่ถูกเทขายมาอย่างยาวนานอาจหมายถึงความนิยมที่ลดลง อาจจะมีแนวโน้มที่พีอีจะลดลงเช่นกัน เช่น หุ้นโทรทัศน์

 

3 valuation relativity ความสัมพันธ์เชิงมูลค่า

 

ความสัมพันธ์เชิงมูลค่าหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างราคากับการประเมินมูลค่าแบบสัมพัทธ์ แปลว่าง่ายๆ ว่าหุ้นนี้ถูกซื้อที่มูลค่าเท่าไหร่ในเวลาที่ผ่านมา เช่น ดูจาก p/e p/bv p/s เป็นต้น ส่วนใหญ่ที่นิยมดูคือ p/e เพราะการเปรียบเทียบ p/e ปัจจุบันกับ p/e เฉลี่ยที่ผ่านมาก็พอจะบอกได้ว่าตอนนี้ราคาอยู่ในช่วงถูกหรือแพง

 

4 sensitivity ความไวของราคา

 

ความไวของราคาหมายถึงการตอบสนองของราคาหุ้นกับปัจจัยภายนอก โดยเราสามารถวิเคราะห์ย้อนหลังได้ว่าหุ้นดังกล่าวมีราคาที่วิ่งไปตามข่าวไหม เช่น หุ้นท่องเที่ยวที่ราคาตกเมื่อเกิดเหตุการความไม่สงบ ถ้าเราวิเคราะห์ลักษณะความไวของหุ้นนั้นได้ เราก็พอที่จะคาดเดาไว้ว่าอนาคต หุ้นน่าจะมีการตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกมากระดับไหน ถ้าตอบสนองแรงมาก อาจจะเหมาะสมที่จะรอซื้อในช่วงที่เกิดวิกฤต

 

5 uncertainty ความไม่แน่นอน

 

ความไม่แน่นอนในที่นี้หมายถึงการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นเทียบกับการเคลื่อนที่ของดัชนีตลาดหลักทรัพย์หรือดัชนีอ้างอิง โดยการมองการเคลื่อนไหวคร่าวๆ จะพอบอกถึงอัตราคิดลดในการคิดลดกระแสเงินสดหรือผลตอบแทนได้ ในกรณีที่ต้องการศึกษาละเอียด สามารถเลือกใช้ค่า beta จากสมการ CAPM (capital asset pricing model) ช่วยในการดูอัตราคิดลดได้

 

ในความเป็นจริง ทุกเครื่องมือทางการลงทุนต่างมีประโยชน์ทั้งสิ้น ตัวผมเองไม่ดูกราฟ คือไม่ดูกราฟในแนวทางที่เทคนิคคอลดู แต่ผมก็ดูกราฟในแนวทางพื้นฐาน และผมก็เชื่อมั่นว่าเทคนิคคอลเองก็ดูงบการเงินด้วยเช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้มองแบบพื้นฐาน แต่เป็นไปด้วยสายตาของเทคนิคคอล

 

การลงทุนทุกสาขาต่างมีปรัชญาของตัวเองทั้งสิ้น สิ่งที่ดีที่สุดคือเราต่างให้เกียรติกันและไม่ลบหลู่ในแนวทางของคนอื่น เท่านี้ไม่ว่าแนวทางจะต่างกันแค่ไหนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน