การลงทุน

บทเรียนการลงทุนในปี 2018

บทเรียนการลงทุนในปี 2018

ปี 2018 ถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในทุกปีตั้งแต่ผมเริ่มลงทุนมา จาก 2014 ถึง 2018 ปีนี้เป็นปีเดียวที่ผมขาดทุนแบบ YTD และแพ้ตลาดในปีเดียวกัน ผมพูดเสมอว่าการลงทุนปีนี้ไม่ได้กำไรแต่ได้บทเรียน และ บทเรียนการลงทุนในปี 2018 นี้ก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่ทรงคุณค่ามากทีเดียว

 

สิ่งที่ผมตัดสินใจถูกที่สุดในปีนี้อาจจะเป็นการย้ายเงินลงทุนออกไปตลาดต่างประเทศบางส่วนตั้งแต่วันทำการแรกของปี 2018 เลยทีเดียว

 

ผมย้ายความมั่งคั่งของผมประมาณ 35% ออกไปต่างประเทศ และนั่นก็ช่วยชีวิตผมไว้มาก เพราะหุ้นไทยในพอร์ตตกหนัก แต่หุ้นต่างประเทศรวมแล้วยังมีกำไร และการที่ถือหุ้นหลายตลาดช่วงที่ตลาดผันผวนมากแบบนี้เป็นเรื่องที่มีข้อดีมาก เพราะเราอาจจะนำเงินจากตลาดอื่นย้ายมาตลาดที่ลงแบบไร้เหตุไร้ผลได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

 

พอร์ตที่ดีที่สุดในปีนี้ของผมอยู่ที่ฟิลิปปินส์ บวกไปประมาณ 30% ได้ รองมาคือตลาดอเมริกา บวกไปประมาณ 10% ตลาดจีนค่อนข้างทรงตัว ตลาดอินเดียที่ถือเป็นกองทุนรวมอยู่นิดหน่อยลบไป 10% ตลาดเวียดนามลบไป 20% ตลาดไทยแย่สุด แต่ขอเก็บตัวเลขไว้ระทึกขวัญคนเดียว (ฮา)

 

ภาพรวมพอร์ตการลงทุนในปีนี้ของผมแย่มาก ในช่วงแรกผมเครียดมาก แต่เมื่อผมกลับมานั่งทบทวนอะไรใหม่ ผมก็ค่อนข้างทำใจรับกับมันได้มาก

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การลงทุนไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” นั่นหมายถึง พอร์ตการลงทุนแย่ไม่ได้แปลว่าชีวิตแย่ เมื่อผมปรับพอร์ตจนคิดว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้ว หุ้นมีความน่าเชื่อถือแล้ว ผมก็ปิดพอร์ตออกไปใช้ชีวิต ออกไปทำตามความฝันอย่างอื่น ปีนี้ผมมีเวลาขยับขยายไปทำงานหลายอย่างมากขึ้น มีงานอดิเรกมากขึ้น พบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่ามากขึ้น ซึ่งสำหรับผม มันเป็นสัญลักษณ์ที่ดีของการเดินทางในเส้นทางการลงทุนระยะยาว ปรับความสมดุลให้มันมากขึ้น และจดจ่อกับมันให้น้อยลง

 

ข้อดีอีกข้อหนึ่งคือ ความผันผวนของตลาดเป็นโอกาสในการลงทุน

 

สิ่งสำคัญคือเราอย่าไปยึดติดกับต้นทุนหุ้นในอดีตมาก ต้นทุนที่เราซื้อมามันเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว แก้ไขไม่ได้แล้ว  ราคาหุ้นปัจจุบันกับราคาเป้าหมายสำคัญกว่า ดังนั้น การปรับเปลี่ยนตัวหุ้นในพอร์ตเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนเสียใจมากที่หุ้นลดลงมา 10% แต่หุ้นที่สนใจตัวอื่นลดลงมา 50% เปิดอัปไซต์กว้างเป็น 100% แบบนี้ควรมองเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤต ผมยังแสวงหาหุ้นดีราคาถูกอยู่เสมอ

 

ยิ่งตลาดน่าเบื่อและย่ำแย่มากเท่าไหร่ นักลงทุนยิ่งมีโอกาสซื้อของถูกมากเท่านั้น

 

เรื่องสำคัญที่ผมเรียนรู้อีกอย่างจากการอยู่ในตลาดมา 4 ปีกว่าคือ ตลาดหุ้นกังวลเรื่องวิกฤตตลอดมา กังวลมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ตอนนี้ เอาง่ายๆ ว่ากังวลทุกอย่างทุกปี ดังนั้นเราควรมีวินัยทางการลงทุนให้มาก และพยายามคาดการณ์ตลาดให้น้อย

 

การถือเงินสดรอวิกฤตเป็นเรื่องของพระเจ้า – พี่โจ ลูกอิสาน

 

ผมไม่ถือเงินสดรอวิกฤต เพราะผมไม่รู้ว่าวิกฤตจะมาเมื่อไหร่ ผมรู้แค่ว่าถ้าเกิดวิกฤตจริง ผมก็จะ (1) หาเงินสดใหม่มาซื้อหุ้นเพิ่ม (2) ขายตัวที่อัปไซต์ต่ำมาซื้อตัวที่อัปไซต์สูง และ (3) ย้ายหุ้นจากตลาดที่ลงน้อยมาซื้อหุ้นในตลาดที่ลงมาก ความคิดผมก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแบบนี้เอง

 

การลงทุนคือการวิ่งมาราธอนระยะยาว ไม่ใช่การวิ่ง 500 เมตรระยะสั้น

 

ดังนั้น ความผิดหวัง เสียใจ เจ็บปวด และขาดทุนจึงเป็นเรื่องแสนธรรมดา สิ่งสำคัญคือเราต้องจัดการกับก้อนความรู้สึกภายในตัวเราให้ได้ การมีความรู้ที่ดี มีทัศนคติที่ดี เข้าใจหลักพื้นฐานของจิตวิทยาการลงทุนได้ดี ช่วยให้วันเวลาที่เลวร้ายผ่านไปได้อย่างราบรื่นมากกว่าที่คิดทีเดียว

 

ผมเคยพูดกับเพื่อนคนหนึ่งว่าต่อให้ผมลงทุนไป 30 ปีแล้วผมไม่ได้กำไรเลยสักบาทเดียว แต่สุดท้าย ผมก็จะเลือกลงทุนอยู่ เพราะทุกวันนี้ผมอยู่ในตลาดด้วยความรัก ผมสนุกในการหาหุ้น ผมท้าทายในการวิเคราะห์กิจการ และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม ตลาดหุ้นจะพาผมไปยังจุดไหน ความมั่งคั่งเท่าใด ไม่สำคัญเท่าวันนี้เวลานี้ ผมกำลังมีความสุข

 

ไม่ว่าปีนี้จะเลวร้ายมากเพียงไหน ขาดทุนมากเท่าไหร่ ผิดหวังกับผลการลงทุนมากเพียงใด ผมก็ไม่เคยคิดออกจากตลาดหุ้นแม้แต่วินาทีเดียว

 

ก็ตลาดหุ้นคือความสุขของผมนี่นา

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน