การลงทุน

WORK ยัง WORK ไหม

WORK หรือบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) น่าจะถือเป็นหุ้นแห่งปี 2017 อีกตัวหนึ่งก็ว่าได้ ด้วยผลตอบแทนที่สูงลิ่วติดอันดับหนึ่งในช่วงก่อนสิ้นปี โดยวิ่งขึ้นมาตั้งแต่ 44.00 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 105 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 138.64% ซึ่งถือเป็นหุ้นใน SET100 ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ณ ขณะนั้น ก่อนที่ราคาหุ้นจะแผ่วลงมาปิดที่ 84.25 บาท หรือเท่ากับลดลง 19.76% แต่ก็ยังให้ผลตอบแทน 91.48% จากต้นปี ซึ่งถือว่าสูงมากอยู่ดี

 

แล้ว WORK ยัง WORK อยู่ไหม ทำไมถึงลงจากจุดสูงสุดได้เกือบ 20%

 

ปัจจัยหลักน่าจะมาจากคำแถลงการณ์ของ WORK ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบทวิเคราะห์จากต่างค่ายต่างสถาบันต่างพร้อมใจกันออกมาในวันที่ 29 พฤศจิกายน ทั้ง Phillip, Krungsri, Yuanta, Finansia Sirus และ KGI เป็นต้น โดยทุกสำนักพูดถึงแนวโน้มที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ของ WORK จะพลิกกลับมาขาดทุนอีกครั้ง เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากงานพระราชพิธีและการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานและผู้บริหาร ซึ่งโดยปรกติ WORK จะไม่ได้ทยอยแบ่งรับรู้กระจายทุกไตรมาส แต่จะมารับรู้เต็มในไตรมาส 4 เพียงไตรมาสเดียว ซึ่งนักวิเคราะห์แต่ละค่ายก็ให้เป้าขาดทุนของ WORK กันแตกต่างออกไปซึ่งอยู่ในช่วงขาดทุน 20 – 72 ล้านในไตรมาส 4 ปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ขาดทุนอยู่ราว 72 ล้านบาท ซึ่งเมื่อประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมา WORK ก็ขาดทุนจริง โดยมีผลขาดทุนอยู่ที่ 22 ล้าน หรือประมาณกรอบบนของการประมาณการณ์ของโบรคเกอร์

 

หากมองในแง่มุมของการลงทุน ปัจจัยกดดันดังกล่าวแบ่งออกได้เป็นทั้งปัจจัยชั่วคราวและปัจจัยถาวร โดยปัจจัยชั่วคราวหมายรวมถึงรายได้ที่ลดลงจากช่วงพระราชพิธี ในขณะที่ปัจจัยถาวรคือการจ่ายโบนัสให้กับผู้บริหารและพนักงานซึ่งย่อมจะเกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว

 

หากมองข้ามช่วงเวลาที่เลวร้าย (ตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์ไป) เราอาจจะมองเห็นภาพ WORK ได้ชัดเจนมากขึ้น

 

ความสดใสของบริษัทยังอยู่ที่ความแข็งแกร่งในการสร้างคอนเทนท์ที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นผู้สร้างคอนเทนท์อันดับหนึ่งในประเทศไทยแล้ว จุดนี้เรียกว่าแทบจะไม่มีข้อกังขาใดๆ กับบริษัทเลย ถึงแม้ว่ารายการที่เป็นคอนเทนท์ฮีโร่ส่วนใหญ่ของช่องจะเป็นรายการวาไรตี้ที่เป็นซีซันอย่างรายการประกวดร้องเพลงต่างๆ ที่อาจจะมีช่วงเรตติ้งที่ขึ้นและลงไปตามระยะเวลาการประกวด แต่ WORK ก็ยังคงมีรายการอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีซีซันและเรตติ้งค่อนข้างนิ่ง อย่างรายการเชิงวาไรตี้ที่จบภายในสัปดาห์เป็นต้น

 

ความยากลำบากของบริษัทดูเหมือนว่าจะมาจากอุตสาหกรรมเป็นหลัก เนื่องจากภาพรวมของอุตสาหกรรมดูจะไม่ได้เติบโตมากนัก เนื่องจากส่วนหนึ่งจะโดนแทรกแซงไปจากสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วย อีกส่วนหนึ่งคือผู้เล่นต่างๆ ในอุตสาหกรรมเริ่มฉายแววผู้ชนะขึ้นมาบ้างแล้ว จากอัตราเรตติ้งที่ค่อนข้างคงที่และสวิงไม่รุนแรงมากนักถ้าเทียบกับช่วงแรกในการเริ่มต้นอุตสาหกรรมดิจิตัลทีวี ในเชิงการตลาด การที่อุตสาหกรรมเห็นผู้ชนะผ่านเรตติ้งที่มั่นคงมากขึ้นแบบนี้ก็ช่วยให้ผู้ตัดสินใจลงโฆษณาได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและจัดสรรปันส่วนเงินได้เหมาะสมกับความสามารถและกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องอย่างแท้จริง

 

ถึงแม้ว่าเรตติ้งของ WORK จะตกลงไปบ้าง (ช่วง 18 – 24 ธันวาคมที่ผ่านมา WORK เสียเรตติ้งอันดับ 3 ให้กับ MONO) แต่โดยภาพรวมแล้วความสามารถในการสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ ของผู้บริหารและพนักงานชุดเดิมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งสำคัญคือผลสัมฤทธิ์ในการทำธุรกิจของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทคู่แข่งด้วย

 

สุดท้ายนักลงทุนอย่างเราคงต้องมารอดูต่อไปว่า WORK จะกลับมาทวงบัลลังก์และสร้างปรากฎการณ์อย่าง the mask singer season 1 ได้ไหม ปีนี้ WORK เองก็เข็นรายการฟอร์มใหญ่มากมายลงจอให้เราในฐานะคนดูได้ตัดสินกันอีกครั้ง

 

แล้วคุณหละ คิดว่า WORK จะสร้างกระแสเรตติ้งถล่มทลายอย่างปีที่แล้วได้หรือเปล่า มาลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสนุกๆ ดีกว่า

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน