วิทยาศาสตร์

อย่าให้สมองลวงความคิด ว่าชีวิตเราจะไม่เปลี่ยน

อย่าให้สมองลวงความคิด ว่าชีวิตเราจะไม่เปลี่ยน

อย่าให้สมองลวงความคิด ว่าชีวิตเราจะไม่เปลี่ยน

 

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่อาจจะมีทั้งดีและไม่ดี บางคนคาดหวังที่จะอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง บางคนก็ชอบและพอใจในสิ่งที่มีและเป็นอยู่ในปัจจุบันไม่อยากจะสูญเสียไปหรือให้มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบอื่น แต่เมื่อถามถึงเรื่องของตัวเรา เราคิดว่าเราจะเปลี่ยนแปลงไปมากไหมในอีก 10 ปี อย่าให้สมองลวงความคิด ว่าชีวิตเราจะไม่เปลี่ยน

 

อะไรเปลี่ยนอะไรที่ไม่เปลี่ยน

 

ในงานวิจัยด้านจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมได้มีการศึกษาวิจัยกันในเรื่องของ “ตัวตน” ซึ่งสำรวจในเรื่องของบุคลิกภาพ (Personality) ความชอบ (Preference) ความเชื่อ (Belief) และสิ่งที่ให้คุณค่า (Value) เป็นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบว่าเมื่อเรามีอายุเพิ่มขึ้น เราจะมีพฤติกรรมการตัดสินใจเหมือนหรือต่างไปแค่ไหน งานวิจัยจำนวนไม่น้อยศึกษาเรื่องของการตัดสินใจในปัจจุบันเพื่ออนาคต เราคาดการณ์ในอนาคตได้แม่นยำหรือตรงมากแค่ไหน ถ้าถามเรื่องบุคลิกภาพที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่เราชอบในวันนี้ อะไรที่เราเคยเชื่อ และให้คุณค่าความสำคัญ วันข้างหน้าเราจะยังเลือกสิ่งเดิม ยังคงชอบและเป็นเหมือนเดิมไหม

 

ที่ผ่านมาก็เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่อนาคตคงไม่เปลี่ยนแล้ว

 

จากงานวิจัยของ Jordi Quoidbach และคณะ ปี 2013 พบกว่าคนส่วนใหญ่มีอคติทางความคิดข้อหนึ่งที่เรียกว่า “End of History Illlusion” หรือ “ภาพลวงตาว่าสิ้นสุดประวัติศาสตร์แล้ว” งานวิจัยชิ้นนี้ได้อธิบายว่าคนเรามีทางลัดในความคิดข้อหนึ่ง โดยหลงคิดไปว่าตัวเราในปัจจุบัน คือ เวอร์ชันสุดท้าย เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว (finished product) มากกว่าที่จะเป็น “งานที่กำลังพัฒนา” (work in progress) ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงรายงานว่าอดีตที่ผ่านมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่อนาคตจะไม่เปลี่ยนแปลงอีกสักเท่าไหร่ เพราะประวัติศาสตร์จบแล้ว เราได้สิ่งที่ดีที่สุดมาแล้ว

 

งานวิจัยนี้ทำอย่างไร

 

งานวิจัยนี้ศึกษากับคนกว่า 7,519 คน ช่วงอายุ 18 – 68 ปี โดยให้แต่ละคนบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน 10 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าในมิติต่าง ๆ ว่าเรายังจะชอบสิ่งเดิมอยู่ไหม เช่น ภาพยนตร์ที่เราชอบดู อาหารที่ชอบรับประทาน หากเราเป็นแฟนของวงดนตรีนี้ อนาคตมันก็จะยังเป็นวงดนตรีที่เราชื่นชอบ จะยังเชื่อและให้ความสำคัญแบบเดิมหรือเปล่า และเมื่อนำมาพิจารณาดูพบว่าไม่ว่าช่วงอายุเท่าใดทุกสิบปีเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี ผลสรุปจากงานวิจัยนี้บอกว่า “เราไม่เก่งนักที่จะทำนายอนาคตของตัวเราเอง”

 

ทำไมสมองต้องลวงเรา

 

เนื่องจากการคาดการณ์และทำนายอนาคตเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก มีความซับซ้อน และจำเป็นต้องใช้ข้อมูลหลายมิติประกอบ สมองจึงมีทางลัดที่ทำให้เราสามารถคิดและตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้เร็ว เพื่อให้ชีวิตเดินต่อได้ ไม่เช่นนั้นเราก็จะจมอยู่กับความไม่แน่นอน ไม่แน่ใจ และต้องต่อสู้กับความกลัวเสียจนกระทั่งชีวิตหยุดนิ่งเพราะไม่กล้าตัดสินใจ

 

ในโลกของการลงทุนการคาดการณ์ว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไรต่อ ธุรกิจที่เราสนับสนุนจะเติบโตไปในประเทศหรือโลกในแบบไหน การจะเลือกซื้อบ้านคอนโดชีวิตในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เราต้องรู้ไว้คือเราต้องอย่ามั่นใจมากนักว่าวันนี้คือวันที่เราเก่งที่สุด รู้ดีที่สุด และเป็นเวลาที่ดีที่สุด  สิ่งที่เราเป็นในวันนี้จะยังไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เราจะเป็น อาจจะไม่ใช่ความชอบท้ายสุดที่เราจะชอบ จงเผื่อใจไว้ หมั่นทบทวนและเรียนรู้อยู่เสมอ อะไร ๆ ก็มีเปลี่ยนแปลงได้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเรา อย่าปล่อยให้สมองลวงความคิด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

  • Quoidbach, J., Gilbert, D.T. and Wilson, T.D., 2013. The end of history illusion. science, 339(6115), pp.96-98.

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน