วิทยาศาสตร์

ทำไมกรมอุตุ ” ทำนายตลาดหุ้น ” ไม่ได้

ทำนายตลาดหุ้น

หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่าทำไมกรมอุตุนิยมวิทยา ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าทำนายสภาพดินฟ้าอากาศได้อย่าง (ค่อนข้าง) แม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมอุตุนิยมวิทยาของต่างประเทศที่บอกลักษณะดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิ แดดร้อนฝนหนาวได้แม่นราวจับวาง หลายครั้งที่ไปเที่ยวต่างประเทศและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องถึงกับตกใจว่าทำไมมันแม่นแบบนี้ ถ้ากรมอุตุนิยมวิทยาสามารถทำนายดินฟ้าอากาศที่ดูจะไร้เหตุผลได้ ทำไมถึงไม่สามารถ ” ทำนายตลาดหุ้น ” ได้ ทั้งที่ก็ดูเหมือนจะไร้เหตุผลเช่นกัน

 

คำตอบของคำถามนี้อธิบายโดย Yuval Noah Harari ด้วยหลักการพื้นฐานและระบุอยู่ในหนังสือ Sapiens; A Brief History of Humankind หน้า 240

 

เหตุผลที่มนุษย์ไม่สามารถ ” ทำนายตลาดหุ้น ” วันพรุ่งนี้ได้ แต่สามารถทำนายดินฟ้าอากาศวันพรุ่งนี้ได้

 

ไม่เกี่ยวกับว่าตลาดหุ้นมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล ความจริงทั้งสภาพดินฟ้าอากาศและตลาดหุ้นก็อาจจะนับได้ว่ามีเหตุผลด้วยกันทั้งคู่ เพราะทั้งสองอย่างก็มีผลเกี่ยวพันสืบเนื่องมาจากอดีต อย่างสภาพดินฟ้าอากาศก็ได้รับผลพวงมาจากความชื้น อุณหภูมิ สภาพลม ความกดอากาศ หรืออย่างตลาดหุ้นก็อาจจะได้รับผลกระทบมาจากสภาพเศรษฐกิจ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน หรือแม้กระทั่งสภาพของกราฟราคาเมื่อวานนี้ เพียงแต่หลายครั้ง ตลาดหุ้นอาจจะดูไม่มีเหตุผลไปเสียบ้าง เพราะผู้สร้างเหตุผลให้ตลาดหุ้นคือมนุษย์ ซึ่งหลายครั้งแล้ว มนุษย์ดูไม่ค่อยจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผลเท่าไหร่

 

แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตลาดหุ้นมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล แต่ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การตอบสนองของตลาดหุ้นต่อทำนายต่างหาก Yuval Noah Harari อธิบายสภาพระบบในโลกนี้เป็น 2 ประเภท คือระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 1 (Level 1 Chaos) และระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 2 (Level 2 Chaos)

 

ระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 1 คือระบบที่คำทำนายไม่ส่งผลต่อระบบ อธิบายง่ายๆ ว่ามันคือระบบที่ไม่ว่ามนุษย์จะพยายามอธิบายอย่างไร ความจริงของระบบก็จะยังคงที่ไปอย่างนั้น และระบบเองก็ไม่ได้รับผลใดๆ จากคำทำนายของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น การวัดความเร็วของแสง ที่ไม่ว่ามนุษย์จะพยายามทำนายความเร็วของแสงด้วยวิธีใด ความเร็วของแสงในสุญญากาศก็จะเป็น 299,792,458 เมตรต่อวินาทีเสมอ ไม่ว่าผู้วัดความเร็วหรือผู้ทำนายจะคิดว่ามันเป็น 1 เมตรต่อวินาทีหรือ 100,000,000,000 เมตรต่อวินาที ผลลัพธ์ของการวัดก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 1 ก็คือระบบที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่

 

ระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 2 คือระบบที่คำทำนายส่งผลต่อระบบ นั่นหมายความว่าระบบได้รับผลกระทบจากคำทำนายของตัวมันเอง หรือเรียกอีกอย่างก็คือ ระบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามคำทำนายของตัวมันเอง ยกตัวอย่างง่ายที่สุด คือ ระบบเศรษฐกิจ โดยระบบเศรษฐกิจเองถือเป็นระบบที่มีความยุ่งเหยิงระดับ 2 ที่ชัดเจนมาก เนื่องจากถ้าประชาชนทำนายว่าเศรษฐกิจจะดี ประชาชนจะเชื่อมั่นในรายได้ในอนาคตของตนเอง และตัดสินใจออกมาจับจ่ายใช้สอย เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ เศรษฐกิจจะดี แต่ถ้าประชาชนทำนายว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในรายได้อนาคตของตนเอง และตัดสินใจชะลอการจับจ่ายใช้สอย เงินหมุนเวียนในระบบลดลง เกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ผลของความเชื่อมั่นตรงนี้สำคัญมาก เราจึงมักเห็นรัฐบาล (ไม่ว่าชาติใด) ออกมาให้ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะดีเสมอ เพราะหากสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนไม่ได้แล้วก็เหมือนกับกอดคอกันไปสู่ความฝืดเคืองนั่นเอง ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นประชาชนมาก เรียกได้ว่าหลายครั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่สำคัญเท่ากับว่ารัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างไรเสียอีก

 

คงพอเดาออกแล้วใช่ไหมว่าทำไมกรมอุตุนิยมถึงทำนายตลาดหุ้นไม่ได้

 

เหตุผลคือตลาดหุ้นตอบสนองต่อคำทำนายนั้นนั่นเอง เช่น หากมีคนทำนายได้ว่าพรุ่งนี้ตลาดหุ้นจะขึ้น คนจะรีบเข้าซื้อหุ้นตั้งแต่วันนี้เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้กำไร แรงซื้อจากคำทำนายนี้จะดันราคาหุ้นให้ขึ้นตั้งแต่วันนี้ และคำทำนายว่าหุ้นจะขึ้นพรุ่งนี้ก็อาจจะใช้ไม่ได้แล้วเพราะหุ้นขึ้นไปแล้วนั่นเอง ต่างกับดินฟ้าอากาศที่ถึงแม้ว่าเราจะทำนายถูกว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก ต่อให้เราตากผ้า ขับรถไปล้าง หรือแม้กระทั่งมีนัดจัดงานเลี้ยงกลางแจ้ง แต่ฝนก็ยังจะตกอยู่ดี เพราะคำทำนายของเราไม่มีผลอะไรต่อดินฟ้าอากาศเลย

 

ดังนั้น เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นคาดเดาไม่ได้คือตัวมนุษย์นั่นเอง เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของตลาดหุ้นและมนุษย์ตอบสนองต่อคำทำนายเสมอ ถึงแม้ว่าสถิติในอดีตจะพอชี้ชัดอนาคตได้บ้าง แต่คำทำนายก็จะเสื่อมการใช้งานไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อมนุษย์เรียนรู้มากขึ้น มนุษย์ก็จะเริ่มใช้ประโยชน์จากคำทำนายนั้นจนคำทำนายนั้นใช้ไม่ได้ผล สุดท้าย ตัวเราเองนี่แหละที่เป็นอุปสรรคต่อการแสวงหากำไรของตัวเราเอง

 

(อ่านเพิ่มเติม : ซื้อ LTF วันตลาดแดง คุ้มกว่าจริงหรือ?)

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

 

ปล. เครดิตรูปภาพ TED

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy