สังคมศาสตร์

Big Data แห่งการหาคู่ : ออกเดตอย่างไรให้ไม่นก

ออกเดตอย่างไรให้ไม่นก

การออกเดต (Dating) ถือเป็นก้าวแรกแห่งความสัมพันธ์ในความรัก หลังจากเพียรพูดคุยเจรจากันมาพักหนึ่ง ก็ถึงเวลาให้ชายหนุ่มและหญิงสาวได้ออกไปพบปะพูดคุยสานต่อความสัมพันธ์ หลายคนได้คู่ได้เดตต่อ แต่หลายคนนก ออกเดตอย่างไรให้ไม่นก ในเมื่อคิดเองยังไม่ออก เราจึงเอางานวิจัยเรื่อง Big Data มาใช้หาคำตอบกัน

 

ก่อนจะไปเรื่องไม่นก ขอวกกลับมาเรื่องการออกเดตสักครู่หนึ่ง การออกเดต หรือ Date นี่เป็นคำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเหมือนกันนะ

 

ย้อนกลับไปในยุควิกตอเรียนของยุโรป ซึ่งกินระยะเวลาประมาณปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 สมัยนั้น เรื่องเพศถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชาวคริสต์ที่มีการตีความว่าการร่วมรักนั้นสกปรก เพราะอดัมกับอีฟได้ลุ่มหลงในเรื่องเพศจนต้องระเห็จมาอยู่บนโลกมนุษย์ สมัยนั้นมีการแนะนำให้แก้ปัญหาการมีอารมณ์ทางเพศด้วยการเอาแส้ที่มีหนามมาตีตัวเองแรงๆ ให้ลืมเรื่องเพศไปเสีย ชนชั้นสูงสมัยนั้นจึงมีความเก็บกดในเรื่องเพศเป็นอย่างมาก เพราะถูกขนบของวัฒนธรรมตีกรอบไว้อย่างแน่นหนา

 

คนที่น่าอิจฉาในเรื่องเพศกลับเป็นชนชั้นกรรมกร เพราะไม่มีประเพณีวัฒนธรรมอะไรมาตีกรอบมากมาย ไม่มีชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้เชิดหน้าชูตา คนเหล่านี้จะหาวันที่ว่างเว้นจากการทำงานที่ตรงกันระหว่างหญิงชายเพื่อออกไปเที่ยวเล่น และนั่นก็เป็นที่มาของคำว่า Date นั่นเอง

 

กลับมาเรื่องเดตอย่างไรให้ไม่นกกันต่อ

 

Seth Stephens-Davidowitz ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ Everybody Lies ถึงงานวิจัยด้าน Big Data ที่มีการเก็บข้อมูลการเดตจำนวนมหาศาล เพื่อนำมาตีความและหาแนวโน้มว่า การออกเดตอย่างไรและประเภทไหนที่จะทำให้ได้ออกเดตกันต่อ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การประสบความสำเร็จในการออกเดตนั่นเอง

 

อย่างแรกที่ต้องรู้เลยว่า ผู้หญิงและผู้ชายประทับใจคู่เดตจากตรงไหน

 

หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ผู้หญิงที่สวยจะมีแนวโน้มได้ความประทับใจจากผู้ชายมากกว่า ส่วนผู้ชายที่สูงจะมีแนวโน้มได้ความประทับใจจากผู้หญิงมากกว่า สรุปง่ายๆ คือ โดยทั่วไป ผู้ชายชอบผู้หญิงสวย ส่วนผู้หญิงชอบผู้ชายสูง

 

สิ่งต่อมา คือ ออกเดตแบบไหนหละที่จะทำให้ได้คบกันต่อ

 

ปัจจัยสำคัญที่พบว่ามีผลต่อการเลือกจะออกเดตต่อ คือ ลักษณะบทสนทนา Big Data บอกว่า การเดตที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นการเดตที่ผู้หญิงได้เล่าเรื่องของตัวเองในสัดส่วนที่มากกว่า ในขณะที่ฝ่ายชายเป็นฝ่ายที่รับฟัง ผู้หญิงจะให้คะแนนผู้ชายที่สนใจ ตั้งใจ และเข้าใจเรื่องของตัวเองสูงมาก และมีแนวโน้มที่จะสานต่อความสัมพันธ์ในเดตครั้งถัดๆ ไป การจากขอความร่วมมือคู่ออกเดตในการอัดเสียงระหว่างเดตไว้ เดตไหนถูกผูกขาดด้วยเรื่องราวของฝ่ายหญิงเป็นใหญ่ เดตนั้นมักจะไปรอด

 

แล้วฝ่ายหญิงหละ ต้องให้ฝ่ายชายเล่าเรื่องตัวเองบ้างไหม?

 

คำตอบ คือ ไม่ต้องก็ได้ เพราะบทสนทนาไม่ค่อยมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการออกเดตครั้งต่อไปเลย Big Data บอกว่าผู้ชายให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาและลักษณะภายนอกเป็นหลัก นั่นแปลว่าคุณผู้หญิงไม่ต้องให้เขาพูดอะไรมากมายก็ได้ เพราะเขาไม่ได้ชอบคนที่รับฟังเรื่องของเขา แต่เขาชอบคนที่สวยเป็นหลัก ดังนั้น หากคุณผู้หญิงอยากจะมัดใจฝ่ายชาย คุณผู้หญิงต้องพิถีพิถันในการแต่งกายและรูปลักษณ์ภายนอกค่อนข้างมาก นั่นแหละ Big Data บอกมาแบบนั้น

 

เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำผลงานวิจัยเกี่ยวกับ Big Data ที่มาประยุกต์กับชีวิตประจำวันมาเล่าให้ฟังกันสนุกๆ ส่วนใครจะเชื่อไม่เชื่อ ใช้ไม่ใช้ อันนี้ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล

 

ไม่แน่ Big Data อาจจะทำให้คุณไม่นกก็ได้นะ ใครจะรู้!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy