ธุรกิจ

Mikimoto อัญมณีจากท้องทะเล

Mikimoto อัญมณีจากท้องทะเล

Mikimoto อัญมณีจากท้องทะเล

 

มนุษย์สวมใส่ไข่มุกเป็นเครื่องประดับมาแต่โบราณนับหลายพันปี ความงามจากใต้ท้องทะเลถูกนำขึ้นมาเป็นของกำนัลชั้นดี เพื่อบรรณาการให้แก่เหล่ากษัตริย์และสตรีผู้สูงศักดิ์ ซึ่งไข่มุกนั้นมีความงามเฉพาะตัวและหาได้ยาก ทำให้มูลค่าของไข่มุกไม่ต่างจากเพชร และเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน แต่ไข่มุกจากธรรมชาติมีราคาสูงและยังควบคุมคุณภาพให้คงที่ไม่ได้ จึงเกิดการริเริ่มเพาะเลี้ยงหอยนางรมเพื่อผลิตไข่มุกที่ได้คุณภาพ แต่ยังคงความสวยงามเช่นเดียวกับไข่มุกจากธรรมชาติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ไข่มุกมิกิโมโตะ ราชาแห่งไข่มุก

 

โคคิจิ มิกิโมโตะ (Kokichi Mikimoto) ชายชาวญี่ปุ่นจากเมืองโทบะ เขาเป็นลูกชายคนโตของร้านขายอุด้งในเมืองโทบะ เมื่อเขาอายุ ได้ 11 ปี พ่อของเขาล้มป่วยทำให้ต้องออกจากโรงเรียนมาขายถ่านและผัก เพื่อมาเลี้ยงดูครอบครัว ช่วงวัยรุ่น เขาได้มีโอกาสเดินทางไปโตเกียว ระหว่างทาง ณ ท่าเรือโยโกฮาม่า ซึ่งเป็นท่าเรือแห่งใหม่ของญี่ปุ่นในขณะนั้น เขามองเห็นการค้าขายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ของใช้ และเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ถูกลำเลียงลงเรือเพื่อเป็นสินค้าส่งออกให้กับชาวต่างชาติ รวมไปถึงไข่มุกจากหอยนางรมพื้นเมืองอีกด้วย เขาหลงใหลและสนใจเรื่องราวความเป็นมาของไข่มุก และพยายามค้นคว้าหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อหาทางเริ่มกิจการด้านไข่มุกที่เขาหลงใหล

 

ช่วงปี 1888 โคคิจิ มิกิโมโตะและภรรยาของเขาทุ่มสุดตัวด้วยการกู้เงินมาเปิดกิจการด้านการจัดหาหอยมุก โดยที่ขณะนั้นตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเม็ดไข่มุกเข้าไปอยู่ในเปลือกหอยได้อย่างไร เขายังคงพยายามขวนขวายหาความรู้จากผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงการเริ่มเพาะพันธุ์หอยนางรมเพื่อทดลองสร้างไข่มุกด้วยวิธีการต่าง ๆ  กิจการของเขาค่อย ๆ เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับขนาดของหอยนางรมในฟาร์มที่เติบโตขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางการลองผิดลองถูกซ้ำไปซ้ำมาและเงินที่กู้มาลงทุนก็ยังไม่ทันได้ผลิดอกออกผลให้เขาแม้แต่น้อย โชคชะตาก็เริ่มเล่นตลกกับเขา ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้ทำลายหอยนางรมในกระชังนับล้านตัวของเขาตายเกลี้ยง จากปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี (red tide) เรียกได้ว่าเหตุการณ์นั้น ทำให้เขาแทบสิ้นเนื้อประดาตัวกันเลยทีเดียว เนื่องจากการเลี้ยงหอยต้องรอคอยและใช้เวลาอย่างมากเพื่อให้พวกมันได้เติบโตและมีขนาดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างไข่มุก

 

หลายต่อหลายครั้งที่ปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีสร้างผลกระทบต่อการทดลองและคร่าชีวิตหอยนางรมในกระชังของเขาให้สูญสิ้นไปพร้อม ๆ กับเงินทุนที่ร่อยหรอ โคคิจิ มิกิโมโตะยังคงลุกขึ้นมาเริ่มต้นเลี้ยงหอยและทำการทดลองใหม่ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับไม่เคยเข็ดหลาบต่อความล้มเหลว ในที่สุดเขาก็ค้นพบไข่มุกครึ่งวงกลมเม็ดแรกที่ฝังอยู่กับเปลือกหอย และนั่นคือการค้นพบวิธีการเพาะเลี้ยงไข่มุกที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน ความสำเร็จของเขาล่วงรู้ไปถึงจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โคคิจิ มิกิโมโตะได้นำมันขึ้นถวายต่อจักรพรรดิ เพื่อป่าวประกาศความสำเร็จและก่อให้เกิดความตื่นตัวด้านการเพาะเลี้ยงไข่มุกที่ไม่เคยมีใครรู้จักและทำมาก่อน และในปี 1896 เขาก็ได้จดสิทธิบัตรวิธีการเลี้ยงไข่มุกครึ่งซีกที่เขาค้นพบ

 

หลังจากเขาค้นพบวิธีการเพาะเลี้ยงไข่มุกได้สำเร็จ เขาก็เริ่มดำเนินการเปิดตัวไข่มุกครึ่งวงกลมต่อสาธารณชน เขาเปิดร้านไข่มุกมิกิโมโตะครั้งแรกย่านกินซ่า ในโตเกียว และเดินทางไปเปิดตัวตามงานนิทรรศการต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ร่วมถึงเริ่มส่งออกไข่มุกครึ่งวงกลมไปยังต่างประเทศ และยังคงพยายามที่จะพัฒนาไข่มุกของเขาให้มีลักษณะกลมมน สมบูรณ์แบบที่สุดด้วย เขายังคงทำการทดลองหาวิธีอย่างต่อเนื่องรวมถึงการซื้อสิทธิบัตรวิธีการเลี้ยงไข่มุกแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาทดลองในฟาร์มหอยของเขา

 

ปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีหวนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกวาดชีวิตหอยนางรมทั้งฟาร์มลงสู่ก้นทะเล ท่ามกลางซากหอยนางรมนับล้านตัว เขากลับไม่ทิ้งเศษซากของสิ่งที่เคยเป็นความหวังนั้นไปอย่างเสียเปล่า เขางัดเปิดฝาหอยทุกตัวเพื่อค้นหาความเป็นไปได้จากความเพียรพยายามนับ  20 ปี ที่แอบซ่อนอยู่ภายในเปลือกหอย ตัวแล้วตัวเล่า จากซากหอยนับล้านตัวที่ตายลงและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ในที่สุดเขาก็พบกับไข่มุกกลมมนอย่างสมบูรณ์แบบที่เกิดจากด้านในเนื้อเยื่อนิ่ม ๆ ของหอยถึง 5 เม็ด

 

ท่ามกลางความตกต่ำของราคาไข่มุกจากการเพาะเลี้ยงที่ล้นตลาดในญี่ปุ่น และคำครหามากมายที่กล่าวโจมตีว่าไข่มุกที่เขาผลิตได้นั้นเป็นของปลอม เพราะมันไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แม้จะมีรายงานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันถึงคุณภาพของไข่มุกมิกิโมโตะก็ตาม แต่โคคิจิ มิกิโมโตะยังคงเลือกที่จะเดินหน้าหาโอกาสให้กับไข่มุกของเขาต่อไป โดยการนำความงดงามอย่างสมบูรณ์แบบของไข่มุกมิกิโมโตะที่ถูกออกแบบและจัดวางลงบนเครื่องประดับประเภทต่าง ๆ ออกแสดงในงานนิทรรศการระดับนานาชาติ ทั้งที่ ปารีส นิวยอร์ค และลอนดอน รวมทั้งแสดงถึงจุดยืนของแบรนด์ มิกิโมโตะ ด้วยการเผาไข่มุกที่ไม่ได้คุณภาพทิ้ง ท่ามกลางสาธารณชนเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างชื่อเสียงว่าไข่มุกมิกิโมโตะจำหน่ายแต่ไข่มุกเลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น

 

โคคิจิ มิกิโมโตะ เสียชีวิตลงด้วยวัย 96 ปี โดยที่เขายังคงไม่วางมือจากกิจการไข่มุกมิกิโมโตะ คุณภาพของไข่มุกภายใต้แบรนด์ มิกิโมโตะ เลื่องลือไปทั่วโลกด้วยคุณภาพของตัวมันเอง ความฝันและความปรารถนาที่จะประดับลำคอของผู้หญิงทั่วโลกด้วยไข่มุกเม็ดงามนั้น ได้สำเร็จตามที่เขาหวังมาตลอดชีวิต ไข่มุกมิกิโมโตะ เติบโตและพัฒนาไปตามยุคสมัยและกลายเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรองจากเพชร ความหลงใหลและความเพียรพยายามของเขาถูกถ่ายทอดผ่านความสง่างามและคลาสสิคของอัญมณีอันล้ำค่าผ่านเครื่องประดับมุกชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น เข็มกลัด สร้อยคอ ต่างหู สร้อยข้อมือ และมงกุฏของเจ้าหญิง หรือแม้แต่รางวัลอันทรงคุณค่าอย่างมงกุฏนางงามจักรวาลนั่นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://www.jewelsofthekimberley.com.au/getting-to-know-the-pearl-king-kokichi-mikimoto/

https://eragem.com/news/designer-spotlight-mikimoto-the-king-of-pearls/

https://kreolmagazine.com/living/social-community/the-pearl-king-kokichi-mikimoto/#.YNwXWugzZPZ

https://jrdunn.com/history-of-mikimoto-pearl-jewelry

https://www.thefirstultimate.com/travel/MikimotoPearl

https://th.hmong.wiki/wiki/Mikimoto_K%C5%8Dkichi

https://www.mikimotoamerica.com/us_en/brand-story

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน