เศรษฐกิจ

ชัยชนะอาจเกิดขึ้นได้ในเกมระยะยาว ท่าทีของจีนต่อความขัดแย้งและผู้นำสหรัฐอเมริกา

ชัยชนะอาจเกิดขึ้นได้ในเกมระยะยาว ท่าทีของจีนต่อความขัดแย้งและผู้นำสหรัฐอเมริกา 

ชัยชนะอาจเกิดขึ้นได้ในเกมระยะยาว ท่าทีของจีนต่อความขัดแย้งและผู้นำสหรัฐอเมริกา 

 

ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง หลายประเทศเริ่มจับตามองการเคลื่อนไหวของมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกาเปิดฉากจัดการอิหร่าน ตอบโต้การปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยความรุนแรง วิกฤตพลังงานลุกลามไปทั่วโลก ในช่วงเวลาเช่นนี้ ท่าทีของจีนกลับยังคงนิ่งสงบ แม้ในการเยือนปักกิ่งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำของสหรัฐอเมริกาจะลดความแข็งกร้าวลง แต่จีนกลับยังรักษาระยะห่าง ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายพากันวิเคราะห์ว่าจีนซึ่งนับเป็นหนึ่งในมหาอำนาจกำลังดำเนินเกมระยะยาวเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจยุทธศาสตร์ของจีนที่มีต่อความขัดแย้งครั้งนี้ ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3, 4] 

 

ท่าทีของจีนในขณะนี้ อาจเรียกได้ว่า นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว จีนวางตัวเป็นพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นฝ่ายตั้งหลักและรอคอยให้ผู้นำจากชาติตะวันตกเดินทางเข้าหา ตรงข้ามกับการแสดงออกของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดูเอาแน่เอานอนไม่ได้และเกรี้ยวกราดอยู่เสมอ ในสื่อโซเชียลมีเดียของจีน ทรัมป์ถูกเรียกด้วยคำว่า “Chuan Jian Guo” หมายถึง “ทรัมป์ผู้สร้างชาติ” เป็นความหมายเสียดสีว่าทรัมป์ช่วยสร้างชาติจีนให้แข็งแกร่ง ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยิ่งทรัมป์ทำพลาดมากเท่าไหร่ จีนก็ยิ่งมีโอกาสขยายอำนาจยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น 

 

ในขณะที่จีนนิ่งสงบ นโยบายของสหรัฐอเมริกามีแต่จะผลักไสประเทศคู่ค้าออกห่าง ตั้งแต่มาตรการกำแพงภาษี จนถึงปัญหาความขัดแย้งที่ส่งผลให้การพึ่งพาสหรัฐอเมริกามากเกินไปกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยง จีนได้พยายามปรับตัวจากสถานการณ์เช่นนี้ โดยเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา เช่นอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสหภาพยุโรป และควบคุมการส่งออกแร่หายากที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ก็ทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีเอไอ หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด เพื่อเร่งสร้างอำนาจในเศรษฐกิจยุคใหม่ 

 

จีนค่อย ๆ ลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา ขยับขยายฐานอำนาจของตนเอง พร้อมกันนั้นก็ประกาศชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางทหารในต่างแดน แม้จะเป็นประเทศพันธมิตรอย่างอิหร่าน หรือเวเนซุเอลา แต่ก็ประกาศยืนยันจุดยืนว่าจะไม่ยอมเสียไต้หวันไปเป็นอันขาด จุดยืนที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้ทำให้ประเทศต่าง ๆ มองเห็นจีนเป็นทางเลือกที่มั่นคง และเลือกหันมาร่วมมือกับจีน ส่งเสริมให้จีนมีความแข็งแกร่งทั้งจากภายในประเทศ และความสัมพันธ์รอบด้าน รวมถึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่พร้อมส่งให้จีนก้าวเป็นประเทศมหาอำนาจในโลกอนาคต 

 

การไม่ยอมตอบโต้และสงวนท่าทีกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จีนใช้เพื่อสั่งสมฐานอำนาจที่ยิ่งใหญ่ จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของสองประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา เฝ้ารอดูการช่วงชิงผลประโยชน์ระหว่างกัน ถอดบทเรียนจากการปรับตัวอยู่รอดต่อไปในสถานการณ์ความขัดแย้ง และคอยดูผู้ชนะที่จะขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนในท้ายที่สุด

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] Zakaria, F. (April 20, 2026). What Chinese officials told me about Trump’s bewildering war in Iran. https://www.washingtonpost.com/opinions/2026/04/20/how-china-is-using-us-chaos-expand-global-power/

[2] Zakaria, F. (May 18, 2026). Trump’s China pragmatism is welcome. https://www.washingtonpost.com/opinions/2026/05/17/trumps-pragmatic-china-policy-could-help-avoid-new-cold-war/

[3] Drenon, B. and Jr, B. D. (May 16, 2026). What China critics in Maga movement make of Trump’s Beijing trip. https://www.bbc.com/news/articles/cvgz902mqe5o

[4] Bloomberg Originals. (March 27, 2026). How China Plays the Long Game Against Trump. https://www.youtube.com/watch?v=ukWwV5peW14 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน