การลงทุน

Behavioral finance การเงินเชิงพฤติกรรม จิตวิทยาที่อยู่ภายใต้การลงทุน

Behavioral finance การเงินเชิงพฤติกรรม จิตวิทยาที่อยู่ภายใต้การลงทุน

Behavioral finance การเงินเชิงพฤติกรรม จิตวิทยาที่อยู่ภายใต้การลงทุน

 

คุณเคยสงสัยไหมว่า เวลาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อและการเทขาย จนทำให้หุ้นบางตัวราคาพุ่งสูงเสียดฟ้า หรือแม้กระทั่งราคาลดลงจนน่าตกใจนั้น อะไรคือปัจจัยที่อยู่เบื้องหลัง Behavioral finance หรือการเงินเชิงพฤติกรรม คือสิ่งที่สามารถอธิบายสถานการณ์เหล่านี้ได้ โดยถือได้ว่าเป็นสาขาย่อยสาขาหนึ่งของ “เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม”

 

“การเงินเชิงพฤติกรรม” เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยพฤติกรรมทางการเงิน ที่ได้รับอิทธิพลทางจิตวิทยาและความลำเอียง ที่ส่งผลต่อรูปแบบการตัดสินใจของนักลงทุน และผู้ที่ประกอบอาชีพทางการเงินในตลาดทางการเงินทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหลักทรัพย์ และส่งผลกระทบต่อเนื่องจนทำให้ราคาเบี่ยงเบนไปจากราคาที่สมเหตุสมผล (Rationality)

 

การศึกษาการเงินเชิงพฤติกรรม คือการหาเหตุผลว่าเพราะอะไร ผู้คนจึงตัดสินใจเลือกทางการเงินบางอย่าง และการตัดสินใจเหล่านั้น ส่งผลต่อตลาดอย่างไร นั่นจึงทำให้ในสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แต่ละแห่ง มักมีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านการเงินเชิงพฤติกรรมโดยเฉพาะ

 

“การเงินเชิงพฤติกรรม” เป็นศาสตร์ที่เกิดขึ้น จากการต่อยอดของทฤษฎีรากฐานทางการเงินการลงทุนที่โด่งดังอย่าง  “ตลาดมีประสิทธิภาพ หรือ Efficient Market Hypothesis” โดยทฤษฎีนี้ ได้อธิบายไว้ว่า ราคาหุ้นทุกตัวที่ซื้อขายอยู่ในตลาด เป็นราคาที่สะท้อนข้อมูลข่าวสารทั้งหมด ที่เกี่ยวกับหุ้นนั้น ๆ ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมอยู่แล้ว โดยนักลงทุนจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเกินได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักเศรษฐศาสตร์หลายคน ก็ค้นพบว่าทฤษฎีนี้นั้น มีช่องโหว่มากมาย รวมถึง Robert Shiller นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชาวอเมริกัน ผู้มองว่าตลาดทางการเงินนั้นไร้ประสิทธิภาพ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับเรื่องของคณิตศาสตร์ แต่ประกอบไปด้วยหลากหลายปัจจัยในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ อย่างจิตวิทยาและสังคมวิทยา

 

การเงินเชิงพฤติกรรมโดยทั่วไปประกอบด้วยแนวคิดหลัก 5 ประการ

บัญชีทางใจ (Mental accounting): หมายถึงการที่ผู้คนแบ่งเงินออกเป็นกองย่อยในใจ และมีแนวโน้มที่ผู้คนจะให้น้ำหนักเงินแต่ละกองไม่เท่ากัน ซึ่งในการลงทุนมีผลต่อการเลือกซื้อหรือขายหุ้นแต่ละตัวแม้ว่าเงินที่ลงทุนไปในแต่ละหุ้นจะเท่ากันก็ตาม

 

ช่องว่างทางอารมณ์ (Emotional gap) : หมายถึงการตัดสินใจโดยอิงจากอารมณ์ ทั้งความกลัว ความวิตกกังวลหรือความตื่นเต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเลือกอย่างไม่มีเหตุผล

 

พฤติกรรมฝูง (Herd behavior): หมายถึงการเลือกทำพฤติกรรมตามที่คนส่วนใหญ่ทำหรือเป็น เช่นการเลือกซื้อหุ้นตามที่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี โดยไม่พิจารณาถึงปัจจัยอื่น ๆ เป็นต้น

 

การเชื่อปักใจ (Anchoring): หมายถึงการเชื่อในข้อมูลแบบไม่พิจารณาปัจจัยอื่น ซึ่งอาจทำให้คุณซื้อสินทรัพย์ในราคาที่สูงกว่ามูลค่าจริง หรือขายสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าที่อาจเป็นไปได้

 

การอนุมานด้วยตัวเอง (Self-attribution): แนวโน้มที่ผู้คนจะตัดสินใจเลือกโดยพิจารณาจากความมั่นใจในความรู้หรือทักษะของตัวเองมากเกินไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

https://www.investopedia.com/terms/b/behavioralfinance.asp
http://www.econ.yale.edu/~shiller/pubs/p1055.pdf
https://corporatefinanceinstitute.com/resources/career-map/sell-side/capital-markets/behavioral-finance/
https://site.warrington.ufl.edu/ritter/files/2016/01/Behavioral-Finance-2003-09.pdf
https://www.saintpeters.edu/wp-content/uploads/blogs.dir/270/files/2022/12/Da-Souza-MS-Finance-EMH-vs-Behavioral.pdf

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน