เศรษฐกิจ

สรุปวิกฤต Oil Crisis : จุดเริ่มอันยิ่งใหญ่ของ PTT

สรุปวิกฤต Oil Crisis

สรุปวิกฤต Oil Crisis : จุดเริ่มอันยิ่งใหญ่ของ PTT

 

ขึ้นชื่อว่าวิกฤต มันย่อมสร้างความเสียหายไม่มากก็น้อยให้กับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้แต่ชื่อวิกฤตน่ารักๆ อย่าง Tulip Mania ที่ดอกทิวลิปมีราคาเท่ากับบ้านหนึ่งหลังก็ทำให้คนสูญเงินได้ หรือวิกฤตอย่าง South Sea Bubble ก็ทำให้อัจฉริยะระดับโลกอย่าง เซอร์ไอแซค นิวตัน หมดตัวกับมันได้เช่นกัน ความรู้ในการคำนวณที่เขามีไม่ได้ช่วยให้เขารอดจากวิกฤตเลยแม้แต่น้อย

 

ดูเหมือนว่าวิกฤตจะล้างผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกัน เถ้าถ่านที่เหลือจากนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ก็ได้ อย่างเช่นวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973 หรือเรียกอีกอย่างว่า Oil Crisis

 

เพราะวิกฤตนี้คือจุดเริ่มต้นของหุ้น PTT

 

จะว่าไปแล้ว Oil Crisis เป็นวิกฤตที่อาจส่งผลรุนแรงเสียยิ่งกว่าวิกฤตหลายๆ อย่างที่เราเคยเจอมาด้วยซ้ำไป ต้มยำกุ้งว่าแย่แล้ว Black Monday ว่าแย่แล้ว แต่วิกฤตการณ์น้ำมันสร้าง impact ต่อโลกทั้งใบ เพราะมันทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงถึง 4 เท่าในเวลาเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น แล้วมันไปทำให้ PTTถือกำเนิดขึ้นได้ตอนไหนล่ะ?

 

Bretton Wood

 

ที่มาของ Oil Crisis นั้นย้อนไปได้ราวๆ ปี 1971 ข่วงนั้นเงินดอลลาร์สหรัฐถือเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากจับจองเพราะมันถูกผูกค่าไว้กับทองคำ ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด เมื่อนานมาแล้วดอลลาร์สหรัฐเคยถูกผูกค่าไว้กับทองคำสำรองของประเทศมาก่อน ความหมายง่ายๆ ก็คือ แบงก์ดอลลาร์ทุกใบล้วนมีทองคำรองรับ แทบพูดได้อย่างเต็มปากว่ากระดาษมีค่าราวกับทอง ดอลลาร์จึงเป็นที่ต้องการของทุกประเทศทั่วโลก

 

มาตรการการผูกเงินดอลลาร์ไว้กับทองคำรู้จักกันในชื่อระบบ Bretton Wood แต่การผูกแบบนี้มีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของการพิมพ์เงินเพิ่ม และการรักษาปริมาณเงินในระบบให้เหมาะสม ที่สุดแล้วกฎนี้จึงถูกยกเลิกไปในปี 1971 โดย ริชาร์ด นิกสัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น

 

แต่กฎเหล่านี้ใช่ว่าจะยกเลิกแล้วจบแบบง่ายๆ การที่เงินดอลลาร์ไม่มีทองคำหนุนหลัง แปลว่ารัฐบาลสหรัฐสามารถพิมพ์เงินเพิ่มเมื่อไหร่หรือเท่าไหร่ก็ได้ ลองนึกภาพตามว่า เราเป็นเจ้าของแท่นพิมพ์เงินสุดเจ๋งที่สามารถพิมพ์เงินไปซื้อของอะไรก็ได้ตามใจนึก ใครกันที่เสียประโยชน์ ? ก็คนที่เราไปซื้อของมาจากเขานั่นเอง

 

โดยเฉพาะน้ำมัน สินค้าที่เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐรุดหน้า แต่สหรัฐกำลังซื้อน้ำมันได้ด้วยเงินดอลลาร์ของตัวเองที่ไม่มีทองคำหนุนหลังอีกต่อไป ใครกันที่เสียประโยชน์ถ้าไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก นั่นคือกลุ่มประเทศ OPEC

 

ไม่ส่งน้ำมันให้แล้ว

 

แค่ยกเลิกระบบ Bretton Wood กลุ่ม OPEC ก็ปวดใจจะแย่ แต่ซ้ำร้ายกว่านั้น สหรัฐยังสนับสนุนเงินทุนให้กับประเทศอิสราเอลซึ่งขณะนั้นกำลังมีปัญหากับกลุ่มสมาชิกประเทศ OPEC อีกด้วย เมื่อความปวดใจมาจนถึงจุดแตกหัก OPEC จึงยุติการส่งออกน้ำมันให้แก่สหรัฐอเมริกาในปี 1973

 

นั่นจึงทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานจาก 3 เหรียญไป 12 เหรียญอย่างที่กล่าวไปในตอนต้น

 

น้ำมันกลายเป็นของหายาก สถานีบริการน้ำมันปิดตัวลงไปจำนวนมากเพราะไม่มีน้ำมันในหัวจ่าย รถน้อยใหญ่ต้องพากันต่อแถวตั้งแต่เช้าตรู่เพียงเพื่อพบว่าไม่มีน้ำมันเหลือพอเติมรถของตน แม้กระทั่งภาครัฐยังต้องควบคุมความเร็วรถไม่ให้เกิด 55 ไมล์ต่อชั่วโมงเพื่อไม่ให้ใช้น้ำมันเกินความจำเป็น

 

สินค้าราคาพุ่งพรวด บริษัทหลายแห่งแบกรับต้นทุนการผลิตไม่ไหว บางแห่งต้องลดพนักงาน ส่วนพนักงานที่ยังมีงานทำก็ต้องพบกับความยากลำบากในการจับจ่ายเพราะสินค้ามีราคาแพงขึ้น ไม่ต้องพูดถึงตลาดหุ้น ดัชนี S&P 500 ร่วงลงประมาณ 40% น้ำมันได้นำพาไฟให้แผดเผาทุกสิ่งจนเหลือแต่ซาก

 

กำเนิด PTT

 

โชคยังดีที่มาตรการยกเลิกส่งออกน้ำมันของกลุ่ม OPEC ยุติลงในอีก 6 เดือนต่อมา แต่ถึงอย่างนั้น ราคาน้ำมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดขึ้นง่ายๆ เหตุการณ์นี้เองทำให้หลายๆ ประเทศต้องกลับมาคิดทบทวนถึงความมั่นคงทางพลังงานเสียใหม่ สหรัฐก็ต้องตั้งหน่วยงานด้านพลังงานขึ้นมาโดยเฉพาะ คนเริ่มให้ความสนใจกับพลังงานทางเลือกมากขึ้น แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นก็ถึงขั้นลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน จนนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในขณะนั้นได้

 

สำหรับประเทศไทย แน่นอนว่าเราเป็นประเทศเล็กๆ อันสวยงามที่ไม่อาจต่อกรอะไรกับ OPEC ได้แม้แต่น้อย เราได้รับผลกระทบแบบเต็มเหนี่ยว รัฐบาลในยุคนั้นจึงได้ตราพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยขึ้นมาเป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดตั้ง “การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย” เพื่อแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ ซึ่งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยก็คือ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน บริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

วิกฤตการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามันส่งผลกระทบไปทั่วโลกไม่แพ้วิกฤตทางการเงินอื่นๆ ที่เราเคยรู้จัก แต่หากเราพินิจพิเคราะห์มันสักนิด แทบทุกวิกฤตล้วนมีบางสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ Oil Crisis ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ OPEC สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับญี่ปุ่น สร้างบริษัทสุดยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทย และแม้แต่ วอร์เรน บัฟเฟตก็สร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเองด้วยการเข้าซื้อหุ้นอย่างสนุกสนานในช่วงที่หุ้นตกหนักเพราะวิกฤตการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้น

 

บางที วิกฤตจะวิกฤตหรือไม่อาจจะขึ้นอยู่กับวิธีการรับมือของเราเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
วิกฤตปี 1973 : thaivi.org/
ประวัติการพัฒนากิจการพลังงานไทย : lib.swu.ac.th
OPEC Oil Embargo, Its Causes, and the Effects of the Crisis : thebalance.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน