ธุรกิจ

BYD ก้าวนำ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร

BYD ก้าวนำ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร

BYD ก้าวนำ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร

 

หากกล่าวถึงรถยนต์ไฟฟ้า เชื่อว่าชื่อของ Tesla รถยนต์แบรนด์ดังจากอเมริกาของ Elon Musk จะเป็นสิ่งที่หลายคนนึกออก แต่ในขณะเดียวกัน ชื่อของ BYD (Build Your Dreams) รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน กลับเป็นที่นึกถึงด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2569 นี้ BYD ยังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แซงหน้า Tesla ได้อีกด้วย ทั้งที่ Tesla เริ่มต้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามาก่อน ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอนำเสนอเหตุผลที่ BYD สามารถก้าวนำ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3]

 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ BYD ก้าวนำ Tesla ในด้านตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ แม้ว่า Tesla จะเป็นผู้ผลิตที่มาก่อน เป็นเพราะ BYD มีความเชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน จากการที่ BYD เริ่มต้นธุรกิจเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือให้กับบริษัทที่มีชื่อเสียงมากมายในอดีต ไม่ว่าจะเป็น Motorola หรือ Nokia ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ BYD สามารถควบคุมต้นทุนของแบตเตอรี่ได้ โดยทั่วไป ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ต่อคันของ Tesla อยู่ที่ประมาณ 7,000 ถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ BYD สามารถผลิตแบตเตอรี่ต่อคันได้ในราคาเพียงประมาณ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

 

เนื่องจาก BYD สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตให้ต่ำกว่า รถยนต์ไฟฟ้าของ BYD จึงมีราคาที่ถูกมากหากเทียบกับ Tesla โดยทั่วไปแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าของ BYD มีราคาต่ำกว่า Tesla ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ BYD จึงประสบความสำเร็จในการบุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์ราคาประหยัด ในราคาเดียวกันกับรถยนต์ที่เป็นที่นิยมอื่น ๆ เช่น Toyota Corolla หรือ Volkswagen Golf นอกจากนี้ BYD ยังประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาดรถยนต์หรูหราระดับที่มีราคาเกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่างจาก Tesla ที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดได้

 

นอกจากที่กล่าวมานี้ BYD ยังประสบความสำเร็จแซงหน้า Tesla เนื่องจากบริษัทได้รับเงินอุดหนุนจากมาตรการจูงใจของรัฐบาลจีน ที่สนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ และผลักดันให้จีนเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น BYD ยังได้รับการสนับสนุนจากเงินลงทุนของ Warren Buffett ในปี พ.ศ. 2551 เป็นจำนวนเงินมากถึง 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน BYD ได้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของสินค้าให้ดูทันสมัยและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก รวมถึงทุ่มเทพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงร้อยละ 70 ภายใน 5 นาที 

 

จากเหตุผลดังที่กล่าวมานี้ BYD ค่อย ๆ ครองใจผู้คนทั่วโลก แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะกีดกันด้วยกำแพงภาษี แต่ BYD ก็ยังคงเป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และยุโรป ทำให้ยอดขายทั่วโลกในปี พ.ศ. 2568 พุ่งสูงถึง 2.26 ล้านคัน ในขณะที่ Tesla ขายได้เพียง 1.64 ล้านคัน BYD ได้รับความนิยมเหนือ Tesla อย่างเห็นได้ชัด ส่วน Tesla ก็กำลังเผชิญกับยอดขายที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูการแข่งขันในโลกของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า คอยดูการเติบโตของ BYD และความเป็นไปของ Tesla ในอนาคต

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] The Verge. (January 20, 2026). How BYD beat Tesla | The Vergecast. https://www.youtube.com/watch?v=V8RWPwxbSEg

[2] Bloomberg Television. (January 4, 2026). Tesla Is Finally Toppled by BYD as EV King. https://www.youtube.com/watch?v=CKYo74yNtAg

[3] BBC News. (May 26, 2026). The Chinese car company beating Tesla | The Global Story. https://www.youtube.com/watch?v=25Z_bHn9Yv8

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน