ทัศนคติ ธุรกิจ

การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องโวยวาย ข้อเสียของการตลาดแบบ rage-bait และข้อเสนอถึงทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องโวยวาย ข้อเสียของการตลาดแบบ rage-bait และข้อเสนอถึงทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องโวยวาย ข้อเสียของการตลาดแบบ rage-bait และข้อเสนอถึงทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

 

เสียงตะโกนโวยวาย คำพูดด่าทอ คำหยาบที่เผยแพร่ผ่านสื่อในปัจจุบันนี้ มักตบท้ายด้วยการขายสินค้า เรียกความสนใจและการมีส่วนร่วมจากผู้รับชม กระตุ้นยอดขายให้พุ่งขึ้นอย่างถล่มทลาย ไม่แปลกเลยที่การตลาดแบบ rage-bait กลายเป็นคำแห่งปี และเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม หากมองมุมกลับ การตลาดแบบ rage-bait ไม่ใช่หนทางเดียวที่จะช่วยให้แบรนด์มียอดขายที่น่าพึงพอใจ ยังมีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ และ rage-bait ก็ยังมีข้อเสียที่พึงระวัง ดังที่ลงทุนศาสตร์ขอนำเสนอต่อท่านผู้อ่าน ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3]

 

การตลาดแบบ rage-bait ไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดเมื่อต้องการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเริ่มแรก rage-bait อาจทำให้แบรนด์กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนพูดถึงในวงกว้าง แต่การใช้วิธีการที่เต็มไปด้วยคำหยาบ ความรุนแรง ความไม่พอใจของผู้คน ก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนมาทำร้ายภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจการตลาดลักษณะนี้ กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นก่อน ไม่คุ้นชินกับการตลาดแบบโวยวาย อาจเลือกที่จะอุดหนุนสินค้าอื่นที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา 

 

การโวยวายเพื่อขายของเปรียบเหมือนการจุดดอกไม้ไฟ เรียกความสนใจได้ชั่วครู่ชั่วคราว แต่ไม่อาจสร้างกระแสได้ต่อเนื่อง และกระตุ้นให้ยอดขายพุ่งสูงอย่างยั่งยืน หากต้องการให้สินค้าประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มจากการรักษาคุณภาพของสินค้าให้สม่ำเสมอ เลือกขายสินค้าโดยชูประเด็นจากจุดแข็งที่แบรนด์มี หากเลือกใช้การตลาดแบบ rage-bait โดยไม่สำรองแผนอื่นไว้เลย ย่อมยากที่จะทำให้แบรนด์ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องได้ 

 

การตลาดที่ตีหัวคนเข้าบ้านด้วยการสร้างสถานการณ์ที่ยั่วยุต่ออารมณ์ ยังอาจทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่ต้องการเห็นโฆษณาที่รบกวนจิตใจ หากเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสม แบรนด์อาจสูญเสียลูกค้าเดิมที่ไม่ชอบสถานการณ์ที่ทำให้วุ่นวายใจ และยังอาจถูกเมินจากลูกค้าใหม่ ดังนั้น แบรนด์จึงควรลองมองถึงทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก rage-bait ยังมีกลวิธีที่ดีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชื่อของแบรนด์จากการบอกเล่าเรื่องราวความพยายามและเส้นทางการฝ่าฟันตามที่เป็นจริง การให้ความรู้แก่ผู้คนเพื่อโฆษณาแบรนด์ การร่วมมือกับผู้ผลิตคอนเทนท์ที่มีชื่อเสียงเพื่อให้ชื่อแบรนด์เป็นที่กล่าวถึง 

 

ลงทุนศาสตร์เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกแบรนด์ล้วนมีวิธีขายงานในรูปแบบของตนเอง ไม่มีใครต้องการทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ หากท่านผู้อ่านกำลังพิจารณาวิธีการสร้างชื่อให้แบรนด์โด่งดัง ลงทุนศาสตร์หวังว่าทุกท่านจะสามารถเลือกกลวิธีที่หลากหลายในการประชาสัมพันธ์แบรนด์อย่างเหมาะสม และหวังว่าทุกท่านจะไม่ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ในการตลาดที่ทำให้ผู้คนรู้สึกโมโหอยู่เสมอ 

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] CBS University of Applied Sciences. (August 21, 2026). Ragebait Marketing: Why Outrage Is the New Reach. https://www.cbs.de/en/blog/ragebait-marketing

[2] Jessica Pardoe. (June 29, 2024). Why ‘Rage Bait’ Is A Waste Of Time. https://jessicapardoe.com/2024/06/29/why-rage-bait-is-a-waste-of-time/

[3] Warrant. (n.d.). Ragebait Marketing: Why Making People Mad Might Be the New Brand Strategy (But at What Cost?). https://www.hellowarrant.com/blog/ragebait-marketing-why-making-people-mad-might-be-the-new-brand-strategy-(but-at-what-cost-) 

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน