การเงิน

ทำไมแลกเงินที่ SuperRich ถึงถูกกว่าธนาคาร

SuperRich

SuperRich คือร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราที่มีชื่อเสียงมากในประเทศไทย หากใครที่ชอบท่องเที่ยวสักหน่อยจะพอทราบว่าอัตราแลกเปลี่ยนหรือเรทแลกเงินที่ร้านซูเปอร์ริชจะถูกกว่าไปแลกที่ธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงร้านรับแลกเงินอื่นตามสถานที่ท่องเที่ยว ห้าง หรือสนามบินก็มักจะถูกกว่าธนาคารเหมือนกัน

 

คำถามคือทำไมแลกเงินที่ SuperRich ถึงถูกกว่าธนาคาร

 

รศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้คำตอบไว้อย่างน่าสนใจว่าการจะเข้าใจกลไกราคาแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างร้านรับแลกเงินกับธนาคารพาณิชย์ควรศึกษาแบบจำลององค์ประกอบของ Huang and Stoll

 

แบบจำลอง Huang and Stoll คือแบบจำลองที่ใช้อธิบายการกำหนดราคาซื้อขายสินค้าที่ไม่รู้ราคาชัดเจน (เช่น ค่าเงินบาทเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น) แบบจำลองมองว่า Market Maker หรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นไม่ทราบราคาที่แท้จริงและจะกำหนดราคาซื้อขายโดยขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยด้วยกัน

 

1 ต้นทุนจากการซื้อขายกับนักลงทุนที่ทราบข้อมูลมากกว่า (Adverse Selection)

 

การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ไม่มีราคากำหนดตายตัว ราคาเคลื่อนไหวได้ และแลกเปลี่ยนง่ายอาจนำมาซึ่งการเก็งกำไรมากกว่าการแลกเปลี่ยนเพื่อนำสินทรัพย์ไปใช้ประโยชน์จริง ผู้รับแลกเปลี่ยนคนกลางอาจเจอปัญหาการเก็งกำไรจากลูกค้าจนนำมาซึ่งการขาดทุนได้ ยกตัวอย่างเช่น การลอยตัวของค่าเงินในวิกฤตต้มยำกุ้ง ผู้บริหารกองทุนต่างชาติหรือนักเก็งกำไรที่มองภาพการไร้เสถียรภาพของค่าเงินออกแล้วทำการนำเงินบาทมาแลกเป็นเงินดอลล่าร์ หรือทำการชอร์ต (short) ค่าเงินบาทไทยก็จะได้รับกำไรอย่างมากมายมหาศาล และนี่คือความเสี่ยงที่ผู้แลกเปลี่ยนคนกลางต้องแบกรับ

 

ธนาคารพาณิชย์จะมีต้นทุนตรงนี้สูงกว่าร้านรับแลกเปลี่ยนเงินทั่วไปเสมอ เนื่องจากร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรามักจะให้บริการเฉพาะรายย่อย เช่น นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าที่รับสกุลเงินต่างชาติจำนวนไม่มาก แต่ถ้าสมมติเราอยากจะแลกเงินดอลสักสิบล้าน ร้านเหล่านี้มักจะไม่ให้ ถึงแม้ว่าจะมีเงินพอก็ตาม เพราะมีความเสี่ยงจาก Adverse Selection สูง ในขณะที่ธนาคารหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะต้องทำธุรกรรมการซื้อขายล่วงหน้าค่าเงินอยู่เสมอ ทั้ง forward และ option เพื่อให้บริการกับลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวเนื่องกับนำเข้าส่งออก

 

2 ต้นทุนจากการถือครอง

 

การแลกเปลี่ยนเงินตราถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง เพราะการมีเงินสกุลต่างๆ เก็บไว้อาจจะทำให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินได้ ดังนั้น คนกลางจำเป็นต้องกันต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้น

 

แน่นอนว่าความเสี่ยงที่เกิดย่อมมากตามจำนวนเงินตราสกุลต่างๆ ที่ทำการรักษาไว้ โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์มักมีเงินสกุลอื่นอยู่ในคลังมากกว่าร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา จึงทำให้ต้นทุนในการรักษาความเสี่ยงตรงนี้สูงกว่านั่นเอง

 

3 ต้นทุนจากการดำเนินงาน

 

สุดท้าย ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนอีกอย่างหนึ่งคือต้นทุนในการดำเนินงาน หากต้นทุนมากค่าใช้จ่ายมาก ระยะห่างระหว่างอัตราขายและรับซื้อก็ต้องกว้างมากขึ้นเพื่อนำส่วนต่างมาชดเชยในต้นทุน

 

โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์จะมีต้นทุนในการดำเนินงานสูงกว่า เห็นได้ชัดจากการทำการตลาด การมีสาขาจำนวนมาก การต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์รองรับผู้ใช้บริการ ในขณะที่ร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นส่วนใหญ่จะใช้งบตรงนี้น้อยกว่ามาก การทำการตลาดไม่รุนแรง สาขาไม่มากเท่าธนาคาร เน้นการแข่งขันที่ราคาถูกและการบอกเล่าปากต่อปากมากกว่า ต้นทุนตรงส่วนนี้จึงถูกกว่าไปโดยปริยาย

 

อัตราแลกเปลี่ยนจึงเป็นเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่มีเหตุผลเบื้องล่างรองรับอยู่มากมาย โดยเฉพาะการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจนนำมาซึ่งภาวะวิกฤตทางการเงินได้ มองในอีกมุมหนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารพาณิชย์กว้างกว่าปรกติก็อาจจะนำมาซึ่งความสบายใจอย่างหนึ่งว่าการเก็งกำไรค่าเงินโดยใช้เงินก้อนใหญ่ก็ทำได้ยากและวุ่นวายกว่าสมัยก่อนพอสมควร

 

ดังนั้น หากเราจะแลกเงินแล้วคุ้มค่าที่สุดจึงอาจพิจารณาที่อัตราเหมาะสม หรือในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์จำนวนมากก็มีโปรโมชันหลากหลายมาให้เลือก การใช้บัตรเครดิตจ่ายและมาชำระทีหลังก็อาจจะช่วยในเรื่องการลดความเสี่ยงในการถือครองเงินสด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการวางแผนตัดสินใจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน