ทัศนคติ

จะประสบความสำเร็จได้ อย่าจดจ่อกับเป้าหมาย (นัก)

จะประสบความสำเร็จได้ อย่าจดจ่อกับเป้าหมาย (นัก)

จะประสบความสำเร็จได้ อย่าจดจ่อกับเป้าหมาย (นัก)

 

ทุกคนมีเป้าหมายที่อยากจะประสบความสำเร็จ และการจะประสบความสำเร็จคนส่วนใหญ่มักจดจ่อที่เป้าหมาย คำแนะนำที่แนะนำและบอกต่อกันมาคือให้ตั้งเป้าหมายที่เจาะจง สามารถวัดประเมิน ทำได้ และเกิดจริงได้ภายในเวลา แต่จากการติดตามคนที่ตั้งเป้าหมายในช่วงปีใหม่ มีเพียง 19% เท่านั้นที่ทำได้ตามเป้าหมาย อะไรที่ทำให้เป้าหมายเหล่านั้นล้มเหลว จะประสบความสำเร็จได้ อย่าจดจ่อกับเป้าหมาย (นัก)

 

งานวิจัยที่มีคนพูดถึงกันมากจากมหาวิทยาลัย Scranton สหรัฐอเมริกา ได้ทำงานวิจัยติดตามคนที่จำนวน 200 คน ตั้งเป้าหมายในช่วงปีใหม่โดยติดตามไปในระยะเวลา 2 ปี พบว่ามีเพียง 19% เท่านั้นที่เมื่อติดตามต่อไปเป็นเวลา 2 ปี สามารถประสบความสำเร็จและทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดย 50% จะล้มเหลวหลังจาก 3 เดือน และเพิ่มจำนวนเป็น 54% เมื่อหกเดือนผ่านไป แต่ก็ใช่ว่าการตั้งเป้าหมายจะไม่ดี เพราะเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ตอนปีใหม่เลย คนที่ตั้งเป้าหมายในระยะ 6 เดือนต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่าถึง 10 เท่า แต่นอกจากการตั้งเป้าหมายแล้วอะไรที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จ

 

อย่าให้มี อย่าให้เห็น อย่าเล่นกับความรู้สึก

 

ปัจจัยแรก คือ การที่คนกลุ่มนี้พยายามควบคุมสิ่งเร้า (Stimulus control) ไม่ให้มีอะไรมายั่วยวนหรือกระตุ้นให้ไขว้เขว เช่น หากต้องการลดน้ำหนักก็จะไม่จัดปาร์ตี้ขนมหวาน อยากเลิกสูบบุหรี่ก็จะไม่ไปผับบาร์ที่เพื่อนสนิทมิตรสหายมักจะสูบบุหรี่หรือชวนสูบบุหรี่

 

ตั้งรางวัลไว้ ถ้าทำไม่ได้ก็อดไป

 

งานวิจัยยังพบอีกว่าการแบ่งเป้าหมายย่อย ๆ ออกมาแล้วมีรางวัลจูงใจ ทำให้เพิ่มโอกาสสำเร็จ เช่น หากลดน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม ก็จะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับตัวเอง

 

เราเชื่อไหมว่าเราทำได้

 

การับรู้และเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยซึ่งในส่วนนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการตั้งเป้าหมายอยู่บ้าง คือ เป้าหมายที่เราคิดว่าเราทำได้สำเร็จ ทำได้จริง สำคัญกว่าเป้าหมายในอุดมคติ แต่ว่าเกินเอื้อมไหว เช่น การลดน้ำหนักได้ 30 กิโลกรัมเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ตั้งใจ แต่ใน 1 ปีลดได้ 15 กิโลกรัมก็น่าจะพอใจกับตัวเองได้แล้ว และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

 

สมบูรณ์แบบมากไป ก็ถอดใจเร็ว

 

จากการติดตามกลุ่มคนในอีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าคนทั่วไปก็เผลอไผลพลาดกันมาก แต่คนที่ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะมองว่ามันเป็นเพียงการ “ไถล” หรือลื่นล้มแค่ชั่วคราว ไม่ได้มีความหมายยิ่งใหญ่อะไร คนที่สำเร็จกลุ่มนั้นจะดึงตัวเองกลับขึ้นมาใหม่และกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ต่ออย่างรวดเร็ว และบางคนพยายามมากขึ้นเป็นสองเท่าอีกด้วย

 

“ระบบ” สำคัญกว่า “เป้าหมาย”

 

หาก “เป้าหมาย” คือ ที่ที่เราจะไป สิ่งที่เราอยากจะได้ เป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่อนาคต “ระบบ” คือสิ่งที่เราทำในทุก ๆ วัน สิ่งที่เราทำในวันนี้เพื่อที่จะทำให้วันพรุ่งนี้ที่ต้องการเกิดขึ้นจริง เป็นขั้นตอนหรือเป็นกระบวนการที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้

 

หากตั้งเป้าหมายจะลดน้ำหนักให้ได้ 30 กิโลกรัมภายใน 6 เดือน หากเราสนใจที่ระบบ เราจะใส่ใจกับการสร้างวิถีชีวิตที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกวัน เช่น การออกกำลังกายในแต่ละวัน และการเลือกอาหารรับประทาน

 

หากตั้งเป้าหมายจะมีหนังสือหนา 300 หน้าให้ทันภายในสิ้นปี ระบบคือการถามตัวเองว่าจะหาไอเดียมาได้อย่างไร จะเขียน ปรับแก้ และตีพิมพ์ด้วยขั้นตอนและวิธีการอย่างไรบ้าง และทำอย่างไรให้ง่ายและสะดวกพอที่ทำซ้ำ ๆ ได้ในทุก ๆ วัน

 

เหตุผลที่ทำให้ระบบ สำคัญกว่าเป้าหมาย

 

หากใช้เป้าหมาย เราผลักดันตนเองที่เป้าหมายว่าถึงหรือไม่ แต่หากเราใส่ใจกับระบบ เรากำลังจดจ่อกับทักษะ การทำซ้ำ ๆ ทำอย่างต่อเนื่องจะทำให้เรามีทักษะที่มากขึ้น แม้อาจจะไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้แต่ทักษะที่เกิดขึ้นจะพาให้เราเติบโตและเปลี่ยนแปลงก้าวไป

 

เป้าหมายสร้างการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ระบบสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยืนยาวตลอดชีวิต เพราะหากเราบรรลุเป้าหมายแล้ว เราอาจจะล้มเลิกไปก็ได้ หรือ อาจจะต้องหาเป้าหมายใหม่เพื่อไขว่คว้าต่อไป แต่เมื่อมันเป็นระบบแล้ว เราก็จะเติบโตและก้าวหน้าในทุก ๆ รอบที่ครบวงจรของระบบ เมื่อปรับที่ระบบ ผลลัพธ์ก็จะปรับตาม

 

เป้าหมายทำให้ความสุขที่เกิดขึ้นได้ช้า เพราะต้องรอคอยวันที่มันสำเร็จ แต่ระบบทำให้เราพบกับความสุขได้เล็ก ๆ แต่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในทุก ๆ วัน เพราะเรารู้สึกว่าได้ผจญภัยไปบนการเดินทางบนเส้นทางที่พาเราไปยังเป้าหมาย เราจะชื่นชมกับการเติบโตเล็ก ๆ น้อย ๆ และความคืบหน้าในแต่ละวัน

 

 

Here are three reasons systems are more important than goals:

  1. Goals are target-based; systems are skill-based. Systems allow you to build transferable skills that will pay you forward in the future. That’s because we expand and grow in the process of working toward what we want—not in the end result. Yet sometimes, despite our efforts, we might not be successful in achieving our targets (our goals), but that doesn’t take anything away from the consistent work we put in and the skills we gained from it.
  2. Goals create momentary change; systems create life-long change. If year after year, your goal is to read one book per month but you only manage to do it for the first month of the year and then fail for the other eleven, then you’re left chasing the same outcome because you never changed the system behind it. In order to achieve better results, you must first address and fix the system that drives the negative results. As per James Clear’s words: “fix the inputs and the outputs will fix themselves.”
  3. Goals delay happiness; systems don’t. This is perhaps my biggest revelation with systems. Goals create a mindset of “once I achieve my goal, I’ll be happy”, which then cultivates an “always-chasing” mentality. The problem with this goals-first mentality is that we end up delaying our happiness and associating it with the outcome of the results: “if I achieve my goal, I’ll be happy.” A system-first mentality shifts your attention to the journey—the process. You end up falling in love with progress and enjoying the growth you experience.

 

The secret to building a great system is to focus on small consistent wins.

There are two keywords to highlight: small and consistent.

  • Do you want to lose 30 pounds by May? Eat two healthy meals [small] per day [consistent] and exercise for 30 minutes [small] every other day [consistent].
  • Do you want to publish 100 blog posts this year? Publish 2 articles per week [small] and block 5 writing sessions on your weekly calendar [consistent].
  • Do you want to read 24 books this year? Read one book every 2 weeks [small] and read for an hour every morning before you go to the office [consistent].

Small, consistent steps are the secret to creating big, sustainable changes.

With that said, here are the three steps to building a better system:

  1. Identify and list all the tasks that need to be done.
  2. Create a workflow for these tasks with specific deadlines.
  3. Track your main habit to measure progress.

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง:

Norcross, J. C., Mrykalo, M. S., & Blagys, M. D. (2002). Auld lang Syne: Success predictors, change processes, and self-reported outcomes of New Year’s resolvers and nonresolvers. Journal of Clinical Psychology, 58(4), 397–405. doi:10.1002/jclp.1151

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน