ธุรกิจ

กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง ( Red Ocean Strategy )

Red Ocean Strategy

กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง หรือ Red Ocean Strategy หมายถึง การทำการตลาดแบบที่เน้น “ราคา” เป็นหลัก โดยผู้เล่นแต่ละคนมีความแตกต่างของแบรนด์น้อย ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์น้อย ใครเสนอราคาที่ถูกกว่า ลูกค้าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปหาเจ้าใหม่

 

กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง เปรียบเสมือน สนามรบที่มีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์แบบ การต่อสู้รุนแรงจนต่างฝ่ายต่างเสียเลือดเนื้อมากมาย จนทะเลกลายเป็นสีแดง

 

กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกอย่างมักมุ่งไปสู่น่านน้ำสีแดงเสมอ เพราะในตอนแรก ผู้เล่นอาจจะมีกำไรที่มากกว่าปรกติ แต่เมื่อผู้เล่นคนอื่นเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจนั้น ผู้เล่นรายใหม่ก็จะเข้ามาแข่งขันกันจนผู้เล่นรายเก่าต้องลดราคาลงมาแข่งขันเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้

 

ยกตัวอย่างเช่น นาย A นำมะพร้าวมาขายในเมือง X ตอนแรกมะพร้าวขายดีมาก ๆ เพราะ เมือง X ไม่เคยมีมะพร้าวขายมาก่อน นาย A ซื้อมะพร้าวมาจากเมือง Y ในราคาลูกละ 10 บาท มาตั้งราคาขายที่เมือง X ที่ลูกละ 50 บาท ก็ขายได้ดี เพราะคนเมือง X ไม่เคยรู้จักมะพร้าวมาก่อน ไม่เคยรู้ว่ามะพร้าวควรจะมีราคาประมาณไหน ตั้งราคาเท่าไหร่ก็ขายได้ ถ้าไม่แพงไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

 

ต่อมา นาย B เห็นนาย A ขายมะพร้าวดีบ้าง จึงไปสืบว่านาย A ซื้อมะพร้าวมาจากเมือง Y จึงไปซื้อมะพร้าวจากเมือง Y มาขายบ้าง โดยตั้งราคาที่ลูกละ 40 บาท เพื่อตัดราคานาย A คนเมือง X ก็หันไปซื้อมะพร้าวนาย B หมด เพราะถูกกว่า แต่คุณภาพไม่ต่างกัน นาย A ยอดขายตกก็ต้องยอมขาลดราคาบ้าง เพื่อเรียกยอดขายคืน นาย A และ นาย B แข่งกันไปมา

 

จนสุดท้าย ราคามะพร้าวเมือง X ขายอยู่ที่ลูกละ 12 บาท หักทุกอย่างแล้ว กำไรเหลือประมาณ 10% คือ จุดที่นาย A และนาย B คิดว่าเหมาะสมพอดี และไม่อยากลดราคาต่ำไปกว่านี้อีก นี่คือลักษณะของน่านน้ำสีแดง เพราะต่างฝ่ายต่างแข่งขันกันที่ราคาเป็นหลัก สินค้าสร้างความแตกต่างยาก และผู้บริโภคก็ไม่ค่อยมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์

 

น่านน้ำสีแดงเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับนักลงทุน เพราะนั่นหมายถึงการลงทุนของกิจการยากที่จะได้กำไรที่สวยงาม เพราะมีผู้เล่นเจ้าใหม่ๆ พร้อมจะเข้ามาแก่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่เสมอ

 

ตัวอย่างธุรกิจที่อยู่ในน่านน้ำสีแดง เช่น ธุรกิจเหล็ก ที่ราคามักผันผวนไปตามราคาตลาดโลกหาความแตกต่างของแบรนด์ได้ยาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาตลอดเวลา แบรนด์มีผลบ้าง แต่อาจจะไม่มากมายนัก

 

สินค้าโภคภัณฑ์ มักมีลักษณะการแข่งขันแบบน่านน้ำสีแดงสูง เพราะสินค้าสร้างความแตกต่างได้ยากโดยธรรมชาติ ราคาถูกกำหนดไว้โดยราคาตลาดโลกจนเกือบสมบูรณ์ ในขณะที่ ธุรกิจในกลุ่มบริการ จะมีลักษณะการแข่งขันแบบน่านน้ำสีแดงต่ำกว่า เพราะบริการเป็นสิ่งที่ทำให้เหมือนกันยาก ผู้บริโภคมีการรับรู้ต่อแบรนด์สูง

 

นักลงทุนควรจะมองหาธุรกิจที่ไม่อยู่ในน่านน้ำสีแดง หรือถ้าอยู่ในน่านน้ำสีแดง ต้องเป็นผู้ที่ยืนอยู่ในสงครามอย่างผู้ชนะอย่างแท้จริง เพราะยิ่งห่างจากน่านน้ำสีแดงมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะมีอัตราการทำกำไรที่ดีก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน