ธุรกิจ

B&M European Value Retail S.A. ร้านสะดวกซื้อแห่งจักรภพอังกฤษและฝรั่งเศสที่กำลังเติบโต

B&M European Value Retail S.A. ร้านสะดวกซื้อแห่งจักรภพอังกฤษและฝรั่งเศสที่กำลังเติบโต

B&M European Value Retail S.A.
ร้านสะดวกซื้อแห่งจักรภพอังกฤษและฝรั่งเศสที่กำลังเติบโต

 

บริษัท B&M European Value Retail S.A. หรือ BME เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านสะดวกซื้อโดยมีสาขาจำหน่ายอยู่ในแถบประเทศจักรภพอังกฤษและฝรั่งเศส

โดยเป็นเจ้าของแบรนด์ร้านสะดวกซื้อ B&M UK Heron Foods และ Babou

เอกลักษณ์สำหรับร้านสะดวกซื้อ B&M หลัก ๆ จะเป็นเรื่องของความหลากหลายของสินค้าที่หลากหลายในราคาที่เอื้อมถึงได้ โดยสามารถดูได้จากวีดีโอโดยใช้คีย์เวิร์ด “shop with me b&m” (เป็นการ Scuttlebutt “ทิพย์”) หากเทียบคร่าว ๆ แล้ว อาจมีความคล้ายกับร้าน Mr.DIY กับร้าน Daiso ที่มีเฟอร์นิเจอร์ ขนม อาหารแช่แข็ง ดอกไม้กระถางและปุ๋ยพร้อมปลูก

นอกจากนี้แล้วทางร้านเองก็มีการนำเสนอสินค้าที่น่าสนใจด้วยครับ โดยจะมี Theme ต่างกันตามฤดูกาลต่าง ๆ ให้เราเลือกสรรเป็นจุดดึงดูดให้ผู้ซื้อมาเข้าร้านอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อยก็ฤดูละครั้ง) เพื่อมาเลือกซื้อสินค้าที่มีเฉพาะฤดูกาล เป็นต้น

 

ปี 2017

บริษัทมีรายได้ 3,029.80 ล้านปอนด์

บริษัทมี EBITDA 279.07 ล้านปอนด์ (คิดเป็น EBITDA Marginที่ 9.21%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 185.88 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 6.14%)

 

ปี 2018

บริษัทมีรายได้ 3,272.63 ล้านปอนด์ (เติบโต +8.01%)

บริษัทมี EBITDA 363.82 ล้านปอนด์ (คิดเป็น EBITDA Marginที่ 11.12%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 193.85 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 5.92%)

 

ปี 2019

บริษัทมีรายได้ 3,813.39 ล้านปอนด์ (เติบโต +16.52%)

บริษัทมี EBITDA 376.88 ล้านปอนด์ (คิดเป็น EBITDA Marginที่ 9.88%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 90.03 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 2.36%)

 

ปี 2020

บริษัทมีรายได้ 4.801.43 ล้านปอนด์ (เติบโต +25.91%)

บริษัทมี EBITDA 664.47 ล้านปอนด์ (คิดเป็น EBITDA Marginที่ 13.84%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 428.10 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 8.92%)

 

โดยในปี 2020 นี้ บริษัทมีการเติบโตขึ้น ผ่านการควบคุมต้นทุนอย่างเคร่งครัด และการจัด Product Mix และการทำโปรโมชั่น ที่ทำให้บริษัทมียอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

นับว่าเป็นการปรับตัวท่ามกลางเหตุการณ์โรคระบาดผ่านการควบคุม Middle Line และการตั้ง Topline ให้เติบโตควบคู่กันไป

 

ทั้งสองปัจจัยนี้ รวมถึงการที่บริษัทได้ใช้ Financial Leverage ที่พอเหมาะไม่เกินตัว ส่งผลให้งบตรงส่วนนี้เกิดการ Break Even ค่าใช้จ่ายคงที่ได้ โดยสังเกตได้จากการที่บริษัท EBITDA มีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

 

ทั้งหมดนี้ นับว่าบริษัทเองมีการตระหนักรู้และมีการบริหารจัดการธุรกิจที่ทำให้ได้มาซึ่งผลการดำเนินงานที่เติบโตท่ามกลางภาวะที่ไม่ปกติมาก

 

สำหรับกลยุทธ์ที่เรามักเห็นได้บ่อย ๆ สำหรับบริษัทที่ประกอบกิจการร้านสะดวกซื้อเอง คงไม่พ้นเรื่องดังต่อไปนี้

1) การคุมต้นทุนสินค้าที่ซื้อพร้อมทั้งประคองคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา

2) การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ซึ่งยังไม่มีบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

3) การใช้โมเดลแม่พิมพ์ขนม อย่างการขยายกิจการของตัวเองไปสู่ตลาดต่างประเทศ

4) การทำนุบำรุงร้านค้าของตัวเอง ผ่านการสร้าง Branding การทำการตลาด การปรับปรุงระบบหลังบ้าน รวมถึงการพัฒนานำเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยให้ลดต้นทุนการให้บริการด้วยครับ
(อาจเป็นการลงทุนทำร้านค้าแบบไร้พนักงานในอนาคตก็เป็นได้)

 

น่าสนใจว่าหุ้นในหมวดอุตสาหกรรม Consumer Discretionary (B&M อยู่ในหมวดนี้) กับ Consumer Staple นับเป็นอุตสาหกรรมที่เราสามารถตามดูโดยใช้สามัญสำนึกในการเข้าใจการทำธุรกิจได้ไม่ยากมากนัก แต่สิ่งเป็น Culture Shock สำหรับนักลงทุนไทย คงเป็นเรื่องของความหลากหลายของแบรนด์ร้านสะดวกซื้อที่มีให้เลือกมากกว่าประเทศไทยมาก ๆ และเรื่องของกฎหมาย Antitrust (กฎหมายการต่อต้านการผูกขาด) ของทางยุโรปนั้นเขาเอาจริงเอาจังมากกว่าที่ประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลเสียที่ตามมาหากเราเอาเกณฑ์ของ CPALL มาเปรียบเทียบ เราอาจมองว่าการต่อรองกับทาง Supplier ของบางบริษัทในฝั่งยุโรปเองอาจจะไม่เก่งเทียบเท่ากับบริษัทในไทยของเราก็ได้ แต่ข้อเสียจากการที่มีการแข่งขันนี้เอง ที่อาจมอบโอกาสที่ดีในการลงทุนในบริษัทที่หลากหลายมากขึ้นและทุกบริษัทที่แม้จะเป็นคู่แข่งกันก็มีโอกาสผลัดกันรุกผลัดกันรับกลับมาเป็นผู้นำได้เสมอ หากบริษัทนั้นมีการบริหารงานและดึงคุณค่าของแบรนด์ออกมาจนชนะใจผู้บริโภคได้มากที่สุด (และบางทีจากการศึกษาบริษัทเหล่านี้เอง อาจทำให้เราได้หลักคิดบางอย่างที่อาจมาช่วยสร้างเสริมการทำธุรกิจส่วนตัวหรือการบริหารงานส่วนบุคคลจากการดู Know How ของบริษัทเหล่านี้ก็เป็นได้)

 

ดังนั้นแล้วการสืบเสาะเคาะหา (Scuttlebutt) ตัวธุรกิจการบริการจึงเป็นเรื่องที่ช่วยทำให้เราเข้าถึง Insight ของผู้บริโภคได้ไม่มากก็น้อย แม้ว่า ณ ปัจจุบันเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ไปเยือนที่สาขาจริง แต่ก็ต้องขอบคุณโซเชียลมีเดียและวีดีโอจากสื่อออไลน์ต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถเห็นปฏิกิริยาของผู้บริโภคทางนั้นได้ ผ่านวีดีโอและคอมเม้นตอบโต้เกี่ยวกับบริการนั้นๆ

 

ทั้งนี้แล้ว การลงทุนในหุ้นต่างประเทศเองก็มีความเสี่ยงอยู่รอบด้านทั้งเรื่องวัฒนธรรมและกฎหมายที่ต่างกัน แต่มันก็อาจจะคุ้มค่ากับการเติบโตและ Valuation เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของบริษัทที่ทำธุรกิจคล้าย ๆ กันในไทย หากบริษัทต่างประเทศเองก็ยังมีช่องว่างให้เติบโตและมีส่วนเหลือที่เผื่อเอาไว้เพื่อความปลอดภัยในระดับที่เรารับได้ก็ได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://heronfoods.com/corporate/history

https://heronfoods.com/products

https://www.bmstores.co.uk/products/wow-deals

https://www.bandmretail.com/investors/presentations/year/2021

https://app.koyfin.com/fa/00000000-bc2f-4395-abce-161f8023d0c9/eq-dwbtc0

https://app.koyfin.com/snapshot/des/eq-dwbtc0

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน