ธุรกิจ

รู้จักกับโค้ก และ 8 บริษัทลูกในตลาดหุ้นทั่วโลกกันเถอะ

รู้จักกับโค้ก และ 8 บริษัทลูกในตลาดหุ้นทั่วโลกกันเถอะ

รู้จักกับโค้ก และ 8 บริษัทลูกในตลาดหุ้นทั่วโลกกันเถอะ

 

เชื่อว่าหากพูดถึงแบรนด์ โค้ก หรือ Coca-Cola แล้ว หลายคนคงคิดถึงแบรนด์น้ำอัดลมสุดซ่าพร้อมโลโก้สีแดง อันเป็นเอกลักษณ์แน่ ๆ และเมื่อคุณได้กล่าวสู่โลกของการลงทุน คุณเองก็คงอยากเป็นเจ้าของบริษัทที่มีแบรนด์อันยอดเยี่ยมทั้งยังจ่ายปันผลต่อเนื่องมามากกว่าหลายทศวรรษสร้าง Passive Income กับเราไม่มากก็น้อย

 

แต่ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้ เรามีบริษัทที่ชื่อ Coca-Cola กว่า 9 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในหลายประเทศ ในวันนี้ ลงทุนศาสตร์จะพามาสำรวจกันว่า Coca-Cola แต่ละบริษัทนั้นมีความเหมือนและต่างกันอย่างไร

 

เราจะลองแบ่งแยกโค้กแต่ละแห่งตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization) และตามแต่ละแห่งจะระบุลักษณะธุรกิจพร้อมตัวเลขสำคัญอย่าง ROE PE ย้อนหลัง Gross Profit Margin, Operating Margin และ Net Profit Margin

 

หมวดมูลค่าตลาดมากกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ

1. The Coca-Cola Company (NYSE: KO)
เป็นบริษัทแม่ที่บริหารแบรนด์ทำการตลาด (เช่นการให้สิทธิ IP โค้กในการร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ) พร้อมจำหน่ายหัวเชื้อของเพื่อผลิตเครื่องดื่มโค้กที่เรารู้จัดให้แก่บริษัทลูกทั่วโลก
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 24-32 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 40-49% ซึ่งนับว่าสูงมากระดับหนึ่ง

เท่านั้นไม่พอ ยังมีอัตราการทำกำไรที่ดีอีกด้วย โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 59-62 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  27-31%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 15-25%

 

หมวดมูลค่าตลาดมากกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

2. COCA-COLA FEMSA S.A.B. de C.V. (BMV-KOF)
บริษัทผู้บรรจุขวดของโค้กแห่งเม็กซิโกที่มีพื้นที่จำหน่ายในแถบพื้นที่ลาตินอเมริกา เช่นเม็กซิโก, บราซิล, โคลอมเบีย, อุรุกวัย
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 15-23 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 8-17%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 43-46 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  13-15%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 5-8%

 

3. Coca-Cola Europacific Partners plc (NASDAQ: CCEP)
ผู้บรรจุขวดและจัดจำหน่ายโค้กแห่งยุโรปตะวันตก (แถบเยอรมัน, ฝรังเศส, อังกฤษ)
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 15-25 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 10-21%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 34-38 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  11-13%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 4-9%

 

4. Coca-Cola HBC AG (LSE: CCH)
ผู้บรรจุภัณฑ์โค้ก เจาะ Emerging Market และฝั่งยุโรป
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 15-24 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 12-20%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 31-35 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  8-11%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 5-8%

 

หมวดมูลค่าตลาดหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ

5. Coca-Cola Consolidated, Inc. (NASDAQ: COKE)
ผู้บรรจุและจัดจำหน่ายโค้กภายในอเมริกา บริษัทต่างจากบริษัทแม่ตรงที่ไม่ได้สิทธิจากการบริหาร IP ของโค้กโดยตรง หากใครต้องการที่จะซื้อหุ้นบริษัท อาจจะต้องดูชื่อให้ดี ๆ ก่อน
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 15-30 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 30-40%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 33-38 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  6-12%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 3-7%

 

6. Coca-Cola Icecek AS (BIST-CCOLA)
ผู้บรรจุและจัดจำหน่ายโค้กแห่งตุรกี ตะวันออกกลและเอเชียกลาง
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 10-24 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 5-31%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 31-38 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  9-22%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 3-14%

จะสังเกตได้ว่าบริษัทมีช่วงของอัตราการทำกำไรที่สูงมาก ๆ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างเติบโต มีการขยายกำลังการผลิตเลยทำให้รายได้และกำไรเติบโตไว รวมถึงเมื่อมีการใช้เครื่องจักรที่คุ้มค่า จึงทำให้ตัวเลขอัตราการทำกำไรดีขึ้นด้วย

 

7. Coca-Cola Bottlers Japan Holdings Inc (TSE: 2579)
ผู้บรรจุและจัดจำหน่ายโค้กแห่งญี่ปุ่น และเนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนในบรรทัดกำไรสุทธิเราเลยขอหยิบอัตราส่วนราคาต่อกระแสเงินสดใช้แทน PE
บริษัทมีช่วง P/CFO อยู่ระหว่าง 6-12 เท่า

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรมีดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 40-50 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่  -1.69 ถึง 5.02%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ -2.00 ถึง 3%

 

หมวดมูลค่าตลาดหลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

8. COCA-COLA EMBONOR SA (BCS-EMBONOR_A)
ผู้บรรจุและจัดจำหน่ายโค้ก ยอดขายโดยหลักจะมาจากทางชิลี และโบลิเวีย
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 5-15 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 12-20%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 34-42 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่ 8-13%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 4-9%

 

9. HOKKAIDO COCA-COLA BOTTLING CO.,LTD. (TSE: 2573)
ผู้บรรจุและจัดจำหน่ายโค้กแห่งเกาะฮอกไกโด
บริษัทมีช่วง PE อยู่ระหว่าง 14-23 เท่า และมี ROE อยู่ที่ 1-5%

โดยบริษัทมีอัตราส่วนการทำกำไรที่น่าสนใจดังนี้
บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 26-34 %
บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่ 1-7%
และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ (Net Profit Margin) ที่ 1-6%

 

จะเห็นได้ชัดว่า บริษัทโค้กนั้น มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากมายหลายบริษัท ทั้งบริษัทแม่เองและบริษัทลูก ๆ โดยบริษัทแม่นั้น แทบจะมีอัตรากำไรสูงที่สุด จากการบริหารแบรนด์พร้อมขายหัวเชื้อให้แก่บริษัทลูก ๆ ทั่วโลก ส่วนหนึ่งที่ของบริษัทลูกส่วนมากคือการบรรจุขวดพร้อมขายให้กับสายส่งต่าง ๆ ซึ่งจะมีอัตราการทำกำไรที่ลดจากบริษัทแม่พอสมควร จากการซื้อหัวเชื้อจากบริษัทแม่ รวมถึงการทำการตลาดในพื้นที่นั้น ๆ

 

และที่สำคัญที่สุด หากเราอยากเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทโค้กละก็ ขอให้ตรวจสอบรายชื่อถูกต้องก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
http://www.coca-colacompany.com/
http://www.coca-colafemsa.com/
http://www.cocacolaep.com/
http://www.coca-colahellenic.com/
http://www.cci.com.tr/
http://www.cokeconsolidated.com/
http://www.embonor.cl/
http://www.hokkaido.ccbc.co.jp/

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน